ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 236 ท่านอยากจะพูดเรื่องอะไรกันแน่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 236 ท่านอยากจะพูดเรื่องอะไรกันแน่
บทที่ 236 ท่านอยากจะพูดเรื่องอะไรกันแน่
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “อื้ม ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้าเสียหน่อย”
จากนั้นทั้งสองก็นั่งข้างกันที่ม้าหินในลานบ้าน ซ่งชิงหลันสบตาน้องชายแล้วเริ่มเอ่ย “เจ้าไปส่งซิ่วซิ่วมา นางได้พูดเรื่องใดหรือไม่”
“เพียงพูดถึงการไปเที่ยวในวันพรุ่งว่าต้องเตรียมอันใดบ้าง ข้าก็บอกนางไปว่าไม่ต้องห่วง เพราะซื่อโม่วกับเชียนเชียนจะเป็นคนเตรียมให้”
“มีอันใดอีกหรือไม่”
“ไม่มีแล้วขอรับ” ซ่งชิงตงขมวดคิ้วถาม “ท่านพี่ ท่านอยากจะพูดเรื่องใดกันแน่ขอรับ”
ซ่งชิงหลันถอนหายใจออกมาเบา ๆ มองน้องชายอย่างจริงจัง แล้วเอ่ยถาม “ชิงตง เจ้ายังวางแผนจะขอซิ่วซิ่วแต่งงานอยู่หรือไม่”
ซ่งชิงตงตอบรับอย่างมั่นคง “แน่นอนสิขอรับ ข้าอยากแต่งงานกับนาง”
เขาและหลี่ซิ่วซิ่วจะต้องแต่งงานกันไม่ช้าก็เร็ว ทุกคนรู้เรื่องนี้ดี
เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของเขา ซ่งชิงหลันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดต่อ “เวลาเจ้าทำงาน ทำการค้าสามารถตัดสินใจรวดเร็ว แต่กลับไม่เข้าใจจิตใจของสตรีเอาเสียเลย วันนี้ตอนที่ซื่อโม่วบอกว่าจะให้ตระกูลมาสู่ขอเชียนเชียนที่บ้านตระกูลอู่ เจ้าเห็นสีหน้าของซิ่วซิ่วหรือไม่”
ในที่สุด ซ่งชิงตงก็เริ่มเข้าใจ
เขาตกตะลึงไม่น้อย “ท่านพี่หมายความว่าซิ่วซิ่ว…”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างมีความหมาย “เจ้าก็รู้ ว่าสตรีไม่อาจพูดเรื่องเช่นนี้ก่อนได้ วันพรุ่งไปคุยกับนางเถิด ข้าจะไปคุยกับท่านย่าและท่านอาเล็กเพื่อสู่ขอนางให้เป็นเรื่องเป็นราว”
เมื่อคุยกันจบ เขาก็ลุกขึ้นแล้วจากไป
ในตอนนี้ ห้องของฉูซื่อโม่วเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เพราะทุกคนกำลังทำว่าวกระดาษอยู่ในห้องของเขา
ซ่งชิงหลันที่ได้ยินเสียงร้องตื่นเต้นของซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม แล้วผลักประตูเข้าไป
สิ่งที่นางไม่ได้คาดคิดคือไป๋เย่หานนั่งอยู่ในนั้นด้วย เขากำลังผูกว่าวด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง
ซ่งซิงเยว่เป็นคนแรกที่เห็นว่ามารดายืนอยู่หน้าห้อง จึงรีบโบกมือน้อย ๆ ให้อย่างมีความสุข “ท่านแม่ มาเร็วเจ้าค่ะ ท่านพ่อกำลังทำว่าวกระดาษให้เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันถอนสายตาไปทางไป๋เย่หาน และเดินไปทางเขาช้า ๆ
ซ่งซิงเฉินเริ่มดำเนินแผนการตามข้อตกลงกับบิดาทันที เด็กชายตรงมาหาซ่งชิงหลันแล้วเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ดูสิขอรับ ท่านพ่อกำลังทำว่าวผีเสื้อให้ท่านแม่หลายตัวแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางก็สังเกตเห็นว่าข้างตัวของไป๋เย่หานมีเศษซากของไม้สำหรับทำว่าวที่หักไปหลายชิ้นวางอยู่ และตอนนี้ตัวที่อยู่ในมือเขานั้นดูใช้ได้ที่สุด
“ฮ่า ฮ่า” ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ แล้วเอ่ยหยอกล้อ “หลังจากพลาดไปหลายชิ้นก็ยังทำได้เพียงนี้ ท่าทางว่าท่านอ๋องจะทรงไม่ได้เชี่ยวชาญนักนะเพคะ”
ซ่งซิงเฉินตกใจ เขาเพียงต้องการให้ท่านแม่เห็นว่าท่านพ่อพยายามเพื่อนางเพียงใด แต่ไม่คาดว่าท่านแม่จะตีความไปเช่นนั้น แน่นอนว่าท่านแม่เป็นสตรีที่มีความคิดแตกต่างจากคนทั่วไป
อู่เชียนเชียนไม่สามารถทนดูได้อีกต่อไป อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น “พี่ชิงหลัน ท่านอ๋องทรงตั้งใจอย่างมากเลยนะเจ้าคะ แม้จะพลาดไปหลายครั้งแต่ก็ทรงแน่วแน่ที่จะทำให้ท่าน”
“เอาเถิด” ตอนนั้นไป๋เย่หานก็เอ่ยขึ้น เอาว่าวผีเสื้อตัวหนึ่งส่งให้ซ่งชิงหลัน “เป็นอย่างไรบ้าง”
ซ่งซิงเยว่ปรบมือเล็ก ๆ ไปมาอย่างสนับสนุนเต็มที่ “ว้าว มันสวยมากเจ้าค่ะ ท่านพ่อเก่งมาก”
ซ่งซิงเฉินเองก็ไม่แพ้กัน รีบพยักหน้าตอบ “ดี…ดีมากขอรับ”
อู่เชียนเชียนเห็นเป็นเรื่องสนุกจึงเข้ามาช่วยเหลือ ด้วยการถามซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน ท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”
“ก็…ใช้ได้” ซ่งชิงหลันตอบอย่างจริงจัง “ที่ดูสวยก็เพราะว่าซื่อโม่ววาดลวดลายออกมาได้เหมือนจริง”
ฉูซื่อโม่วอธิบายอย่างรวดเร็ว “พี่ชิงหลัน เรื่องลวดลายเป็นเพียงส่วนหนึ่ง อันที่จริง ที่สำคัญที่สุดคือฝีมือท่านอ๋อง…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ อู่เชียนเชียนที่อยู่ด้านข้างก็รีบดึงแขนเสื้อห้ามแล้วกระซิบกระซาบ “พวกเขาจะหยอกเย้ากัน เจ้าอย่าเพิ่งไปยุ่ง”
“อ้อ อย่างนั้นหรือ”
“ไม่ เราไม่ได้หยอกเย้ากันเสียหน่อย” ซ่งชิงหลันหน้าแดงแล้วรีบอธิบาย
แต่อยู่ ๆ ไป๋เย่หานกลับเอ่ยอย่างเรื่อย ๆ “พระชายา เจ้ารีบปฏิเสธเช่นนี้ ผู้อื่นก็คิดว่านี่เป็นเรื่องจริงแต่เจ้าร้อนตัวน่ะสิ”
อู่เชียนเชียนพยักหน้าตาม
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ก็พยักหน้าด้วย
ซ่งชิงหลันรู้สึกปวดขมับ มองลูกน้อยทั้งสอง แล้วกัดฟันพูดกับฝาแฝด “เจ้าทั้งสอง เหตุใดถึงได้พยักหน้าตามด้วยเล่า”
อยู่ ๆ นางกลับรู้สึกเหมือนถูกหักหลังอย่างน่าประหลาด
สุดท้าย ซ่งชิงหลันก็ส่งสายตาคาดโทษให้ไป๋เย่หาน อุ้มลูกน้อยทั้งสองขึ้นมา แล้วเอ่ยขึ้น “ไปกันเถิด นี่ก็ดึกแล้ว พวกเจ้าควรเข้านอนได้สักที”
เพราะพวกเขารู้ว่าวันพรุ่งจะได้ไปเที่ยว จึงได้เข้านอนอย่างเชื่อฟังไม่มีอิดออด
ว่าจบซ่งชิงหลันดับเทียนให้ลูก ๆ ปิดประตูห้องแล้วเดินมาทางห้องนอนของตนเอง
เมื่อนางจุดเทียน ก็พบว่าไป๋เย่หานอยู่บนเตียงของตนแล้ว เขากำลังทอดกายมองมาที่นางด้วยดวงตาลึกล้ำ “พระชายา เจ้ากลับมาแล้ว”
“เฮือก!” ซ่งชิงหลันตกใจ ชี้ไปที่เขาแล้วถามขึ้น “นี่ท่าน ท่านมาเพราะเหตุใดอีก”
ไป๋เย่หานยิ้ม “เราไม่ได้ตกลงกันแล้วหรือ ว่าพระชายาอยู่ที่ใดก็จะมีท่านอ๋องผู้นี้ที่นั่น”
ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำ นางปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “ผู้ใดตกลงกับท่าน ลุกขึ้นประเดี๋ยวนี้ กลับบ้านท่านไปได้แล้ว”
ใบหน้าของไป๋เย่หานพลันเคร่งขรึม และลุกขึ้นจากเตียง
ตรงเข้ามา โอบแขนยาวรวบตัวนางเข้าไปในอ้อมแขน โดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากนัก ร่างบาง ๆ ของนางก็อยู่ภายใต้การเกาะกุมของเขาเสียแล้ว
ไป๋เย่หานดันซ่งชิงหลันลงที่เตียง ยิ้มอย่างขี้เล่น “พระชายา อย่าได้ใจร้ายกับข้านักสิ”
ซ่งชิงหลันสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาที่เป่ารดผิวหน้าของตน หัวใจของนางก็พลันรู้สึกยุบยิบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
นางหันหน้าหลบแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ท่าน! ลุกออกไป!”
ชายหนุ่มยังคงยิ้มและไม่ยอมปล่อยมือ แต่เปลี่ยนเป็นการนอนลงข้างกายนางและยังโอบกอดซ่งชิงหลันแน่น
ทำให้นางต้องซบหน้าอยู่ในอกแกร่งของเขา นางพยายามผลักเขาออกด้วยมือเรียวแล้วพูดอีก “ไป๋เย่หาน! ปล่อยข้า ข้าจะนอน”
“หากเจ้ายังเสียงดังเช่นนี้ ทุกคนจะเข้ามาดูนะ”
เสียงทุ้มของเขาดังอยู่เหนือศีรษะของนาง
ซ่งชิงหลันพลันคิดขึ้นมาได้ว่าเขาพูดถูกจึงยอมเงียบเสียงลง
ชายหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ หลับตาลง ตบหลังของซ่งชิงหลันอย่างแผ่วเบาก่อนกระซิบ “นอนกันเถิด”
เมื่อได้ฟังเสียงหัวใจอันหนักแน่นเป็นจังหวะของเขา ซ่งชิงหลันก็ค่อย ๆ เข้าสู่ห่วงนิทราอย่างไม่รู้ตัว
วันต่อมา
ซ่งชิงหลันตื่นขึ้นมาก็พบว่าไป๋เย่หานไม่ได้อยู่ข้าง ๆ แล้ว เมื่อลองแตะที่เตียงเย็น ๆ ทำให้เดาได้ว่าเขาน่าจะจากไปได้พักหนึ่งแล้ว
นางพึมพำเสียงเบากับตัวเอง “หึ! ไปได้เสียที”
แต่ด้วยสาเหตุบางอย่าง ระหว่างกับรู้สึกโล่งใจ แต่นางกลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย