ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 223 หลับสนิท
บทที่ 223 หลับสนิท
ทุกคนรีบหันไปทางต้นเสียงเป็นตาเดียว และเห็นซ่งชิงหลันที่กำลังโกรธมาก
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ขยับเข้าหากันด้วยท่าทางเชื่อฟัง แล้วรีบพูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง “ท่านแม่!”
ซ่งชิงหลันเห็นลูกทั้งสองเปรอะเปื้อนเศษดินไปทั่วทั้งตัวก็พลันรู้สึกปวดขมับขึ้นมา “ซ่งซิงเฉิน ซ่งซิงเยว่ พวกเจ้าทำอันใดกัน แล้วเหตุใดถึงได้มอมแมมกันเช่นนี้ ไหนจะกำแพงนี่อีก เกิดเรื่องใดขึ้น”
หญิงสาวชี้ไปที่รูขนาดใหญ่บนกำแพง และเศษอิฐที่แตกกระจายอยู่บนพื้น
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ชี้ไปทางซ่งชิงหนานโดยพลัน และเอ่ยออกมาพร้อมกัน “ฝีมือท่านน้ารองขอรับ / เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหนานตกใจมาก มองเด็กน้อยทั้งสองแล้วคิดกับตัวเอง ‘เจ้าตัวแสบทั้งสอง พอโดนแม่ดุก็คิดโยนความผิดให้กัน’
พี่ใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อยสบตาน้องชายสาม
ซ่งชิงหนานอธิบายอย่างรวดเร็ว “ท่านพี่ขอรับทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ ข้ากำลังฝึกซ้อมวิชา แต่พลาดไป…จึงทำให้…”
“ฝึกซ้อมอย่างนั้นหรือ?” ซ่งชิงหลันหัวเราะ เจ้ามาฝึกที่สนามหน้าบ้านแทนที่จะไปฝึกที่ลานฝึกหลังบ้านหรือที่ค่ายทหารอย่างนั้นหรือ อยากได้พลังจากต้นไม้ใบหญ้าในสวนเพื่อเพิ่มพูนทักษะหรืออย่างไรฮะ!”
พวกเขาคิดว่านางโง่มากอย่างนั้นหรือ
“เอ่อ…คือว่า…” ซ่งชิงหนานไม่สามารถหาข้ออ้างใดมาเอ่ยได้อีกต่อไป จึงหันไปมองไป๋เย่หานที่อยู่อีกด้านของกำแพง “นายท่าน ท่านว่าอย่างไรขอรับ”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วกับตัวเอง ‘เจ้าเด็กนี่ นี่คิดจะโบ้ยมาให้ข้าอย่างนั้นหรือ’
เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากดิ้นต่อไป
ดวงตาของไป๋เย่หานมองหญิงสาวอย่างแน่วแน่ “เอาเถิด เรื่องก็เป็นเช่นนี้แล้ว สิ่งที่ควรทำคือแก้ไข ข้าคิดว่าที่ชิงหนานเสนอมาก็ไม่เลว เรามาสร้างประตูกันเถิด พระชายาเจ้าว่าอย่างไรเล่า?”
ว่าจบไป๋เย่หานก็สบตาซ่งชิงหลันอย่างไม่รู้ไม่ชี้
หญิงสาวจึงยิ้มเย็น บุรุษร่างใหญ่ทั้งสองกับเด็กแฝดวางแผนเพื่อทำสิ่งนี้นี่เอง
คนเป็นน้องชายที่เห็นรอยยิ้มนั้น ก็กลืนน้ำลายถามเสียงเบาด้วยความประหม่า “ท่านพี่ขอรับ ท่านคิดว่าอย่างไรขอรับ”
“นี่บ้านเจ้า ข้าจะขัดสิ่งใดได้ อยากทำอันใดก็ทำ ไม่ต้องมาถามข้า” ว่าจบนางก็หันหลังจากไป
ระหว่างที่เดินกลับก็หันมาพูดเสียงเรียบกับลูก ๆ “ซ่งซิงเฉิน ซ่งซิงเยว่ พวกเจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
“ขอรับ / เจ้าค่ะ ท่านแม่” เด็กน้อยตอบรับพร้อมกัน
จากนั้นเด็ก ๆ ก็ขยับมากระซิบกับซ่งชิงหนาน “ท่านน้ารอง ท่านแม่โกรธแน่เลย”
“ตอนนี้พวกเจ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่” ซ่งชิงหนานพยักหน้าตาม แล้วพูดต่อ “ท่านแม่ของพวกเจ้าเป็นคนฉลาดมาก นางต้องรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว เพียงไม่ได้เอ่ยออกมา”
ซ่งซิงเยว่เม้มปาก แล้วพูดอย่างกังวลด้วยเสียงใส “แล้วข้าต้องทำอย่างไรดีเจ้าคะ ข้าไม่อยากให้ท่านแม่โกรธ”
ซ่งชิงหนานขมวดคิ้วครุ่นคิด จากนั้นก็เอ่ยตอบ “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด ประเดี๋ยวข้าจัดการเอง”
จากนั้นก็เรียกพ่อบ้านประจำจวนให้เข้ามาหา “พ่อบ้านหวัง”
ไป๋เย่หานมองลูก ๆ ที่เข้าไปบ้านไปก็หันหลังเตรียมจะเข้าบ้านตนเองเช่นกัน
“ท่านพี่เขย!” ซ่งชิงหนานรีบหยุดเขาทันที “จะไปที่ใดเล่าขอรับ”
ไป๋เย่หานเลิกคิ้วขึ้น จ้องมองมาที่เขาแล้วขยับริมฝีปาก “มีปัญหาอันใด”
“เอ่อ…คือข้า…” ซ่งชิงหนานพลันพูดไม่ออก
สุดท้ายกลายเป็นว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่ต้องแก้ปัญหานี้
….
คืนนั้น ซ่งชิงหลันง่วนอยู่กับการออกแบบเสื้อผ้าไปสักพัก จนได้งานสองสามชิ้น จากนั้นก็มองออกไปนอกหน้าต่าง จึงได้รู้ว่านี่ดึกมากแล้ว
นางดับเทียนที่โต๊ะทำงาน พลิกตัวไปมา พร้อมคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ชายชราเอ่ยต่อนางในวันนี้ ‘ตราบใดที่ใจสงบ ก็จะไม่เป็นเช่นนั้นอีก’
มันจะง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ
นางดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมร่างกาย อดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่นอนข้างไป๋เย่หานมื่อคืนก่อน ใบหน้าของหญิงสาวพลันเห่อแดงด้วยความร้อน
“เฮ้อ…” หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง บังคับให้ตัวเองสงบลง
จากนั้นเมื่อหันกลับมา ก็พบว่ามีภาพหลอนของไป๋เย่หานมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
เขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีดำเช่นคืนนั้น หนุนแขนข้างหนึ่งของตน ตะแคงข้างหันมาสบตานาง
ซ่งชิงหลันตกใจสุดขีด ยกเท้าขึ้นมาถีบเขาแต่สัมผัสได้เพียงอากาศว่างเปล่า
แล้วไป๋เย่หานก็สูญหายไปทันที
ซ่งชิงหลันถอนหายใจอย่างโล่งอก ดีที่นั่นเป็นเพียงภาพหลอนจริง ๆ
แต่วินาทีต่อมา ไป๋เย่หานก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขายิ้มเจ้าเล่ห์ให้นาง ไม่ต่างจากตอนเช้าวันนั้น
ขมับของซ่งชิงหลันปวดหนึบกะทันหัน นางขมวดคิ้วและคำรามเสียงต่ำกับตนเอง “เจ้านี่มันช่างเก่งกาจเหลือเกิน ถึงได้ตามมารบกวนข้าแม้จะไม่ได้ฝันอยู่ แน่จริงก็อยู่ไปให้ได้ตลอด!”
ว่าจบนางก็หลับตาลง เอาผ้านวมคลุมศีรษะ ผล็อยหลับไปเช่นนั้น
นางหลับสนิททั้งคืนแล้วตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นในช่วงเช้าอย่างเช่นปกติ โดยไม่ได้ฝันอันใด
เห็นเช่นนั้น นางจึงครุ่นคิดกับตนเอง ท่าทางว่าการมีไป๋เย่หานอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่เลว คิดเช่นนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีข้อดีของเขาเพิ่มมาอีก
ซ่งชิงหลันเปิดม่านหน้าต่างขึ้นหลังลุกจากเตียง ได้ยินเสียงใสเอ่ยทัก “ท่านแม่ ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”
ทันทีที่ซ่งชิงหลันหันไปมองก็เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของซ่งซิงเยว่ท่าทางจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูราวตุ๊กตาหยกอยู่หน้าประตูห้อง
“เยว่เยว่ เจ้ามาเพราะเหตุใด”
“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าเอาผ้าอุ่น ๆ มาให้ท่านแม่เช็ดหน้า” ว่าจบ ซ่งซิงเยว่ก็เอาผ้าขนหนูและน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ส่งให้ซ่งชิงหลันด้วยสองมือน้อย ๆ
ด้วยการดูแลจากลูกสาวที่น่ารัก ทำเอามารดาอย่างนางถึงกับใจละลาย
หญิงสาวเอาผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้า แล้วมองซ่งซิงเยว่ด้วยรอยยิ้ม “เกิดอันใดขึ้น บอกแม่มาสิ”
เด็กน้อยยิ้มหวาน ยืนอยู่ต่อหน้ามารดาท่าทางเชื่อฟัง แล้วพูดอย่างจริงจัง “ท่านแม่ เราผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าทำอันใดผิด?”
ซ่งซิงเยว่ขบริมฝีปากสีชมพูสด ก้มหน้าลงแล้วอธิบาย “ที่จริง ท่านน้ารองไม่ได้ตั้งใจจะพังกำแพงเมื่อวานนี้ แต่ท่านช่วยเฉินเฉินกับข้า พวกเราต้องการไปพบท่านพ่อ แต่กลัวท่านแม่จะไม่พอใจ ก็เลยช่วยกันขุดหลุมเอาไว้เป็นทางลับไปที่บ้านท่านพ่อไม่ให้ท่านแม่รู้”
“เพราะอย่างนั้น พวกเจ้าจึงตัวมอมแมมเป็นลูกแมวกันทั้งคู่สินะ”
นางอดเจ็บปวดในใจไม่ได้เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ซ่งชิงหลันกอดลูกสาวเอาไว้ แล้วเอ่ยกับนาง “เยว่เยว่ หากเจ้ากับเฉินเฉินอยากจะไปหาท่านพ่อ แม่จะไม่โกรธ พ่อลูกต้องอยากพบกันเป็นเรื่องปกติ”
“แล้วเหตุใดท่านแม่เอาแต่หนีทุกครั้งที่เจอท่านพ่อเล่าเจ้าคะ?”
“เรื่องนั้น…” ซ่งชิงหลันชะงักไปเพราะคำถามนั้น
แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ เพียงแต่จิตใจของนางอยากจะหนีจากเขาราวกับมันเป็นสัญชาตญาณ
อาจจะเป็นเพราะต้องการรักษาระยะห่าง ด้วยกลัวว่าจะเผลอตกหลุมรักเขาเข้าอย่างนั้นหรือไม่
ซ่งซิงเยว่ยังคงกะพริบตาปริบ ๆ เฝ้ารอคำตอบ ซ่งชิงหลันจึงหาทางเปลี่ยนเรื่องแทน “แล้วนี่เฉินเฉินไปที่ใดกัน”