ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 26 หากไม่อร่อยก็จะไม่จ่ายเงิน (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 26 หากไม่อร่อยก็จะไม่จ่ายเงิน (รีไรท์)
บทที่ 26 หากไม่อร่อยก็จะไม่จ่ายเงิน (รีไรท์)
ซ่งชิงซียื่นมือไปทางฟางชุ่ยจือเพื่อรอรับเงินจากนาง
ฟางชุ่ยจือถือเจียนปิ่งกั่วจือเอาไว้ในมือแล้วเม้มปากแน่น “ประเดี๋ยวก่อน พวกเจ้าไม่คิดว่ามันจะง่ายเกินไปหน่อยหรือที่ข้าต้องจ่ายให้พวกเจ้าตั้งสิบเหรียญ”
“ซาลาเปาเนื้อของข้าลูกละแปดเหรียญเท่านั้น และข้าก็ขอรับประกันด้วยว่าลูกค้าจะไม่ต้องเสียสักแดงเดียวหากมันไม่อร่อย เจ้าเล่ากล้าหรือไม่?”
นางมองไปทางซ่งชิงหลันอย่างยั่วยุ
หากแต่ซ่งชิงหลันกลับเหลือบมองนางอย่างเฉยเมยไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด
ฟางชุ่ยจือจึงทำได้เพียงกัดเจียนปิ่งในมือเข้าปากไป แล้วคายมันทิ้งลงที่พื้นอย่างรวดเร็ว
“นี่มันอันใดเนี่ย ไม่อร่อยเลยสักนิด”
นัยน์ตาของซ่งชิงหลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก และตอบโต้อย่างเย็นชา “ลางเนื้อชอบลางยา[1]* ผู้คนก็ต่างมีรสชาติแบบที่ตัวเองชอบ แม่นางฟาง หากท่านไม่ชอบก็กลับไปกินซาลาเปาเนื้อที่ร้านตนเองเถิด แล้วก็อย่าลืมจ่ายมาด้วยสิบเหรียญ”
“บัดซบ! นี่เจ้ายังกล้าเก็บเงินข้าทั้งที่เอาของห่วยแตกเช่นนี้มาให้ลูกค้ากินอย่างนั้นหรือ คิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร เหตุใดข้าต้องยอมจ่ายด้วย”
“เอาเปรียบกันหรือ อาหารแย่ ๆ เช่นนี้ คิดเงินตั้งสิบเหรียญ”
ซ่งชิงตงรู้สึกหงุดหงิดจนทนไม่ไหว ต้องขึ้นเสียงใส่ลูกค้าจากร้านข้าง ๆ “นี่ท่านจงใจมาที่นี่เพื่อหาเรื่องพวกเราใช่หรือไม่?”
ซ่งชิงซีก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน “แม่นางฟาง ที่ท่านทำเช่นนี้เพราะท่านเห็นว่าเราขายดีกว่าร้านของท่านหรือ ท่านจึงมาหาเรื่องจับผิดพวกข้าถึงหน้าร้าน”
เมื่อแผนการน่ารังเกียจถูกเปิดเผยออกมาต่อหน้าผู้คน ฟางชุ่ยจือก็หน้าขึ้นสี แต่ก็ยังเชิดหน้ากล่าวอย่างจองหอง “เจ้าเด็กเหลือขอสองคนนี้นี่ อย่ามาให้ร้ายข้า เหตุใดข้าถึงต้องมาโวยวายน่ะหรือ? ก็มันไม่อร่อยอย่างไรเล่า ข้าเป็นลูกค้าของพวกเจ้า เหตุใดจึงจะพูดไม่ได้”
ปัง
ซ่งชิงหลันโยนไม้เกลี่ยแป้งลงบนโต๊ะ ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นเยือกมีแววแข็งกร้าวออกมา นั่นทำให้ฟางชุ่ยจือผงะไป
นางจ้องหน้าซ่งชิงหลันกลับไป แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “จะ…เจ้า! จะทำอันใดกัน”
แม่ค้าซาลาเปาเองก็เคยได้ยินข่าวที่ว่าลูกชายและลูกเขยจากตระกูลไป๋เข้าไปหาเรื่องซ่งชิงหลันที่บ้าน หากแต่นางสู้กลับจนชนะบุรุษทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ช่างเป็นสตรีที่น่ากลัวเสียเหลือเกิน
ซ่งชิงหลันเอ่ยเสียงเย็นชา “ถ้าไม่อยากจ่าย ท่านก็รีบออกไป อย่ามายืนเกะกะหน้าร้านข้า ข้าจะถือว่าทำบุญให้หมามันกินก็แล้วกัน”
สิ้นประโยคนั้นฟางชุ่ยจือก็ตาเบิกโพลง “นี่เจ้า หมายความว่าอย่างไร หา! เจ้าเรียกผู้ใดว่าหมา!”
ซ่งชิงตงหัวเราะอย่างขบขันแล้วเอ่ยหยอกล้อ “ผู้ใดปากเสียก็ผู้นั้นขอรับ”
ในยามนั้นเอง เหล่าลูกค้าที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังก็เริ่มไม่พอใจและหันมาประณามฟางชุ่ยจือ
“โอ๊ย ป้าอ้วน ซื้อเสร็จแล้วก็รีบกลับร้านไปขายซาลาเปาเสียทีเถิด”
“ใช่ หนาวก็หนาว นี่ข้าต่อแถวรอเกือบหนึ่งก้านธูปแล้ว ภรรยาที่บ้านข้ารอกินเจียนปิ่งกั่วจืออยู่นะ”
“รีบไปเสียที อย่ามาเกะกะขวางทางคนเขาจะซื้อของกิน หากเจ้าไม่ชอบก็อย่ากิน แต่สำหรับข้า ข้าว่าอร่อย มันก็เป็นเรื่องของข้า ไป ๆ”
“เจ้าใจแคบเสียขนาดนี้ เป็นคนทำมาค้าขายแบบใดกัน ต่อไปข้าจะไม่ซื้อซาลาเปาร้านเจ้าอีกแล้ว”
“เป็นคนอย่างไรกินแล้วไม่ยอมจ่าย นี่มันจงใจชักดาบนี่”
…
ฟางชุ่ยจือหน้าแดงเมื่อได้ยินสิ่งที่คนในแถวต่อว่าตนเอง นางจึงพูดขึ้นเสียงดัง “เอาเถิด ในเมื่อพวกเจ้าจะต้องใช้ที่ตรงนี้ ข้าก็จะไม่ยุ่งด้วยแล้ว”
ระหว่างที่เอ่ยเช่นนั้นก็ยังไม่วายส่งสายตามาดร้ายมาทางซ่งชิงหลัน
ทำให้นางยิ้มแสยะยิ้มออกมา “ก็แค่จากไป ก็จบแล้ว”
ฟางชุ่ยจือกลับไปที่ร้านซาลาเปาของนางด้วยไฟแห่งโทสะยังสุมอยู่ในอก ทันใดนั้นสามีของนาง หวังต้าเตาก็กลับมาจากห้องเก็บของพร้อมกะละมังแป้งในมือ
เขามองภรรยาที่ใบหน้าบวมเป่งราวกับคางคกพองตัวแล้วถามอย่างสงสัย “ภรรยา ผู้ใดกันที่ทำเจ้าโมโหเช่นนี้ ข้าจะไปจัดการให้ประเดี๋ยวนี้”
[1] ลางเนื้อชอบลางยา เป็นสำนวน หมายถึง ของสิ่งเดียวกันคนหนึ่งชอบแต่อีกคนหนึ่งไม่ชอบ