ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 226 ไม่สามารถเร่งรีบจนเกินไปได้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 226 ไม่สามารถเร่งรีบจนเกินไปได้
บทที่ 226 ไม่สามารถเร่งรีบจนเกินไปได้
พระสนมเฉินหยุดสิ่งที่กำลังจะพูดแล้วรับคำ “ได้สิ”
เพราะพระนางอาศัยอยู่ในวังหลวงแห่งนี้มานาน จึงได้เข้าใจว่าบางสิ่งไม่สามารถเร่งรีบจนเกินไปได้
พระมารดาและหานอ๋องนั่งอยู่ด้วยกันในศาลา สายลมพัดเย็นสบาย นางข้าหลวงกุ้ยจือเอาเสื้อคลุมมาสวมให้พระสนมอีกชั้น
พระสนมเฉินหันไปมองนางข้าหลวง แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย พยักหน้าให้แก่กัน
จากนั้นก็มองไปทางไป๋เย่หาน “หานเอ๋อร์ เจ้ายังหนุ่มยังแน่น ตอนนี้สงครามก็จบลงแล้ว น่าจะถึงเวลาตบแต่งพระชายาเข้าบ้าน แตกกิ่งก้านสาขาให้ราชวงศ์”
“พระมารดา ความจริงแล้วลูก…”
ก่อนจะพูดจบ ไป๋เย่หานพลันได้ยินเสียงคนเดินดังขึ้นจากด้านหลัง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืน เอ่ยเสียงเย็นเยียบ “นั่นผู้ใด!”
ไม่นาน ร่างบางงดงามก็เดินออกมาจากความมืด
จนกระทั่งนางเข้ามาถึงจุดที่แสงของตะเกียงส่องถึง ก็พบว่านั้นคือหลิวหรูเยว่
หญิงสาวทักทายท่าทางกระอักกระอ่วน “หม่อมฉันรบกวนการสนทนาระหว่างพระสนมเฉินกับท่านอ๋อง โปรดทรงอภัยด้วยเพคะ”
แต่พระสนมกลับไม่ได้ดูตื่นตกใจ เพียงยิ้มให้หลิวหรูเยว่และประคองนางให้ลุกขึ้น “บุตรสาวใต้เท้าหลิวนี่เอง เจ้ามาทำอันใดที่นี่กัน”
หลิวหรูเยว่ก้มศีรษะพร้อมเอ่ยเสียงเบา “หม่อมฉันรู้สึกเบื่อเล็กน้อยกับงานเลี้ยง จึงอยากจะออกมาเดินเล่นที่สวน แต่ที่นี่กว้างใหญ่เหลือเกิน จึงได้เดินหลงทางเพคะ”
พระสนมตบหลังมือของหญิงสาว พูดอย่างแฝงความหมาย “โชคดีแล้วที่ได้พบข้าและหานอ๋อง เมื่อครู่หานอ๋องเสียงดังมาก อาจทำให้เจ้าตกใจได้ เข้ามานั่งพักในศาลากับข้าก่อนเถิด”
ระหว่างที่พูดก็จับมือหญิงสาวให้เดินตามเข้ามาในศาลาที่นั่งพัก
ไป๋เย่หานที่อยู่ด้านหลังจึงเอ่ยขึ้น “พระมารดา นี่มันดึกแล้ว ลูกต้องขอทูลลากลับจวนก่อน”
ใบหน้าของพระสนมมืดมนทันที เดิมทีพระนางต้องการให้พวกเขาได้พบกันเป็นการส่วนตัว แล้วเหตุใดลูกชายจึงไม่ให้ความร่วมมือเอาเสียเลย
แต่โชคดีที่นางข้าหลวงกุ้ยจือเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์อย่างรวดเร็ว “พระสนมเพคะ ตอนนี้ดึกมากแล้ว ประตูวังกำลังจะปิด คุณหนูหลิวอาจจะไม่สามารถกลับออกไปได้ทันเวลา”
“โอ้ จริงสิ ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร” พระสนมเฉินยิ้ม หันมองบุตรชายแล้วเอ่ยขึ้น “หานเอ๋อร์ เจ้าช่วยไปส่งคุณหนูหลิวที่จวนที”
ในที่สุด ไป๋เย่หานก็เข้าใจเจตนาของพระมารดาอย่างชัดเจนแล้ว
เขาขมวดคิ้วด้วยใบหน้าเย็นชา “พระมารดา เกรงว่านี่จะไม่เหมาะขอรับ อีกทั้งลูกและคุณหนูหลิวเองก็ไม่ได้รู้จักกัน”
“ความจริงแล้ว…” หลิวหรูเยว่เงยหน้าขึ้นทันใด ดวงตาสีดอกท้อน่าหลงใหล ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางแดงระเรื่อ และเอ่ยเสียงหวานเบา ๆ “หม่อมฉันหลิวหรูเยว่และท่านอ๋องเคยพบกันมาแล้วเพคะ”
“จริงหรือ เมื่อใดกัน?” พระสนมมีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น
พระนางมองไป๋เย่หานอย่างน้อยใจ แล้วเอ่ยเล่า “บุตรชาย เหตุใดจึงไม่บอกแม่เล่า”
ไป๋เย่หานเม้มปาก ไม่ได้พูดอันใดต่อ
ในใจเขามีเพียงซ่งชิงหลัน ไม่ว่าสตรีนางใดก็ไม่ได้อยู่ในสายตา
เมื่อเห็นปฏิกิริยานิ่งสนิทของชายหนุ่ม หลิวหรูเยว่ก็เดาได้ทันทีว่าถูกเขาลืมไปเสียแล้ว
นางพยายามอย่างมากที่จะเก็บความผิดหวังไว้ในใจ และเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “วันนั้นที่หน้าร้านเสื้อชิงเยว่ หม่อมฉันกับเจ้าของร้านเกือบจะเดินชนกัน เป็นท่านอ๋องที่ช่วยเหลือแม่นางผู้นั้นไว้ แต่หม่อมฉันกลับล้มลง พูดไปมันก็ออกจะน่าอายเสียหน่อยเพคะ”
หลิวหรูเยว่กัดฟัน หากวันนั้นคนที่ล้มไม่ใช่นาง เขาจะจดจำนางได้หรือไม่
หลังจากได้ยินเรื่องนั้น ไป๋เย่หานก็นึกบางอย่างขึ้นได้ จำได้ราง ๆ ว่ามีคนล้มที่นั่น แต่เพราะเขาเอาแต่มองภรรยา และสนใจเพียงจะช่วยนาง จึงไม่ได้สนใจว่าคนที่ล้มเป็นผู้ใด หรือหน้าตาเป็นเช่นไร
หากแต่พระสนมเฉินกับทรงตื่นเต้นมาก เมื่อได้ยินเช่นนั้น “แสดงว่าเจ้าทั้งสองชะตาต้องกัน หานเอ๋อร์ นั่นเป็นความผิดเจ้าที่ไม่ได้ช่วยเหลือหรูเยว่ ดังนั้นวันนี้ต้องชดเชยด้วยการไปส่งนาง”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้ว หันหลังจากไปโดยไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมา
หลิวหรูเยว่แข็งทื่ออยู่กับที่ ด้วยเพราะนางไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
แต่พระสนมรีบขยิบตาให้นาง “รีบตามไปเร็วเข้า”
คุณหนูหลิวยิ้มหวาน “ขอบพระทัยเพคะ พระสนมเฉิน”
ว่าจบสาวน้อยก็วิ่งเหยาะ ๆ ตามหลังหานอ๋องไป
พระสนมมองแผ่นหลังของหนุ่มสาวที่จากไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
ส่วนนางข้าหลวงกุ้ยจือก็หัวเราะเช่นกัน “พระสนม ท่าทางว่าคุณหนูหลิวจะพึงใจท่านหานอ๋องนะเพคะ”
“ข้าก็คิดเช่นเจ้า” พระนางพยักหน้ามีแววของความเบาใจ “เท่านี้ก็ค่อยยังชั่วหน่อย ที่เรื่องนี้ไม่ยุ่งยากเกินไปนัก”
นางข้าหลวงพยักหน้าแล้วเอ่ยบ้าง “ตราบใดที่ได้คุณหนูหลิวเป็นพระชายา ท่านอ๋องย่อมต้องได้แรงสนับสนุนจากใต้เท้าหลิว เท่านี้ก็จะทรงมีอำนาจเพียงพอต่อกรกับพระมเหสีแล้วเพคะ”
“คืนนี้ข้ามีความสุขเสียจริง กุ้ยจือ พาข้ากลับตำหนักหยิงชุนไปพักผ่อนทีสิ”
นางข้าหลวงจึงอดไม่ได้ที่จะเตือนขึ้น “พระสนมเพคะ แต่ฝ่าบาทยังประทับอยู่ที่ท้องพระโรง…”
ดวงตาของพระสนมมืดลง พระนางหรี่ตาเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่จำเป็น อย่างไรฝ่าบาทก็ประทับที่ตำหนักพระมเหสีคืนนี้ เราไปกันเถิด”
อีกด้านหนึ่ง
หลิวหรูเยว่รีบวิ่งตามแผ่นหลังกว้างของหานอ๋องไป นางพยายามจะคว้าเขาเอาไว้ “ท่านอ๋อง ท่านอ๋องเพคะ ช้าหลงหน่อยเพคะ…รอหม่อมฉันด้วยเพคะ”
แต่ไป๋เย่หานกลับไม่ได้ชะลอฝีเท้าลงแม้แต่น้อย ยังคงก้าวเท้าไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา
แม้แต่คนโง่ยังดูออก ว่าผู้หญิงผู้นี้เป็นสตรีที่พระมารดาพยายามจะจับคู่กับตน
แต่ในเมื่อเขามีภรรยาและลูก ๆ อยู่แล้ว ก็ไม่ควรยุ่งกับสตรีผู้ใดอีก
ไป๋เย่หานต้องการบอกทุกคนเกี่ยวกับซ่งชิงหลันและลูก ๆ แต่เพราะตอนนี้ซ่งชิงหลันยังไม่ยอมคืนดีด้วย เขาจึงกังวลว่าหากฝ่าบาทและพระมารดาทราบว่าเด็ก ๆ เติบโตอย่างสามัญชน จะต้องหาเรื่องเอาพวกเขาเข้าวังเป็นแน่
หากเป็นเช่นนั้นซ่งชิงหลันคงเกลียดเขายิ่งกว่าเดิม นั่นจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ยิ่งแย่ลงไปอีก
จากนั้นไม่นานไป๋เย่หานก็ออกมานอกประตูวัง
โดยที่หลิวหรูเยว่ยังคงตามมา
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางต้องมาทำสิ่งที่เสียภาพลักษณ์ถึงเพียงนี้ หญิงสาวหอบหายใจอย่างหนัก ส่วนร่างกายเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
แต่ไป๋เย่หานกลับไม่ได้ดูเห็นใจเลยนางแม้แต่น้อย เขาขมวดคิ้วถามเสียงเรียบ “รถม้าเจ้าอยู่ที่ใด”
“หม่อมฉัน…หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ” หลิวหรูเยว่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดเขาก็ยอมพูดกับนาง จึงเริ่มเอ่ยอย่างน่าสงสาร “บางทีท่านพ่อและท่านพี่อาจจะกลับกันไปแล้ว”
ใบหน้าไป๋เย่หานมืดมน เขาเรียกหาคนสนิทจากด้านหลังในความมืด “หานเฟย”
จากนั้นหานเฟยจึงไปนำรถม้ามาจอดเทียบ
เมื่อรถม้ามาถึง ไป๋เย่หานก็พูดกับหลิวหรูเยว่ “นั่งรถม้าข้ากลับไป”
หญิงสาวได้ยินเข้าก็ยิ้มอย่างเขินอาย “ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง”
หานเฟยมองคุณหนูที่ก้าวเท้าขึ้นรถท้าไปอย่างตกตะลึง แล้วถามอย่างงุนงง “นายท่าน เกิดเหตุใดขึ้นขอรับ”
ไป๋เย่หานตอบเสียงเย็น “ไปส่งคุณหนูหลิวที่จวนใต้เท้าหลิว”
ตอนนั้นเองที่หลิวหรูเยว่เปิดม่านรถม้าออกมาถามอย่างตกใจ “ท่านอ๋องไม่ได้จะทรงไปกับหม่อมฉันหรือเพคะ?”
ไป๋เย่หานตอบเสียงเรียบเช่นเดิม สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใด “ชายหญิงจะให้ใกล้ชิดกันได้อย่างไร คุณหนูหลิวไปเถิด”
ว่าจบก็หันมองหานเฟย
หานเฟยเข้าใจทุกอย่างทันที กระโดดขึ้นอาน บังคับให้ม้าลากรถออกไปทันที
หลิวหรูเยว่จึงปิดม่านลง ใบหน้างดงามของนางเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
นางกำมือแน่น คิดกับตนเองขึ้นมาในใจว่าจะต้องเอาชนะใจหานอ๋องให้ได้ในสักวันหนึ่ง