ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 25 ขายดีจนร้านข้าง ๆ อิจฉาตาร้อน (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 25 ขายดีจนร้านข้าง ๆ อิจฉาตาร้อน (รีไรท์)
บทที่ 25 ขายดีจนร้านข้าง ๆ อิจฉาตาร้อน (รีไรท์)
เฉินเฉินตัวน้อยเมื่อเห็นอู่ต้าหย่งในเครื่องแบบทหาร ก็โบกมือน้อย ๆ ไปมาราวกับตื่นเต้น “แอ้ แอ้ แอ้” ซ้ำยังร้องเสียงดังไม่หยุด
อู่ต้าหย่งใจละลายเมื่อได้เห็นภาพนั้น ชายหนุ่มร่างสูงผู้นี้ตกหลุมรักเด็กน้อยทั้งสองโดยพลัน
ขุนนางหนุ่มผู้เคยเย็นชาและสงบนิ่ง กลับทำสีหน้าขบขันยามได้ที่มองเด็กน้อยน่ารักตรงหน้า
นี่คงเป็นครั้งแรกที่แม่เฒ่าซ่งได้พบกับขุนนางที่ไร้ซึ่งความถือเนื้อถือตัว และยังเป็นมิตรต่อชาวบ้านเช่นนี้ นางจึงยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “หนูน้อยสองคนนี้ดูจะชอบนายท่านมาก ท่าทางจะมีชะตาต้องกันนะเจ้าคะ”
อู่ต้าหย่งได้ยินเช่นนั้นก็มีความสุขโดยพลัน “เด็กน้อยสองคนนี้มีนามว่าเฉินเฉินกับเยว่เยว่อย่างนั้นหรือ ช่างไพเราะเสียจริง”
ซ่งชิงหลันจึงเอ่ยต่อ “คนพี่เป็นผู้ชายนามว่าซ่งชิงเฉิน คนน้องเป็นผู้หญิงนามว่าซ่งชิงเยว่เจ้าค่ะ”
“แม่นางให้พวกเด็ก ๆ ใช้แซ่ซ่งหรือ”
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น เด็ก ๆ เป็นลูกของข้า ย่อมต้องใช้แซ่ของข้า”
อู่ต้าหย่งมองเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวจากแม่ของเด็กทั้งสอง ก็เข้าใจได้ทันทีว่านางตัดสินใจเช่นนี้เพราะไม่ต้องการที่จะยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวอดีตสามีของตนอีกต่อไปชั่วชีวิต ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดีมาก
แม้ว่าซ่งชิงหลันจะเคยแต่งงาน ซ้ำยังมีลูก หากแต่ด้วยอำนาจของห้วงอารมณ์บางอย่าง ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่สามารถลบภาพของนางออกไปจากหัวได้ ซ้ำยังเกิดความรู้สึกอยากดูแลปกป้องครอบครัวของสตรีผู้นี้ขึ้นมา
ยามฟ้าสว่างเต็มที่ บรรดาลูกค้าหลั่งไหลมาเข้าแถวเพื่อซื้อเจียนปิ่งกั่วจือ และมีท่าทีว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
อู่ต้าหย่งไม่อยากจะรบกวนเวลาทำงานของนาง จึงออกจากร้านแล้วกลับไปปฏิบัติงานเช่นเดิม
“แม่นางซ่ง ขอเจียนปิ่งกั่วจือสองชิ้น ภรรยาข้าชอบกินมาก ให้ข้ามาซื้อแต่เช้า”
“ข้าด้วย ต่อไปข้าจะมากินเจียนปิ่งกั่วจือของแม่นางที่นี่ทุกวัน”
“วันนี้ข้ากะว่าจะซื้อเพิ่มอีกสักสองสามชิ้น ขนาดข้ากินวันละสามชิ้นก็ยังไม่เบื่อเลย”
“ของดีขนาดนี้จ่ายเพียงสิบเหรียญถือว่าคุ้มค่ายิ่งนัก”
“เวลาที่ข้าไปทำงาน ปกติกินเพียงซาลาเปาสองก้อนยังไม่ค่อยอยู่ท้อง หากแต่เมื่อมากินเจียนปิ่งกั่วจือร้านนี้แล้ว กลับทำให้ข้าอิ่มไปถึงเที่ยงเลย”
“ที่สำคัญเลยคือพี่น้องตระกูลซ่งนี่ ทำอาหารอร่อยกันแทบทุกคน เก่งกันจริง ๆ”
จากนั้นไม่นาน ผู้คนที่มาต่อแถวซื้ออาหารเช้าที่ร้านก็ยาวไปจนจะถึงประตูเมือง
ข้างร้านขายอาหารเช้า มีร้านขายซาลาเปาที่ร้างผู้คน แม้แต่แมลงวันสักตัวที่หน้าร้านก็ยังไม่มีตั้งอยู่
เจ้าของร้านซาลาเปานามว่าฟางชุ่ยจือ นางมองไปที่แถวของร้านพี่น้องตระกูลซ่งด้วยความริษยา
หากนับจากคนเหล่านั้นให้มีค่าอย่างน้อยหัวละสิบเหรียญ แถวยาว ๆ นั่นไม่ได้น่าอิจฉาเพียงความยาวของมัน หากแต่เป็นจำนวนเงินที่จะได้จากการขายทั้งหมดต่างหาก
ฟางชุ่ยจือถอดผ้ากับเปื้อนออกแล้วโยนลงกับโต๊ะพลางเอ่ย “โอ๊ย ให้ตายเถิด ไม่อยากจะเชื่อเลย เจียนปิ่งกั่วจือของนางอร่อยขนาดนั้นเลยหรือ”
นางต้องรู้ให้ได้ จึงลงทุนเดินไปถึงท้ายแถวเพื่อรอซื้อมาชิมเอง
นางยืนรอเป็นเวลานานถึงหนึ่งก้านธูปกว่าจะถึงตาของนาง
“ข้าขอด้วยหนึ่งชิ้น”
ซ่งชิงหลันเงยหน้ามองลูกค้าคนนี้ นางรู้ทันทีว่านี่คือเจ้าของร้านข้าง ๆ ที่ดูท่าทางไม่เป็นมิตร
แม้แต่ซ่งชิงตงยังสัมผัสได้ถึงเจตนาที่ไม่ดีจากนาง
เขามองไปที่พี่สาวอย่างกระวนกระวายใจแล้วเอ่ยกระซิบ “ท่านพี่…”
ซ่งชิงหลันยังคงมีสีหน้าปกติแล้วออกปากเตือนน้องชาย “ดูแป้งของเจ้าไป อย่าให้มันเหลว”
“ขอรับ”
ซ่งชิงตงสงบใจลงทันที และหันไปสนใจกับงานของตนเองต่อ
ในขณะที่พี่สาวตระกูลซ่งส่งอาหารตามที่ลูกค้าจากร้านข้าง ๆ สั่งอย่างใจเย็น พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มการค้าว่า “แม่นางฟาง นี่เจียนปิ่งกั่วจือของท่าน ระวังร้อนด้วยนะเจ้าคะ เจียนปิ่งกั่วจือนี่ราคาสิบเหรียญเจ้าค่ะ”