ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 235 ท่านพ่อเสนอข้อตกลงอะไรให้นาง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 235 ท่านพ่อเสนอข้อตกลงอะไรให้นาง
บทที่ 235 ท่านพ่อเสนอข้อตกลงอะไรให้นาง
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็เห็นว่าฉูซื่อโม่วจูงมืออู่เชียนเชียนเข้ามาในบ้าน
เมื่อเห็นท่าทางใกล้ชิดกันระหว่างทั้งคู่ ทุกคนก็มีท่าทีประหลาดใจ มีเพียงซ่งชิงหนานที่ยิ้มอย่างโล่งอก
ซ่งชิงเป่ยกระโดดออกมาชี้ไปที่มือของทั้งคู่ ซึ่งจับกันอยู่แล้วถามขึ้น “เกิดอันใดขึ้น?”
อู่เชียนเชียนยกมือขึ้นต่อหน้าทุกคน แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เท่านี้ยังไม่ชัดเจนอีกหรือเจ้าคะ อีกอย่าง ตอนนี้ท่านพ่อของข้าก็เห็นด้วยกับเราแล้ว”
เมื่อนางกล่าวเช่นนั้น ทุกคนก็ตกใจมากขึ้นไปกว่าเดิม
หลิวกุ้ยเสียก้าวเข้าไปใกล้ สบตาฉูซื่อโม่วอย่างสนใจและหยอกล้อ “ซื่อโม่วที่ปกติดูขี้อาย ไม่คิดว่าอยู่ ๆ จะกล้าหาญถึงเพียงนี้ เจ้าไปทำอันใดมา ไปเจอท่านพ่อตาในอนาคตมาอย่างนั้นหรือ?”
“ฮ่า…” ฉูซื่อโม่วยิ้มเขิน หันมองซ่งชิงหนาน “ข้านำภาพเทพธิดาแม่น้ำลั่วไปมอบให้เชียนเชียนและท่านพ่ออู่ เพื่อสารภาพความในใจขอรับ”
“ภาพเทพธิดาแม่น้ำลั่วอย่างนั้นหรือ” ซ่งชิงซีเองก็ตกใจขึ้นมาเช่นกัน “ภาพวาดโด่งดังที่มีมูลค่าหลายหมื่นตำลึงนั่นน่ะหรือ”
หลิวกุ้ยเสียพูดต่อ “หลายหมื่นตำลึงเชียวหรือ ซื่อโม่ว สินสอดทองหมั้นของเจ้าช่างมูลค่าสูงเหลือเกิน”
“ไม่ใช่สินสอดขอรับ ข้าได้ส่งจดหมายไปหาตระกูลที่หลี่โจวแล้ว จะให้คนไปแจ้งท่านพ่อและให้ท่านแม่สื่อมาจัดการสู่ขอเชียนเชียนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง” ชายหนุ่มมองทางคู่หมั้นหมาด ๆ ของเขาอย่างอ่อนโยน
อู่เชียนเชียนเองก็พยักหน้าอย่างเขินอาย
เหมือนเห็นท่าทางรักใคร่ของทั้งสอง แม่เฒ่าซ่งก็มีความสุขเป็นอย่างมาก จึงรีบเอ่ยขึ้นว่า “รีบเข้ามาเร็วเข้า อาหารพร้อมแล้ว มากินข้าวไปคุยกันไปเถิด”
ทุกคนพากันเข้าไปรวมตัวในห้องโถง โดยมีหลี่ซิ่วซิ่วมองอยู่ด้านนอก
เมื่อเห็นแววตาที่แฝงไปด้วยความอิจฉาของนาง ซ่งชิงหลันก็อดหวั่นใจขึ้นมาไม่ได้
จึงขยับเข้าไปหาช่างปักสาว ตบแขนบางเบา ๆ พูดติดตลกพร้อมยิ้ม “อันใดกัน เจ้าเองก็อยากแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของหลี่ซิ่วซิ่วแดงก่ำทันที “พี่ชิงหลัน อย่าพูดเรื่องไร้สาระสิเจ้าคะ คือข้าไม่ได้คิดเรื่องนั้น…”
ระหว่างที่ตอบ นางก็กวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างประหม่า เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดได้ยินเรื่องนี้ ก็หนีเข้าไปในห้องโถงทันที
ซ่งชิงหลันยิ้ม มองแผ่นหลังบางของนางที่กำลังหนีไปและเริ่มคิดคำนวณในหัว
พี่สาวคนโตก็ไม่ต่างจากมารดา คงถึงเวลาที่ต้องช่วยเตรียมงานแต่งให้น้องชายเสียแล้ว
ในตอนนั้นเองเสียงทุ้มมีเสน่ห์ก็ดังขึ้นข้างหูของซ่งชิงหลัน “พระชายา เจ้าเล่า ต้องการแต่งงานกับข้าอีกครั้งหรือไม่”
“ท่านจะบ้าหรือ”
ซ่งชิงหลันว่าพลางสะบัดหน้าไปยังต้นเสียง ย่อมต้องเป็นไป๋เย่หานแน่อยู่แล้ว นางมองใบหน้าหล่อเหลาที่ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มา อยู่ ๆ ก็ปรากฏภาพอดีตซ้อนทับขึ้นมาในความคิดของหญิงสาว
นั่นเป็นภาพของไป๋เย่หานยามสวมชุดแดง ระหว่างที่เขาเข้าพิธีแต่งงานกับนาง
ทันใดนั้น ความตื่นตระหนกเกินขึ้นในใจโดยพลัน
แต่ตอนนั้นเอง ก็มีเสี่ยงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยดังขัดความคิดประหลาดขึ้นมา “ท่านแม่ ท่านพ่อ ยืนใกล้กันมากจะจูบกันหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันมองไปทางลูกสาวที่มองมาด้วยดวงตากลมโตใส สลับกันระหว่างนางกับไป๋เย่หานอย่างสงสัยใคร่รู้
ซ่งชิงหลันเองก็รู้ทันเด็กน้อยอย่างไม่ต้องสงสัย ลูกสาวหัวไวของนางชอบทำเป็นสงสัยเช่นนี้อย่างจงใจอยู่เสมอ
ผู้เป็นมารดาจึงต้องเดินเข้าไปจูงมือเล็ก ๆ ของนางเดินเข้าไปห้องโถง “ไปเร็ว กินข้าวกัน”
ซ่งซิงเยว่เดินตามมารดาไป แต่ยังไม่วายหันมาขยิบตาให้ท่านพ่อของตนอย่างซุกซน
ทำให้ซ่งซิงเฉินที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าพ่อและน้องสาวเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย “ท่านพ่อขอรับ ท่านกับเยว่เยว่มีความลับที่รู้กันสองคนหรือขอรับ”
“โอ้ ไหนว่ามาสิว่าสิ่งที่เจ้าคิดมันเป็นเช่นไร” ไป๋เย่หานเลิกคิ้วอย่างชื่นชม
ลูกชายของเขาเฉียบแหลมตามที่คาดเอาไว้
“ข้าเดาว่าท่านกับเยว่เยว่กำลังช่วยกันโน้มน้าวท่านแม่”
ไป๋เย่หานพยักหน้า “ใช่แล้ว”
ซ่งซิงเฉินกอดอกขึ้นด้วยสีหน้าครุ่นคิด “เยว่เยว่เป็นคนชอบสิ่งตอบแทน นางไม่ยอมช่วยท่านพ่อเฉย ๆ แน่นอน ท่านพ่อเสนอข้อตกลงให้นางหรือขอรับ”
ไป๋เย่หานยิ้มแล้วเอ่ยตอบ “นางอยากได้ไข่มุกเม็ดหนึ่งในห้องทำงานพ่อน่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง” มีประกายวาบหนึ่งในดวงตาของเด็กชาย เขารีบดึงชายเสื้อของไป๋เย่หานแล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้น “อันที่จริงแล้วข้าเองก็สนใจดาบหลิงอวิ๋นในห้องทำงานของท่านเช่นกัน ถ้าอย่างนั้น…”
ไป๋เย่หานเข้าใจสิ่งที่ลูกชายกำลังจะเอ่ยทันที จึงตอบด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้พ่อเห็นว่าเจ้ามีความสามารถเพียงพอที่จะครอบครองมันสิ ไปกัน กินข้าวกันเถิด”
ที่โต๊ะอาหาร ทุกคนมีความสุขกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศอบอุ่นไม่ต่างจากงานฉลองวันตรุษ
จากนั้นซ่งชิงเป่ยยกจอกขึ้นแล้วเอ่ย “วันนี้ข้ามีความสุขมาก เรามาดื่มฉลองให้ท่านพี่ซื่อโม่วและท่านพี่เชียนเชียนกันเถิดขอรับ”
“ดื่ม” ฉูซื่อโม่วและอู่เชียนเชียนก็ยืนขึ้นเช่นกัน
หลังจากดื่มสุรากันไปคนละหนึ่งจอกทุกคนก็รู้สึกว่านี่ยังไม่เพียงพอ
อู่เชียนเชียนจึงชักชวนขึ้น “จริง ๆ แล้วข้ากับซื่อโม่วอยากจะไปเที่ยวเล่นด้วยกัน ก่อนที่ฤดูใบไม้ผลิจะจบลง”
“ดีเจ้าค่ะ” ซ่งซิงเยว่ปรบมือและเอ่ยอย่างเห็นด้วย “ข้าอยากไปเล่นว่าว กินของอร่อย ๆ ข้าชอบไปเที่ยวข้างนอกที่สุดเลย ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ…”
ระหว่างที่พูดก็หันมองซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานด้วยแววตาลูกหมาน่าสงสาร
ไป๋เย่หานยิ้มตอบ “ข้าว่างอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจะไปที่ใดก็ย่อมได้”
ว่าจบก็มองซ่งชิงหลันอย่างแฝงความหมาย
นางได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา นึกก่นด่าเขาอยู่ในใจ เจ้าหมอนี่รู้จักทำงานทำการบ้างหรือไม่นะ
อู่เชียนเชียนหันมาจับมือซ่งชิงหลัน แล้วเอ่ยกด้วยรอยยิ้ม “พี่ชิงหลัน ข้ารู้ว่างานท่านยุ่งมาก แต่หยุดพักสักวันจะเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันไม่ต้องการทำลายความหวังของทุกคน จึงทำได้เพียงพยักหน้ารับ
ฉูซื่อโม่วมองไปที่ซ่งชิงตงและน้อง ๆ คนอื่น ๆ “แล้วท่านเล่าขอรับ”
“ไม่ง่ายเลยที่จะหาโอกาสออกไปเที่ยวด้วยกันพร้อมหน้า เพราะอย่างนั้นก็ต้องไปสิ”
“ใช่แล้ว เยี่ยมไปเลย วันพรุ่งเราไม่ต้องเรียนตำรา” ซ่งซิงเยว่ตะโกนอย่างมีความสุข
ซ่งชิงหลันหรี่ตาลงเล็กน้อย หันมองลูกสาว เด็กสาวจึงรีบปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนเป็นท่าทีสงบเสงี่ยม
อู่เชียนเชียนยิ้มกว้าง แล้วพูดกับหลาน ๆ “เอาเถิด เฉินเฉิน เยว่เยว่ รีบกินข้าวเร็วเข้า ประเดี๋ยวเราไปทำว่าวกระดาษกัน เพียงบอกน้าซื่อโม่วว่าพวกเจ้าต้องการว่าวเช่นใด เขาก็สามารถวาดให้ได้”
“เจ้าค่าา”
ซ่งซิงเยว่เริ่มกินข้าวคำใหญ่ทันที
ไป๋เย่หานมองดูนางแล้วเอ่ยเบา ๆ “อย่ากินเร็วนัก ประเดี๋ยวติดคอนะ”
ซ่งชิงหลันส่ายหน้าพร้อมหัวเราะกับการกินอาหารอย่างแข็งขันของลูกสาว
หลังอาหารเย็นจบลง ซ่งชิงตงก็ไปส่งหลี่ซิ่วซิ่วก็กลับบ้านของนาง
เมื่อเขากลับมาที่จวนท่านแม่ทัพ ก็พบว่าท่านพี่กำลังรออยู่ที่หน้าประตู
เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย “ท่านพี่ ท่านรอข้าหรือขอรับ”