ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 24 ขอดูเด็ก ๆ ได้หรือไม่ (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 24 ขอดูเด็ก ๆ ได้หรือไม่ (รีไรท์)
บทที่ 24 ขอดูเด็ก ๆ ได้หรือไม่ (รีไรท์)
หลังจากที่น้องชายทั้งสามอาสาช่วยกันล้างจานชามเสียจนสะอาดเอี่ยมก็กลับไปนอนในบ้าน
เหลือเพียงย่าและหลานสาวที่ยังอยู่ด้วยกันตามลำพัง
ซ่งชิงหลันสังเกตเห็นว่าท่านย่าของนางมีท่าทางอึดอัด ราวกับลังเลที่จะพูดอะไรอยู่นานแล้ว หากแต่ยังไม่เอื้อนเอ่ยออกมาเสียที “ท่านย่า มีเรื่องอันใดจะพูดกับข้าหรือเจ้าคะ”
เมื่อถูกถามเช่นนั้น หญิงชราจึงจำต้องละทิ้งความลังเลไป “หลันหลัน ย่าแค่สงสัย ด้วยเหตุใดกัน เจ้าถึงรู้วิธีการต่อสู้ได้?”
หลานสาวยิ้มตอบ “ท่านย่า ข้ารู้วิธีการต่อสู้แบบงู ๆ ปลา ๆ เพื่อใช้ป้องกันตัวเองเพียงเท่านั้น เมื่อคราที่ข้าอยู่บ้านตระกูลไป๋ ข้าบังเอิญได้พบปรมาจารย์ท่านหนึ่ง เขาบังเอิญเดินทางผ่านมาและเป็นคนใจดีมาก”
“ท่านผู้นั้นเห็นว่าข้าน่าสงสารจึงได้รับเป็นศิษย์ และสอนวิชาการต่อสู้แบบง่าย ๆ ให้แก่ข้า เพื่อที่จะได้ใช้ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรง และปกป้องตัวเองเวลาถูกรังแก ทั้งยังสอนเรื่องการค้าขาย”
แม่เฒ่าซ่งพยักหน้าตามแล้วกล่าวว่า “อาจารย์ของเจ้าช่างเป็นคนดีจริง ๆ ควรเชิญเขามาที่บ้านเราเมื่อมีโอกาส”
“ท่านอาจารย์มักเดินทางพเนจรไปเรื่อย ตัวข้าเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ใดเหมือนกันเจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้วท่านย่ารีบเข้านอนเถิด”
ซ่งชิงหลันหันไปดับเทียน พลางถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วล้มตัวลงนอน โชคดีที่นางสามารถหาเหตุผลขึ้นมาใช้อ้างกับท่านย่าได้ และยังดีที่มันได้ผล
ในรุ่งสางที่หนาวเหน็บของวันที่สอง หลายคนยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา
หากแต่พี่น้องตระกูลซ่งกลับตื่นแต่เช้ามาทำงานกันแล้ว
เป็นเพราะนางกังวลว่าพวกคนตระกูลไป๋จะหวนกลับมาก่อปัญหาอีก ซ่งชิงหลันจึงตัดสินใจพาลูกน้อยทั้งสองไปที่ร้านอาหารเช้าพร้อมกับแม่เฒ่าซ่ง
พวกเขาช่วยกันผูกเปลเล็ก ๆ ไว้ในร้านอาหาร และวางเด็กน้อยทั้งสองในนั้น โดยมีท่านย่าทวดคอยดูแลเหลน ๆ
สี่พี่น้องแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน และเริ่มทำงานของตนเองอย่างแข็งขันทันทีที่มาถึง
ซ่งชิงเป่ยมีหน้าที่ดูแลฟืนไฟ ซ่งชิงซีเป็นคนคิดเงิน ซ่งชิงหลันและซ่งชิงตงช่วยกันทำอาหาร
ถือว่าซ่งชิงตงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำร้านนี้อย่างแท้จริง และเขายังเชี่ยวชาญในการทำเจียนปิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย
ท้องฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ อากาศยังคงหนาวจัด ผู้คนที่ออกมาซื้อและขายของก็ยังบางตา
วันนี้เป็นคราวของอู่ต้าหย่งที่ต้องออกปฏิบัติหน้าที่
ทันทีที่เห็นว่าร้านอาหารเช้าตระกูลซ่งเปิดขายอยู่จากระยะไกล สายตาของชายหนุ่มก็ไม่อาจละไปจากร่างงามในอาภรณ์เนื้อหยาบได้
เมื่อเห็นว่าซ่งชิงหลันเตรียมของทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว อู่ต้าหย่งก็ขยับมือไม้จัดเครื่องแบบทหารที่สวมอยู่ของตนให้เรียบร้อยก่อนจะเดินเข้าไปที่ร้าน
“แม่นางซ่ง ขอเจียนปิ่งกั่วจือให้ข้าที”
ซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมเผยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า ยามได้มองภาพนั้น หัวใจของชายหนุ่มก็พลันสั่นไหว ดัง ‘ตึกตัก’ อยู่ภายในอกแกร่ง
“พี่อู่ วันนี้ท่านเป็นลูกค้าคนแรกของร้านเรา ข้าจะเพิ่มไข่ให้ท่านอีกฟองนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันเกลี่ยแป้งอย่างชำนาญ แล้วตอกไข่สองฟองลงไป จากนั้นเติมส่วนผสมต่าง ๆ จนครบ คนอยู่สองสามครั้ง เจียนปิ่งกั่วจือร้อน ๆ ชิ้นใหญ่ก็พร้อมทาน
“พี่อู่ เจียนปิ่งของท่านได้แล้วเจ้าค่ะ”
อู่ต้าหย่งรับอาหารเช้ามาด้วยมือทั้งสองข้าง ตามด้วยการกัดไปคำใหญ่ เขายิ้มออกมาอย่างจริงใจ “อร่อยมาก”
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงทารกดังขึ้นจากภายในร้าน
นั่นทำให้อู่ต้าหย่งเพิ่งได้ค้นพบว่า ยามนี้ เฉินเฉินและเยว่เยว่ก็อยู่ที่นี่พร้อมกับแม่เฒ่าซ่ง
ชายหนุ่มเห็นเพียงใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กทารกจากที่ไกล ๆ ก็เกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาในใจ จึงหันไปทางซ่งชิงหลันแล้วเอ่ยกับนาง “ข้าขอดูเด็ก ๆ ได้หรือไม่”
ซ่งชิงหลันพยักหน้ารับ “ได้สิเจ้าคะ”
ร้านอาหารที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก ยามที่อู่ต้าหย่งผู้มีร่างสูงใหญ่เข้ามาด้านใน พื้นที่ของร้านก็พลันแคบลงในพริบตา
เจ้าตัวน้อยทั้งสอง จ้องชายหนุ่มตาใสราวกับพยายามสื่อสารเป็นภาษาทารกอ้อแอ้น่าเอ็นดู