ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 232 นำติดตัวไปทุกที่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 232 นำติดตัวไปทุกที่
บทที่ 232 นำติดตัวไปทุกที่
ฉูซื่อโม่วพาซ่งชิงหนานเข้าไปในห้อง เอาม้วนกระดาษออกมาจากกระเป๋าเสื้อผ้า
ซ่งชิงหนานเอ่ยอย่างประหลาดใจ “เจ้าเอามาด้วยจริง ๆ”
เขาสงสัยมาตลอด ว่าภาพวาดมูลค่าหลายหมื่นตำลึงนั้นจะเป็นอย่างไร
ฉูซื่อโม่วยิ้มอย่างเขินอาย แล้วกระซิบตอบ “แน่นอน ข้านำมันติดตัวไปทุกที่ขอรับ”
ว่าจบ จิตรกรหนุ่มก็คลี่ภาพวาดออกมาบนโต๊ะอย่างเบามือ
ม้วนภาพที่ค่อย ๆ คลายตัวออกจากล่างขึ้นบน เผยให้เห็นสตรีผู้งดงามกำลังล่องลอยราวกับนางฟ้าปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษ ใบหน้าของเทพธิดาผู้นั้นค่อย ๆ ถูกเปิดเผย
เมื่อได้เห็นใบหน้าของนางอย่างชัดเจน ซ่งชิงหนานก็พลันตกใจ “นี่…นี่มัน ไม่ใช่ศิษย์พี่หรือ”
ใบหน้าของเทพธิดาในภาพวาดมีดวงตาและส่วนคิ้ว ที่ถอดแบบมาจากอู่เชียนเชียน แต่ภาพออกมามีกลิ่นอายของนางฟ้ามากกว่าตัวจริงเล็กน้อย ไม่คาดว่าต้นแบบของภาพเทพธิดาแม่น้ำลั่วที่โด่งดังจนทำให้ผู้คนต่างตกตะลึงจะเป็นอู่เชียนเชียน
แน่นอนว่าจิตรกรย่อมถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา ผ่านปลายพู่กันและหยดหมึกของเขา เทพธิดาผู้งดงามในภาพนี้ก็เช่นกัน
ซ่งชิงหนานมองสหายอย่างมีความหมาย แล้วเริ่มหยอกล้อ “ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าชอบศิษย์พี่จากก้นบึ้งของหัวใจจริง ๆ”
ใบหน้าของฉูซื่อโม่วแดงระเรื่ออย่างไม่ต้องสงสัย เขายิ้มอย่างเขินอาย จากนั้นก็ม้วนภาพเก็บ “ได้เห็นภาพนี้แล้ว รีบบอกมาเร็วเข้าว่าท่านมีแผนการอย่างไร”
“ข้าคิดออกอยู่ทางหนึ่ง”
“ว่าอย่างไรเล่า พูดมาขอรับ”
ซ่งชิงหนานชี้ไปที่ภาพวาดนั้น “ภาพเทพธิดานี่…”
ฉูซื่อโม่วขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ
ซ่งชิงหนานอธิบายต่อ “ความจริงแล้วท่านอาจารย์ของข้าเป็นนักสะสมภาพวาด และเขาค่อนข้างชอบภาพวาดของพ่อเจ้าเป็นพิเศษ หากเจ้าไปที่นั่น พร้อมภาพเทพธิดาแม่น้ำลั่วเพื่อแสดงความรู้สึกที่มีต่อนาง ทั้งท่านอาจารย์และศิษย์พี่ต้องประทับใจเป็นแน่”
“แต่…” ฉูซื่อโม่วลังเลไปชั่วขณะ “มันไม่กะทันหันไปหรือที่จะเข้าไปตอนนี้”
“นั่นคือคำแนะนำจากข้า ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะทำหรือไม่” ซ่งชิงหนานตบบ่าเขา “ดึกแล้ว เจ้านอนเสีย”
ว่าจบก็เดินออกไปเพื่อกลับห้องตนเอง
คืนนั้น ซ่งชิงหลันไม่หลับอีกครั้ง นางพลิกตัวไปมาก็ยังนอนไม่หลับ
ในที่สุดก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วมองไปที่ประตูห้องอย่างไม่รู้ตัว
ที่ไป๋เย่หานเอ่ยเมื่อเช้าว่าจะกลับมาอีกคืนนี้ แล้วเหตุอันใดเขาถึงหายไปนานเช่นนี้
แต่ที่น่ารำคาญใจคือการที่รู้ว่าเขาจะมา แต่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อใด น่าอึดอัดเป็นที่สุด
หญิงสาวนั่งพิงหัวเตียง และผล็อยหลับไปในท่านั้น
นางลืมตาตื่นในวันรุ่งขึ้น ก็พบว่าคอและบ่าตึงไปหมด ระหว่างที่ขยับร่างกายยืดเส้นยืดสายไปมา อยู่ ๆ ก็รู้สึกใจหายเล็กน้อยอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ที่ห้องโถง ตระกูลซ่งกำลังทานอาหารเช้าร่วมกัน
ซ่งชิงหลันจิบน้ำเต้าหู้หลังตื่นนอน และตอนนั้นก็พบว่าไม่ได้เห็นฉูซื่อโม่วที่นี่ จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ นางรู้ว่าเขามีนิสัยชอบเก็บตัววาดภาพ แต่ก็อดเป็นห่วงว่าเขาจะหิวตายเพราะจดจ่อกับงานมากเกินไปไม่ได้
จึงหันไปถามพ่อบ้านที่อยู่ด้านข้าง “พ่อบ้านหวาง ช่วยตามคุณชายฉูมาทานอาหารเช้าทีสิ”
แต่พ่อบ้านหวางกลับค้อมศีรษะตอบ “นายหญิงใหญ่ขอรับ ข้าน้อยไปเรียกคุณชายฉูเมื่อเช้านี้ แต่ท่านผู้นั้นไม่ได้อยู่ในห้องขอรับ”
“หืม เขาหายไปไหนแต่เช้ากัน” ซ่งชิงหลันอดสงสัยไม่ได้
ส่วนซ่งชิงหนานกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย “เขากำลังไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขอรับ”
ซ่งชิงหลันเอียงศีรษะเล็กน้อย หรี่ตาลงแล้วถาม “ชิงหนาน เจ้ารู้อันใดมา”
“คืนนี้จะได้รู้เองขอรับ” ว่าจบซ่งชิงหนานก็ลุกขึ้น แล้วออกไปทำงานที่ค่ายทหาร
ทันทีที่ซ่งชิงหนานจากไป ไป๋เย่หานก็เข้ามาอย่างเงียบ ๆ และนั่งลงข้างซ่งชิงหลัน
หญิงสาวผงะตกใจแล้วรีบเอ็ด “อันใดของท่าน เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง”
ไป๋เย่หานกลับขมวดคิ้วเอ่ยอย่างจริงจัง “พระชายา เหตุใดถึงได้โกรธข้านัก หรือเพราะว่าเมื่อคืนข้าไม่ได้…”
ก่อนที่จะพูดจบนางก็เอาหมั่นโถวลูกใหญ่ยัดเข้าปากเขา แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “กินเสีย อย่าพูดมาก”
ไป๋เย่หานเคี้ยวหมั่นโถว ขยับเข้าไปใกล้หญิงสาวแล้วเริ่มถาม “ภรรยา วันนี้เจ้าจะไปที่ใด”
“ไปร้านเสื้อชิงเยว่ คุยเรื่องบัญชีกับท่านป้าสะใภ้ จากนั้นก็ไปดูงานออกแบบของซิ่วซิ่ว…” นางเอ่ยตอบอย่างไม่รู้ตัว กระทั่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงหันไปจ้องหน้าไป๋เย่หาน “ท่านถามเพราะเหตุใด”
“วันนี้ข้าไม่มีอันใดทำ จึงวางแผนจะติดตามภรรยาไปทุกที่”
ซ่งชิงหลันเย้ยหยัน “โอ้ เป็นท่านอ๋องนี่ว่างมากเหลือเกินนะเพคะ”
ซ่งซิงเยว่และซ่งซิงเฉินตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้
ลูกสาวกอดแขนไป๋เย่หานแน่น แล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้น “ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าก็อยากไปด้วย”
“ไม่ได้” ซ่งชิงหลันรีบปฏิเสธ “เจ้าสองคนต้องเรียนตำรา กินข้าวให้หมดแล้วก็ไปได้แล้ว”
ซ่งซิงเยว่เม้มริมฝีปาก ดวงตากลมโตของนางรื้นด้วยน้ำตาดูน่าสงสาร มือน้อย ๆ เขย่าแขนของบิดา “ท่านพ่อ…”
ไป๋เย่หานจับใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกสาวอย่างจนใจ “เยว่เยว่ พ่อต้องฟังแม่เจ้า”
ซ่งซิงเฉินที่อยู่ข้าง ๆ ส่ายหน้าไปมา ท่านพ่อของเขาฟังเพียงท่านแม่เสมอ
ในที่สุดซ่งซิงเฉินก็พาซ่งซิงเยว่ไปที่สำนักศึกษาหลังจากกินอาหารเช้า
แต่ไป๋เย่หานกลับตามซ่งชิงหลันไปทำงานด้วยสำเร็จ โดยที่นางไม่สามารถสลัดเขาหลุดไปได้ ไม่ว่าจะพยายามถึงเพียงใด
ซ่งชิงหลันไม่มีทางเลือก นอกจากหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของตัวปัญหา แล้วเอ่ยกับเขา “ข้าบอกไว้ก่อน ว่าท่านไม่ได้รับอนุญาตให้พูดจาไร้สาระเมื่อถึงที่ร้าน เข้าใจหรือไม่”
ไป๋เย่หานหัวเราะชอบใจ แล้วถามต่อ “เรื่องไร้สาระที่ว่า ก็อย่างเช่น เรื่องของพระชายากับข้าอย่างนั้นหรือ”
“หยุด!” ซ่งชิงหลันหน้าแดง นางพูดอย่างกระวนกระวาย “นอกจากเรื่องเสื้อผ้า ห้ามพูดถึงเรื่องใดทั้งสิ้น”
ว่าจบนางก็สาวเท้าเดินหนีอย่างรวดเร็ว พร้อมเอามือบังหน้าเดินไปร้านเสื้อชิงเยว่
เมื่อใกล้ถึงร้านก็พบว่ามีรถม้าหรูหราคันหนึ่งจอดอยู่ที่ด้านหน้า พร้อมกับมีสตรีใบหน้างดงาม รูปร่างกลมกลึงเดินลงมาจากรถม้า
นางคือหลิวหรูเยว่ บุตรสาวของใต้เท้าหลิว
ซ่งชิงหลันหรี่ตาลงเล็กน้อย เดินเข้าไปใกล้ “คุณหนูหลิวเจ้าคะ”
ทันทีที่หลิวหรูเยว่หันไปนางก็เห็นไป๋เย่หานที่อยู่ด้านหลังซ่งชิงหลัน ก็พบว่าเขาช่างหล่อเหลาโดดเด่นมีราศีต่างจากคนทั่วไปเหลือเกิน
ดวงตาของคุณหนูหลิวพลันมีประกายวาบ ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางขึ้นสีชมพูระเรื่อ ลอบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ และมองไปยังไป๋เย่หานแล้วพูดขึ้น “ท่านหานอ๋องกับแม่นางซ่ง สนิทกันอย่างนั้นหรือเพคะ?”
เมื่อเห็นทั้งคู่อยู่ที่นี่ด้วยกัน ดูเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาและสตรีโฉมงาม ก็ดูน่าอิจฉาไม่น้อย
ซ่งชิงหลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างของคุณหนูทันที
นางยิ้มแล้วรีบปฏิเสธ “ข้าจะสนิทกับท่านอ๋องได้อย่างไรเจ้าคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวหรูเยว่ก็พลันถอนหายใจอย่างโล่งอก