ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 218 ถึงบ้านค่อยคุยกัน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 218 ถึงบ้านค่อยคุยกัน
บทที่ 218 ถึงบ้านค่อยคุยกัน
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ทุกคนก็มองไปที่ไป๋เย่หานด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ซ่งชิงหลันเองก็มองเขาอย่างสงสัย แต่เมื่อนึกถึงภาพความใกล้ชิดในร้านเสื้อชิงเยว่ ก็รู้สึกระแวงขึ้นมาว่าเขาจะมาไม้ใดอีก
หญิงสาวขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย แล้วรีบพูดกับทุกคน “ไปกันเถิด ถึงบ้านค่อยคุยกันก็ย่อมได้”
จากนั้นนางก็เป็นคนแรกที่หันหลังเดินขึ้นรถม้าไป
ไป๋เย่หานหรี่ตาลงเล็กน้อย มองรถม้าของซ่งชิงหลันจากไป
และหานเฟยก็เข้ามาอย่างระมัดระวัง “นายท่าน เรากลับเลยหรือไม่ขอรับ”
ไป๋เย่หานหันมองรองแม่ทัพอย่างช้า ๆ แล้วเอ่ยถาม “รถม้าเล่า?”
“ทางนั้นขอรับ” หานเฟยชี้ไปยังรถม้าที่อยู่ไม่ไกล
ดวงตาของไป๋เย่หานเปลี่ยนเป็นเย็นชา และปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายประดับที่มุมปาก “ว่าอย่างไรนะ?”
“เอ่อ ข้าน้อยจะไปเอารถม้ามาขอรับ”
ว่าจบหานเฟยก็วิ่งไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว
หลังจากกลับมาที่จวนแม่ทัพ ซ่งชิงหลันก็เข้าครัวปรุงอาหารด้วยตนเอง เพื่อให้ทุกคนได้กินข้าวด้วยกัน
เมื่อซ่งชิงเป่ยได้ยินว่าท่านพี่จะทำอาหาร ก็ดีใจและรีบออกความคิดเห็นเรื่องรายการอาหาร
ระหว่างที่ซ่งชิงหลันกำลังง่วนอยู่ในครัว น้องชายสามของนางก็เดินเข้ามา
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นแล้วถาม “หิวแล้วหรือ ยังเหลืออีกอย่างหนึ่ง ประเดี๋ยวก็จะพร้อมแล้ว”
ซ่งชิงซีเดินเข้าไปใกล้ ช่วยส่งเครื่องปรุงให้พลางถาม “ท่านพี่ ท่านไม่อยากรู้เรื่องที่ข้าออกมาพร้อมกับท่านอ๋องวันนี้หรือขอรับ?”
ฟังจากน้ำเสียงของซ่งชิงซี นางก็รู้ได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องผิดปกติ “เกิดเรื่องใดขึ้นระหว่างการสอบอย่างนั้นหรือ”
“มีคนจงใจขัดขวางไม่ให้ข้าเข้าสอบได้ทันเวลา” ใบหน้าของซ่งชิงซีพลันมืดมน จากนั้นก็มองท่านพี่อย่างจริงจัง “แต่ท่านอ๋องไปช่วยข้าเอาไว้พอดีขอรับ”
จากนั้นเขาก็เริ่มเล่าอย่างละเอียดเป็นฉาก ๆ
เมื่อฟังซ่งชิงซีเล่าจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจหาย “เจ้าตั้งใจร่ำเรียนมาตลอดก็เพื่อการสอบวันนี้ ค่อยยังชั่วที่มันไม่สูญเปล่า”
ว่าจบหญิงสาวก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วพึมพำกับตัวเอง “เขาเองก็ไม่เลวเลย”
ซ่งชิงซียิ้มตอบ “ข้าก็คิดว่าท่านอ๋องเป็นคนดีมากเช่นกันขอรับ แต่เมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้ว ที่ท่านช่วยข้าไว้คงเป็นเพราะข้าเป็นน้องชายของท่านพี่มากกว่า”
ซ่งชิงหลันชะงักไป “ไร้สาระ เจ้าพูดเพ้อเจ้ออันใด เอาจานนี่ออกไปตั้งโต๊ะ”
“ขอรับ” ซ่งชิงซีออกไปพร้อมกับจานอาหาร
….
รุ่งสางวันถัดมา ขุนนางจากวังหลวงก็มาประกาศข่าวดีถึงหน้าบ้าน
แม้จะคาดหวังไว้อยู่แล้ว แต่เมื่อทราบว่าซ่งชิงซีได้ตำแหน่งขุนนาง ตระกูลซ่งก็พากันดีใจและมีความสุขเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะแม่เฒ่าซ่ง นางยิ้มหน้าบานและหัวเราะอย่างมีความสุข “ตระกูลซ่งของเราได้สร้างชื่อเสียงอีกครั้งแล้ว เรามีทั้งผู้มีปัญญาจอหงวน ท่านแม่ทัพและคหบดี ต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่อวยพรให้ย่า วันพรุ่งย่าจะไปไหว้เหล่าบรรพชนที่ช่วยคุ้มครองพวกเรา”
ซ่งชิงหนานตบไหล่ซ่งชิงซีอย่างโล่งใจ “ชิงซี ต่อไปเราคงต้องรับใช้ราชสำนักร่วมกันเสียแล้ว”
“ขอรับ ท่านพี่สาม ในที่สุดข้าก็ได้ทำตามที่สัญญากับท่านแล้ว”
ซ่งชิงเป่ยเองก็เอ่ยอย่างมีความสุข “วันนี้เป็นวันดี เรามาฉลองกันเถิดขอรับ”
“ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ข้าจัดการเอง” หลิวกุ้ยเสียเองก็มีความสุขมากเช่นกัน นางดูมีความสุขยิ่งกว่าบุตรตัวเองสอบได้ระดับสูงเสียอีก “อย่างนั้นวันนี้เราเชิญญาติ ๆ กับเพื่อน ๆ ไปกินเลี้ยงที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายกันเถิด”
“ท่านอาสะใภ้ ไม่ต้องถึงเพียงนั้นขอรับ” ซ่งชิงซีห้ามนางเอาไว้ก่อน “อย่าทำอันใดให้เอิกเกริกเลย ถ่อมตนไว้จะดีเสียกว่า”
ซ่งชิงตงพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าเห็นด้วย เราไม่ควรฉลองใหญ่ก่อนที่เจ้าสี่จะเข้ารับตำแหน่งนะขอรับ เอาเป็นว่าเราฉลองกันที่บ้านจะดีกว่า”
“อย่างนั้นข้าจะทำอาหารให้เองขอรับ” ซ่งชิงหลันสัมทับ “ชิงตง เจ้าไปชวนซิ่วซิ่ว ชิงเป่ย เจ้าไปเชิญท่านพี่เฉียนและตระกูล ชิงหนาน เจ้าไปรับเชียนเชียนมา”
“ขอรับ” พวกเขาทั้งสามทำตามคำสั่งของท่านพี่ และออกจากบ้านทันที
ซ่งชิงหลันกำลังจะเข้าครัวไปดูว่ามีอันใดต้องหามาเพิ่มบ้าง แต่กลับถูกน้องชายคนที่สามหยุดไว้ก่อน “ท่านพี่ ถ้าข้าจะขอเชิญท่านอ๋องมาที่นี่ ท่านจะว่าอันใดหรือไม่ขอรับ…”
อย่างไรเสีย ไป๋เย่หานก็ช่วยซ่งชิงซีเอาไว้มากจริง ๆ
หากไม่ได้เขา ชิงซีคงไม่มีทางได้ตำแหน่งจอหงวนนี้มาได้
เมื่อต้องเลือกระหว่างสองทาง โดยมีเหตุผลสำคัญเช่นนี้ นางก็ไม่ลังเลที่จะตัดสินใจ
หญิงสาวยิ้มแล้วพยักหน้า “ได้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าไปที่จวนข้าง ๆ แล้วเชิญเขามา แล้วถามเขาด้วยว่าอยากกินอันใดหรือไม่”
ว่าจบนางก็เดินเข้าไปในครัว
ซ่งชิงซีมองแผ่นหลังบางของนางแล้วก็ลอบยิ้ม ท่านพี่ถึงกับสนใจอีกด้วยว่าท่านอ๋องอยากทานอันใด ช่างน่าสนใจเสียจริง
อีกด้าน ไป๋เย่หานกำลังฝึกฝนร่างกายอยู่ที่ลานฝึกหลังบ้าน ในตอนที่ซ่งชิงซีมาถึง
แต่สิ่งที่ทำให้นักปราชญ์หนุ่มตกใจมากกว่าคือ ร่างเล็กของซ่งซิงเฉินที่กำลังเรียนรู้การต่อสู้จากบิดาอย่างแข็งขันต่างหาก
และที่ข้าง ๆ ยังมีเด็กน้อยซ่งซิงเยว่ที่กำลังกินผลไม้อย่างสบายใจอยู่ในศาลาข้าง ๆ
ทั้งตระกูลกำลังดีอกดีใจกับข่าวดี จนลืมไปเสียสนิทว่าเด็กแฝดตัวน้อยหายไปจากบ้าน
ซ่งซิงเยว่โบกมือให้ซ่งชิงซี แล้วเอ่ยพร้อมยิ้มหวาน “ท่านน้าสี่ เอาผลไม้หรือไม่เจ้าคะ?”
ใบหน้าของเด็กสาวคล้ายคลึงหานอ๋องอย่างมาก
ซ่งชิงซีพลันรู้สึกละอายใจ ท่าทางว่าเด็กน้อยทั้งสองจะรักบิดาเป็นยิ่งนัก
ไป๋เย่หานให้หานเฟยเป็นคนสอนซ่งซิงเฉินต่อ ขณะที่เขาเดินเข้ามาหาซ่งชิงซี “ยินดีกับเจ้าด้วย”
ซ่งชิงซียิ้มแล้วเอ่ย “วันนี้ข้ามาเพื่อขอบพระทัยท่านอ๋องอีกครั้ง หากไม่ได้ท่านอ๋อง ความสำเร็จของข้าในวันนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้น และอีกอย่าง หากท่านอ๋องไม่ทรงรังเกียจ วันนี้ที่บ้านของเรามีงานเลี้ยงเล็ก ๆ ข้าจึงมาที่นี่เพื่อทูลเชิญท่านอ๋องให้ไปทรงฉลองร่วมกันขอรับ ไม่แน่ใจว่าจะเพียงพอที่จะตอบแทนท่านอ๋องได้หรือไม่”
“แน่นอน ข้าต้องอยากไปอยู่แล้ว แต่ว่า…”
จากนั้น ไป๋เย่หานก็ขมวดคิ้วมุ่น ชายหนุ่มจำได้ว่าคราวก่อนซ่งชิงหลันก็ไม่พอใจที่ตนไปร่วมโต๊ะกับนาง ดังนั้นชายหนุ่มจึงเริ่มลังเล
สิ่งที่เขาควรจะทำคือ ค่อย ๆ เอาชนะใจนางไปทีละน้อย ไม่ใช่การเข้าไปยุ่มย่ามรบกวนจนเกินไป
หากแต่ซ่งชิงซียิ้มอย่างรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย “ท่านอ๋องไม่ต้องห่วงขอรับ ข้าถามท่านพี่แล้ว นางเองก็ยินยอมและยังให้ข้ามาถามทูลท่านอ๋องอีกด้วย ว่ามีอาหารที่โปรดเสวยเป็นพิเศษหรือไม่ แล้วนางจะปรุงอาหารทั้งหมดด้วยตนเองอีกด้วย”
“เรื่องจริงหรือ” เกิดประกายแห่งความสนใจในดวงตาของท่านอ๋องทันที
เขารู้สึกชุ่มชื่นหัวใจอย่างมาก ไม่คาดคิดเลยว่านางจะสนใจอยากรู้อาหารที่เขาอยากทาน เป็นไปได้หรือไม่ว่าความสัมพันธ์ของพวกเรากำลังคืบหน้าไปในทางที่ดีแล้ว
ตอนนั้นเอง ไป๋เย่หานก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
เขามองซ่งชิงซี แล้วพูดชื่อเมนูออกมา “ต้มปลาผักกาดดองหม้อไฟ”
ตั้งแต่ได้ลิ้มรสอาหารจานนี้จากภัตตาคารอวิ๋นหลายตอนที่เข้าวังคราวนั้น เขาก็ไม่เคยลืมรสชาติของมันไปได้ และที่สำคัญที่สุด ชายหนุ่มยังเฝ้าคิดว่าหากเป็นฝีมือของนาง มันจะดีสักเพียงใด…