ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 228 คืนนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 228 คืนนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน
บทที่ 228 คืนนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน
ทั้งคู่ที่เห็นเช่นนั้นถึงกับผงะตกใจ
ซ่งชิงซีเอ่ยถามขึ้นพลางลูบอกตัวเอง “ท่านพี่ ดึกป่านนี้แล้วเหตุใดยังไม่นอนอีกขอรับ”
ซ่งชิงหลันเหลือบมองน้องชายทั้งสอง “ก็ต้องรอพวกเจ้ากลับมาน่ะสิ ข้าจะไปนอนแล้ว ราตรีสวัสดิ์”
ว่าจบซ่งชิงหลันก็โบกมือให้พวกเขา เดินเข้าบ้านไป
ซ่งชิงซีกลืนน้ำลาย มองพี่ชายแล้วเอ่ย “ท่านพี่อยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อ.fกัน?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า”
“แล้วเรื่องที่เราคุยกัน ท่านพี่คงไม่…”
ซ่งชิงหนานขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเบา “ลืมมันเสีย หากมันจะเกิดขึ้นจริง ๆ เราก็คงได้เห็นในอนาคต ไปนอนเถิด”
….
ด้านไป๋เย่หานกลับมาถึงจวนหลังหานเฟยนำรถม้ากลับมา
ทันทีที่เข้ามาในจวน หานเฟยก็รีบเข้ามาทักทายผู้เป็นนาย “นายท่านขอรับ ข้าน้อยได้ไปส่งคุณหนูหลิวตามคำสั่งเป็นที่เรียบร้อยอย่างปลอดภัยขอรับ”
ไป๋เย่หานเลิกคิ้วถาม “รถม้าอยู่ที่ใด?”
“คอกม้าขอรับ”
ไป๋เย่หานออกคำสั่งเสียงเบา “เผารถนั่นเสีย”
“หา…ว่าอย่างไรนะขอรับ?” หานเฟยตกตะลึง คิดว่าหูฝาดไป นายท่านจะระบายความโกรธต่อรถม้าอย่างนั้นหรือ
ไป๋เย่หานมองเขาเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มไร้ก้นบึ้งดูเย็นชา “ต้องให้ข้าพูดซ้ำหรือไม่”
“ไม่ ไม่ขอรับ ข้าน้อยจะจัดการทันที และจะไม่ได้เห็นรถคันนั้นอีกในวันพรุ่ง” ว่าจบหานเฟยก็รีบออกไป
และยังลอบเห็นจากหางตาว่านายท่านไม่ได้กลับเข้าไปในจวน แต่กลับเดินผ่านประตูเชื่อมไปยังจวนท่าแม่ทัพซ่ง
เขาตกใจจึงรีบเอ่ยออกไป “นายท่าน ไปผิดทางนะขอรับ”
ไป๋เย่หานหยุดเดินหันกลับมา แล้วมองด้วยสายตาเย็นเยียบท่ามกลางความมืดที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาเพียงครึ่ง ช่างเป็นภาพที่น่ากลัวขึ้นอย่างทวีคูณ
หายเฟยเข้าใจได้ทันทีว่าท่านอ๋องไม่ได้ไปผิดทาง แต่จะไปหาพระชายาต่างหาก
นี่เขาจะทำอันใดโง่ ๆ เช่นนี้ไปถึงเมื่อใดกัน
โชคดีที่วิชาตัวเบาของหานเฟยเองก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าผู้ใด จึงได้รีบใช้วิชานั้นเหาะหนีไป “นายท่าน ข้าน้อยจะไปที่คอกม้าขอรับ”
ไป๋เย่หานส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เจ้านี่อยู่กับเขามาหลายปี เหตุใดถึงได้ไม่เข้าใจเอาเสียเลย
….
ซ่งชิงหลันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ไม่อาจข่มตาหลับได้
ด้วยสาเหตุบางอย่าง นางจึงเอาแต่ครุ่นคิดถึงสตรีที่ซ่งชิงซีเอ่ยถึง คุณหนูหลิวผู้เพียบพร้อมผู้นั้น…
ซ่งชิงหลันตะโกนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ เหตุใดนางต้องให้ความสนใจในเรื่องเหล่านี้ด้วย นางกับไป๋เย่หานไม่ได้มีอันใดเกี่ยวข้องกัน เขาย่อมสามารถแต่งงานกับสตรีคนใดก็ได้ที่ต้องการ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะไปยุ่งเกี่ยวได้ ให้ตายเถิด!
คิดได้เช่นนั้น หญิงสาวก็พลิกตัวหันหน้าออกไปที่ข้างเตียง
ก็พบว่ามีบางคนอยู่ข้างกาย
นั่นก็คือไป๋เย่หาน
ซ่งชิงหลันไม่ได้ตกใจกลัวอีกต่อไป นางคุ้นเคยกับภาพลวงตาของชายผู้นี้เป็นอย่างดี เขามักมาปรากฏตัวยู่ข้าง ๆ เช่นนี้มานานแล้ว
เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเขามักจะสวมเสื้อคลุมสีเข้ม แต่วันนี้กลับอยู่ในอาภรณ์ชั้นดีสีน้ำเงินปักดิ้นทอง ซ้ำยังนอนตะแคงมองหน้านางด้วยใบหน้าที่หล่อเหลา ดวงตาคมสีเข้มแฝงความหมายที่ยากจะคาดเดา ดูเจ้าเล่ห์ไม่น้อย
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วแล้วกระซิบ “ท่านนี่ไม่ธรรมดาเสียจริง รู้จักเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียด้วย”
ชายหนุ่มประหลาดใจกับปฏิกิริยาของนาง เพราะในตอนแรกคาดเดาว่าจะถูกนางถีบตกเตียงเช่นครั้งก่อนเสียอีก
เขายกมุมปากขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วเอ่ยเสียงเบา “แล้วพระชายาคิดว่าชุดนี้เป็นอย่างไร?”
ซ่งชิงหลันตกตะลึง นางกะพริบตาอย่างแรง พูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “นี่เจ้า…เจ้า… พูดได้ด้วยอย่างนั้นหรือ?”
ไป๋เย่หานในคืนก่อน เพียงแค่มองหน้านางอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยคำใด
ทันใดนั้นความคิดน่ากลัวพลันแวบขึ้นมาในหัว นางตระหนักถึงบางสิ่งขึ้นมาได้
หญิงสาวยื่นมือสั่นเทาออกไปสัมผัสใบหน้าหล่อเหลาข้างกาย และต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้สึกถึงความอุ่นที่ผิวหน้าของเขา
ซ่งชิงหลันชักมือกลับอย่างตกใจ “นี่เจ้าตัวจริง ไป๋เย่หานจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ “พระชายา เจ้าหมายถึงเรื่องอันใดกัน มีตัวปลอมของข้าอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ?”
“ออกไป! นี่เจ้า เข้ามาในห้องข้าตั้งแต่เมื่อใด ซ้ำยังปีนขึ้นมาอยู่บนเตียงข้าอีก ข้าจะ…”
ก่อนที่ซ่งชิงหลันจะเอ่ยคำว่าถีบออกมา เท้าเรียวของนางก็ทำงานทันที ขาเหยียดถีบไปทางชายหนุ่ม
คราวนี้ไป๋เย่หานระวังตัวขึ้น จึงอาศัยความเร็วกว่าในการเหยียดขาตนเองมาหนีบขาเรียวของนางเอาไว้แน่น
ท่าท่างของทั้งสองจึงอยู่ในลักษณะที่ชวนเข้าใจผิดไม่น้อย
ซ่งชิงหลันคิดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าสวยก็พลันขึ้นสีแดงระเรื่อ ทั้งที่ดวงตายังขุ่นเคืองจ้องเขม็ง “ปล่อยข้าประเดี๋ยวนี้”
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาใสของนางด้วยสายตาคมทรงเสน่ห์
ตามด้วยการยื่นแขนยาวมากอดซ่งชิงหลันเอาไว้ในอ้อมอกอย่างแนบชิด
หญิงสาวหัวใจเต้นแรง แม้ว่าจะให้กำเนิดเด็กน้อยมาแล้วถึงสองคน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้สัมผัสบุรุษอย่างใกล้ชิดเพียงนี้
ใบหน้านางแดงก่ำ พยายามดิ้นรนในอ้อมแขนของเขา ใช้มือผลักอกแกร่งอย่างแรง และเอ่ยประท้วง “ไป๋เย่หาน ปล่อยข้า ปล่อยสิ”
“อย่าดิ้น” ไป๋เย่หานเอ่ยเสียงทุ้มต่ำและแหบแห้ง แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์มหาศาล “หากเจ้ายังดื้อ ข้าจะไม่รับประกันความปลอดภัยของเจ้า”
ในที่สุด ซ่งชิงหลันก็พบว่าเขาแปลกไป นางกลัวจนรู้สึกเย็บวาบที่สันหลัง ทำได้เพียงนิ่งอย่างเชื่อฟัง
เมื่อเห็นว่าร่างเล็กในอ้อมแขนยอมสงบลงแล้ว ก็ทั้งไม่พอใจและขำในเวลาเดียวกัน
เขาเป็นสามีนางแท้ ๆ แต่ไม่อาจปฏิบัติต่อนางเช่นภรรยาได้ ช่างทรมานใจเหลือเกิน
ลืมมันไปเถิด ผู้ใดบอกว่าเขาทำสิ่งใดไม่ได้กัน
ชายหนุ่มวางคางลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยของซ่งชิงหลัน หลับตาพริ้ม เอ่ยเสียงเบา “ชิงหลัน ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ขออยู่เช่นนี้สักพัก”
น้ำเสียงนั้นคล้ายเด็กเอาแต่ใจ
ซ่งชิงหลันพลันใจอ่อนยวบ นางอึดอัดเล็กน้อยจากข้างในอก ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างจงใจ “หากเจ้าต้องการหาเพื่อนนอนด้วย ก็เพียงไปเลือกหาเอาได้มากจากด้านนอกนั่น หรือไปที่จวนใต้เท้าหลิว ผู้ที่นั่นย่อมยินดีอย่างแน่นอน”
ไป๋เย่หานลืมตาขึ้น ถอยตัวออกมา สบตาซ่งชิงหลันในอ้อมแขน ดวงตาของเขาพลันลุกโชน พร้อมถามอย่างติดตลก “พระชายา เจ้าหึงหวงข้าอยู่หรือไม่”
“หึงหวงอย่างนั้นหรือ! ผู้ใดจะหึงท่าน! บ้าหรืออย่างไร!” ซ่งชิงหลันโกรธมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงรีบปฏิเสธเสียงแข็ง
ไป๋เย่หานกลับอารมณ์ดีที่ได้เห็นท่าทางกระวนกระวายของนาง
เขากอดนางแน่นอีกครั้ง พูดด้วยเสียงต่ำ “ชิงหลัน อย่ากังวลใจ สายตาข้ามีเพียงเจ้าเท่านั้น…”
“หือ?” ซ่งชิงหลันยังคงรอให้เขาพูดต่อไป แต่ทุกอย่างกลับเงียบไป “นี่…ไป๋เย่หาน… ท่าน…”
นางหันหน้าไปมองก็พบว่าเขาหลับไปเสียแล้ว!
ซ่งชิงหลันขยับร่างกาย พยายามหนีจากอ้อมกอดของเขา แต่กลับพบว่าถูกแขนแกร่งรัดไว้อย่างแน่นหนา
“เฮ้อ…” นางพรูลมหายใจออกมา “คืนนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน และต่อไปอย่าได้หวัง”
หลังจากนั้น ซ่งชิงหลันก็เริ่มง่วง และในที่สุดก็หลับไปในอ้อมแขนของไป๋เย่หานอย่างไม่รู้ตัว