ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 23 ทุกอย่างกำลังดีขึ้น (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 23 ทุกอย่างกำลังดีขึ้น (รีไรท์)
บทที่ 23 ทุกอย่างกำลังดีขึ้น (รีไรท์)
ซ่งชิงหลันเห็นอาการเหล่านั้นของแม่เฒ่าซ่งกับตาตัวเอง
นางจึงเข้าไปกุมมือหญิงชรา แล้วเดินไปทางหลิวกุ้ยเสีย
“จริงอยู่ที่สตรีนั้นแสนอ่อนแอ แต่คนเป็นแม่นั้นช่างแข็งแกร่ง”
“ข้าเคยเป็นเพียงเด็กสาวไร้เดียงสา ไม่รู้ทางจะต่อสู้เพื่อตนเอง จึงปล่อยให้ท่านกับตระกูลไป๋เอาเปรียบและรังแกเรื่อยมา หากแต่เวลานี้ข้ามิใช่คนเดิมอีกแล้ว ข้ามิอาจยอมให้ผู้ใดมากดขี่ครอบครัวได้อีก กระต่ายจะกัดก็ต่อเมื่อมันเหลืออด ผู้ใดก็ตามที่คิดจะมาหาเรื่องครอบครัวข้า คนผู้นั้นต้องเจอดี”
“ส่วนเรื่องทำมาค้าขาย ผู้คนต่างก็ทำมาค้าขึ้นเจริญรุ่งเรืองกันทั้งนั้น เว้นเสียก็แต่ท่าน”
ซ่งชิงหลันชี้หน้าคนเป็นอาสะใภ้อย่างไร้ซึ่งความยำเกรง แล้วเอ่ยวาจาถากถาง “คงไม่มีผู้ใดที่วัน ๆ เอาแต่พูดจาพล่อย ๆ หาเรื่องคนอื่นอย่างหยาบคายได้เช่นท่านอีกแล้วเจ้าค่ะ ท่านอาสะใภ้”
“แม่นางซ่งพูดอีกก็ถูกอีก”
“ข้าว่าแล้วเชียว เจ้าคงอิจฉาที่เห็นหลันหลันหาเงินได้เยอะ ก็เลยปากเสียใส่ร้ายนาง”
“ทำตัวเช่นนี้ช่างน่ารังเกียจนัก”
“ใส่ความผู้อื่นเพียงเพราะตนเองไร้ความสามารถ หึ”
“ปากก็อย่างกับกรรไกร ซ้ำใจยังดำอำมหิต ทั้งหย่งเหอนี้ก็คงจะมีเพียงอวิ๋นเฟิงที่แสนดีเท่านั้นที่จะอดทนกับคนอย่างเจ้าได้”
…
ความตั้งใจเดิมของหลิวกุ้ยเสียคือหมายจะทำให้ซ่งชิงหลันต้องอับอายจากคำถากถาง หากแต่นางไม่คาดคิดเลยว่าตัวตลกที่ถูกเยาะเย้ยผู้นั้นจะกลายมาเป็นนางเสียเอง
ความโกรธของนางจึงปะทุขึ้นภายในอกอย่างรุนแรง
“หุบปาก พวกเจ้าหุบปากไปเลย!”
หลิวกุ้ยเสียคว้าไม้กวาดด้ามยาวจากในสวนออกมาง้างใส่เพื่อนบ้านที่ยืนอยู่รอบ ๆ
“กล้ามาว่าข้าปากเสียอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นข้าจะทำให้ดูว่าปากเสียจริง ๆ มันเป็นอย่างไร อย่ามาขวางหน้าบ้านข้า หลบไป ถอยไปให้หมด ไอ้พวกหมาหมู่ ออกไป!”
หลังจากที่ขับไล่ทุกคนออกไปจนหมดแล้วนางก็ยังใช้วาจาผรุสวาทใส่ซ่งชิงหลันเสียงดัง พร้อมโยนไม่กวาดในมือทิ้ง แล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยความโกรธแค้น
“มาเถิดท่านย่า เรารีบเข้าบ้านไปเตรียมอาหารกันเถิดเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันไม่อยากจะเสียเวลากับคนเช่นนั้น จึงได้เอ่ยชวนแม่เฒ่าซ่งกลับเข้าบ้านไปด้วยกัน
อาหารเย็นที่นางตั้งใจจะเตรียมคือปลาเฉาตุ๋นกับเต้าหู้
หญิงสาวนำปลาเฉามาล้างให้สะอาด ลงกระทะทอดจนเหลืองทั้งสองด้าน จากนั้นก็เติมเครื่องปรุงต่าง ๆ แล้วเติมน้ำสะอาดลงไปในหม้อ รอให้น้ำเดือดแล้วใส่เต้าหู้ขาวลงไปตุ๋นให้เข้ากัน
ตามด้วยการเอาผักกาดขาวหนึ่งหัวไปล้าง แช่วุ้นเส้น เอาวุ้นเส้นและผักกาดขาวไปต้ม ใส่ผักกาดขาวลงไปครึ่งหม้อ อีกหม้อหนึ่งก็เตรียมแป้งสำหรับทำเมี่ยนปิ่ง*[1]
เพียงครึ่งก้านธูป อาหารทั้งหมดก็เสร็จสรรพ
ซ่งชิงตงมาช่วยจัดโต๊ะอาหาร ส่วนซ่งชิงเป่ยเป็นคนเตรียมจานชามและตะเกียบสำหรับทุกคน และซ่งชิงซีก็มารอที่โต๊ะอาหาร หลังจากจัดการป้อนนมแพะให้แก่ซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อมองไปยังหม้อน้ำแกงเข้มข้นที่มีปลาเฉาตุ๋นเต้าหู้อยู่ภายในก็ดวงตาเป็นประกาย ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ
“หอมมากเลย”
ซ่งชิงเป่ยเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ตั้งแต่พี่ใหญ่กลับมา ข้าก็รู้สึกเหมือนกำลังฝันไป นี่ข้าจะได้กินเนื้อปลาแล้วก็ของอร่อยอื่น ๆ อยู่หรือนี่”
ซ่งชิงหลันตักน้ำแกงปลาในหม้อแบ่งใส่ถ้วยส่งให้ทุกคน “พวกเจ้าไม่ต้องห่วงไป บ้านเราจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ เป็นแน่”
“ใช่แล้ว พี่ใหญ่พูดถูก” ซ่งชิงตงพยักหน้าตาม
สองวันที่ผ่านมา เขาได้ติดตามท่านพี่ไปขายเจียนปิ่งกั่วจือ เมื่อเห็นว่ายอดขายไม่เลวก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เขาไม่เคยรู้สึกมีความหวังเช่นนี้มาก่อน
หลานสาววางชามน้ำแกงที่ใส่เนื้อปลามากที่สุดลงตรงหน้าท่านย่า “ท่านย่า กินน้ำแกงนี่สิเจ้าคะ ข้าเอาก้างออกให้ท่านแล้ว แต่ต้องค่อย ๆ กินนะเจ้าคะ”
หากแต่หญิงชรากลับเลื่อนมันคืนมาให้นาง “หลันหลัน เจ้าต่างหากที่ต้องกินให้มาก เจ้าเหน็ดเหนื่อยทำงานมาทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ”
หญิงสาวยืนยันอีกครั้ง “ไม่ต้องห่วงข้า เรายังมีน้ำแกงอีกมากในหม้อ ท่านกินเยอะ ๆ ได้เลยเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงเป่ยเพลิดเพลินกับมื้ออาหารเสียจนแก้มตุ่ย
“น้ำแกงนี่อร่อยมากเลยขอรับ เนื้อปลานี่ก็ด้วย เต้าหู้นี่ก็เช่นกัน”
ซ่งชิงซียิ้มอย่างเอ็นดู “ดูซิเนี่ย แก้มเจ้าเลอะเป็นหนวดแมวหมดแล้ว”
เป็นมื้ออาหารของครอบครัวที่แสนอบอุ่นเหลือเกิน…
[1] เมี่ยนปิ่ง คือแผ่นแป้งที่ไว้กินคู่กับน้ำแกง