ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 238 ข้าชอบเห็นท่านพ่อกับท่านแม่อยู่ด้วยกัน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 238 ข้าชอบเห็นท่านพ่อกับท่านแม่อยู่ด้วยกัน
บทที่ 238 ข้าชอบเห็นท่านพ่อกับท่านแม่อยู่ด้วยกัน
เมื่อซ่งชิงหลันกลับมาจากลำธารก็เห็นว่าซ่งชิงเป่ยและคนอื่น ๆ เตรียมไม้ไผ่สองสามท่อนไว้รอสำหรับทำอาหารแล้ว
หญิงสาวเอาไก่ที่หมักเตรียมมาจากที่บ้านมาห่อด้วยใบบัวสด พอกด้วยดินเหนียวอีกชั้น เพื่อทำไก่ขอทาน[1]*
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เหลือเพียงแต่จุดไฟเท่านั้น
ทว่านางลืมเอาตะบันไฟมาด้วยเสียได้
ซึ่งซ่งซิงเยว่เริ่มทนหิวไม่ไหวอีกต่อไป ท้องของเด็กน้อยร้องโครกคราก เขาเม้มปากแล้วเอ่ย “ท่านแม่เจ้าคะ เราไปขอให้ท่านพ่อช่วยดีหรือไม่เจ้าคะ”
เมื่อซ่งซิงเฉินได้ยินจึงให้ความร่วมมือด้วยการตะโกนเรียกไป๋เย่หานเสียงดัง “ท่านพ่อขอรับ ท่านแม่ต้องการความช่วยเหลือขอรับ เร็วเข้า”
“นี่เจ้าทั้งสองกำลัง…”
นางหุบปากฉับก่อนที่เอ่ยจบ เพราะไป๋เย่หานมาถึงที่นี่อย่างรวดเร็วราวกับบินได้
เขายิ้มอย่างมีความสุข “พระชายา มีอันใดให้ข้าช่วย บอกมาเร็วเข้า”
ซ่งซิงเยว่ชี้ไปที่เตาบนพื้นทันที “ท่านพ่อ เราจุดไฟไม่ได้ ข้าก็หิวมากแต่ท่านแม่ทำกับข้าวไม่ได้ เราจะอดตายกันหมดถ้าไม่มีไฟเจ้าค่ะ”
“ไม่ยากเลย” จากนั้นท่านอ๋องก็ย่อตัวลงที่เตา
เอากิ่งไม้กับหญ้าแห้งมา เจาะท่อนไม้ที่ใหญ่กว่าให้เป็นรู ปั่นไปมาด้วยกิ่งไม้เล็ก
จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีควันออกมาที่ปลายกิ่งไม้นั่น ตามด้วยเปลวไฟเล็ก ๆ ที่เริ่มลุก ทันใดนั้นไป๋เย่หานก็เอามันใส่ไปในฟืนเพื่อเป็นเชื้อเพลิง
“ไฟติดแล้ว ไฟติดแล้ว ท่านพ่อเก่งจริง ๆ ด้วย” ซ่งซิงเยว่ปรบมืออย่างมีความสุขจากด้านข้าง
ตอนนี้เฉียนชิงอวี่ได้ยินซ่งซิงเยว่ตะโกนอย่างตื่นเต้นก็วิ่งเข้ามาดูด้วย นางเอ่ยอย่างชื่นชม “พี่เยว่เยว่ ท่านพ่อของพี่น่าทึ่งมาก”
ซ่งซิงเยว่เงยหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ “ใช่แล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ท่านพ่อของข้าทำได้”
ซ่งชิงหยวนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทางภูมิใจของหลานสาว
จากนั้นเขาก็มองไป๋เย่หานที่กำลังเอากระบอกไม้ไผ่สำหรับหุงข้าวลงไปในกองไฟแล้วเอ่ยขึ้น “ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าท่านอ๋องจะทรงมีทักษะในการก่อไฟแบบโบราณด้วย”
ไป๋เย่หานเลิกคิ้วตอบ “การเดินทัพไม่ใช่เพียงวางแผนรบเท่านั้น ระหว่างเดินทางและฝึกซ้อมต้องเรียนรู้การเอาตัวรอดหลายอย่าง ข้ายังทำอันใดได้อีกมาก…เจ้าอยากให้ข้าเล่าให้ฟังหรือไม่เล่าพระชายา”
ไป๋เย่หานจงใจขยับเข้าไปใกล้ซ่งชิงหลันระหว่างเล่า
หญิงสาวทำหน้าเอือมระอาแล้วตอบเสียงเรียบ “ไม่”
ตอนนั้นเอง ซ่งชิงเป่ยและซ่งชิงหยวนก็กลับมาจากลำธารอย่างอารมณ์ดี ทั้งสองพับขากางเกงขึ้น ท่าทางว่าจะลงไปในน้ำมา
“ท่านพี่ เราสองคนไปช่วยกันจับปลามาได้สองสามตัวที่ลำธาร เอามาอย่างกินกันเถิดขอรับ” จากนั้นซ่งชิงเป่ยก็วางปลาลงที่พื้น ให้พวกมันดิ้นไปมา
ไม่คาดคิดว่าไป๋เย่หานจะเป็นผู้จับปลาสดขึ้นมาทำความสะอาด ตามด้วยการเอากิ่งไม้หนีบมันไว้อย่างชำนาญ “ข้าย่างปลาเก่งมาก พวกเจ้าไปทำอย่างอื่นเถิด”
ในความหมายของเขาคือต้องการให้คนอื่น ๆ ไปจากตรงนี้ จะได้ใช้เวลากับภรรยาของตน เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันต่างหาก
แต่ซ่งชิงเป่ยซื่อเกินกว่าจะเข้าใจความหมายนั้น เมื่อได้ยินว่าไป๋เย่หานย่างปลาเก่งก็ยิ่งสนใจมากขึ้น
เขารีบขยับเข้าไปใกล้ไป๋เย่หาน แล้วยิ้มกว้าง “จริงหรือขอรับ ท่านอ๋องทรงย่างปลาเก่งอย่างนั้นหรือ อย่างนั้น ทรงช่วยสอนให้ข้าด้วย…”
“พรืด!” ซ่งชิงหลันหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
นางกะพริบตามองซ่งชิงเป่ย แล้วเอ่ยชื่นชมเขาด้วยสายตา ‘ทำดีมากชิงเป่ย สมแล้วที่เป็นน้องชายข้า’
แต่ซ่งชิงหนานกลับดึงน้องชายคนเล็กมาหาตนเอง แล้วรีบพูดทันที “ชิงเป่ย อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนี้ ไปหาฟืนเพิ่มกันเถิด”
ซ่งชิงเป่ยสับสน ชี้ไปที่กองฟืนข้างกาย “พี่สาม นี่ยังไม่พออีกหรือ”
“ไม่พอ ไปเร็ว” ว่าจบซ่งชิงเป่ยก็ถูกลากออกไป
ในตอนนี้ ซ่งชิงซีก็พึมพำกับตัวเองเสียงเบา “น่าแปลก ข้าเอาตะบันไฟมาแล้วนี่ มันหายที่ใดกัน”
ซ่งซิงเฉินได้ยินดังนั้นก็ลอบยิ้มอย่างลับ ๆ แล้วหันหน้าหนี
หากแต่ทุกอิริยาบถของพี่ชายนอกบ้านอยู่ในสายตาของซ่งซิงเยว่
ซึ่งเด็กหญิงมองอย่างรู้ทัน ดึงซ่งซิงเฉินให้เข้าไปใกล้ แล้วถามทันที “นี่เจ้าแอบเอาตะบันไฟไปทิ้งอย่างนั้นหรือ ซ่งซิงเฉิน เจ้าไม่กลัวว่าเราจะไม่มีข้าวกินหรืออย่างไร”
ระหว่างบ่นเช่นนั้นนางก็พองแก้มด้วยความไม่พอใจ ในโลกใบนี้เด็กน้อยกลัวความหิวมากที่สุด
ซ่งซิงเฉินยิ้มตอบ “เจ้าจำที่ท่านพ่อเล่าเรื่องเคยก่อไฟเองตอนออกไปรบไม่ได้หรืออย่างไร ไม่มีอันใดต้องกังวลเลยสักนิด”
“เจ้าตั้งใจช่วยท่านพ่ออย่างนั้นหรือ เหตุใดเล่า”
ซ่งซิงเฉินเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าเล่า ทำไปเพื่ออันใด”
ซ่งซิงเยว่เบิกตาด้วยความตกใจ “นี่เจ้าก็อยากได้ไข่มุกนั่นเหมือนกันหรือ”
“ไม่ต้องห่วงน่า ไข่มุกนั่นของเจ้า ส่วนข้าต้องการดาบหลิงอวิ๋น”
ซ่งซิงเยว่ได้ยินก็ยิ้มกริ่มแล้วหรี่ตาลง “เฉินเฉิน เจ้าตาถึงมาก นั่นเป็นของที่มูลค่าที่สุดในห้องนั้น แต่…” ซ่งซิงเยว่ขมวดคิ้ว “มันจะดีจริง ๆ หรือที่เรากับท่านแม่เช่นนี้…”
“บิดามารดาของผู้อื่นยังอยู่ร่วมกัน ท่านพ่อกับท่านแม่ของเราก็ควรจะเป็นเช่นนั้นไม่ใช่หรือ”
ว่าเช่นนั้นเด็กน้อยทั้งสองก็นั่งลงข้างกันบนพื้นหญ้า มองไปที่ไป๋เย่หานและซ่งชิงหลันที่อยู่ด้วยกันไม่ห่างออกไปนัก
ภาพหนุ่มสาวช่วยกันหุงหาอาหาร ช่างงดงามและอบอุ่น
ซ่งซิงเยว่พยักหน้ารับแล้วพูดต่อ “เฉินเฉิน เจ้าพูดถูก ข้าชอบเห็นท่านพ่อกับท่านแม่อยู่ด้วยกัน ต่อให้ไม่มีไข่มุกนั่นมาแลกเปลี่ยน ข้าก็ยังต้องการทำให้พวกเขาอยู่ด้วยกันเช่นนี้ตลอดไป”
ในตอนนี้ ข้าวหุงไม้ไผ่ ไก่ขอทาน และปลาย่างก็พร้อมแล้ว
ซ่งชิงหลันโบกมือให้เด็ก ๆ แล้วเอ่ยเรียก “เยว่เยว่ เฉินเฉิน มากินข้าวเร็วเข้า”
อีกด้าน อู่เชียนเชียนและฉูซื่อโม่วก็รีบช่วยกันเก็บว่าวแล้ววิ่งเข้ามา
เพราะทุกคนเอาแต่เล่นกันตั้งแต่เช้า ทำให้ตอนนี้พวกเขาหิวข้าวมาก จึงเริ่มกินอาหารอย่างตั้งใจ
ซ่งซิงเยว่เพลิดเพลินกับการกินอาหารที่ไป๋เย่หานส่งให้ ไม่ลืมที่จะเอ่ยชมเสียงใส “ปลาย่างของท่านพ่ออร่อยมากเจ้าค่ะ”
นายท่านเฉียนยังใช้โอกาสนี้ในการพูดติดตลก “ที่ข้าได้ยินว่าหากชายหญิงร่วมมือกันจะได้ผลลัพธ์ทวีคูณ ท่าทางจะเป็นเรื่องจริง”
ปากเล็ก ๆ ของซ่งซิงเยว่เคลือบด้วยความมันจากอาหาร นางเอ่ยอย่างมีความสุข “ข้าชอบออกมาเที่ยวข้างนอกมาก เรามาทุกวันเลยได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ฝันหวานเหลือเกินนะ” ซ่งชิงหลันเช็ดปากให้ลูกสาว แล้วพูดพร้อมยิ้ม “รีบกินให้เสร็จจะได้กลับบ้านกัน”
“หืม เร็วจัง ข้ายังเล่นไม่พอเลยเจ้าค่ะ” เฉียนชิงอวี่ที่อยู่ด้านข้างดูไม่เต็มใจนัก
ซ่งซิงเยว่คว้ามือน้องสาวอย่างรวดเร็วแล้วพูดขึ้น “ชิงอวี่ เราไปเล่นตรงนั้นกันดีกว่า”
ว่าจบ เด็กหญิงทั้งสองก็วิ่งไปด้วยกัน
เมิ่งเตี๋ยหวู่ตะโกนไล่หลัง “พวกเจ้า อย่าวิ่งไปไกลนักเล่า”
[1]* ไก่ขอทาน ไก่ยัดไส้ห่อใบบัวอบ