ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 242 อุ้มข้าลงจากรถ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 242 อุ้มข้าลงจากรถ
บทที่ 242 อุ้มข้าลงจากรถ
ซ่งชิงหลันถูกสายตาตรวจสอบของเขาจ้องมองจนรู้สึกร้อนรน
ในใจลอบอุทานว่า ‘จบเห่แล้ว’ ไป๋เย่หานมองออกถึงเบาะแสบางอย่างแล้วหรือ นางควรอธิบายกับเขาอย่างไรดี ถ้าหากนางบอกเขาว่าข้าทะลุมิติมา เขาจะต้องคิดว่านางบ้าเป็นแน่
ซ่งชิงหลันกลืนน้ำลายอย่างประหม่า ขณะที่กำลังคิดว่าจะกล่าวอย่างไรดี อยู่ ๆ ในตอนนั้น ล้อของรถม้าก็เหยียบไปโดนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง รถม้าสั่นสะเทือนในทันที
ด้วยศูนย์ถ่วงของนางไม่มั่นคง ทำให้นางเอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว…
แต่เพียงเล็กน้อยนั้น ริมฝีปากของนางก็ช่างบังเอิญอย่างโชคร้าย ไปสัมผัสเข้ากับริมฝีปากของไป๋เย่หาน!
ซ่งชิงหลันรู้สึกเพียงว่ามีเสียง ‘โครม!’ ดังขึ้นในหัว จากนั้นในสมองพลันว่างเปล่า
นางเบิกตาทั้งสองกว้างอย่างตื่นตกใจ และกำลังคิดจะผละออก แต่ผู้ใดจะรู้ว่าอยู่ ๆ ฝ่ามือใหญ่ของไป๋เย่หานก็จับท้ายทอยของนางเอาไว้แน่น ไม่ให้นางผละออก ทั้งยังทำให้ ‘จูบที่ไม่คาดคิด’ นี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“อื้อ ๆ ๆ…” ซ่งชิงหลันดิ้นรน แต่กลับไม่สามารถกล่าวอันใดได้
ในตอนนั้นเอง ซ่งชิงหนานที่รับหน้าที่ควบรถม้าก็ยกผ้าม่านขึ้น พร้อมเอ่ยอย่างเป็นห่วง “ท่านพี่ พวกท่าน…”
ซ่งชิงหนานยังเป็นชายหนุ่มที่จิตใจบริสุทธิ์ จะเคยเห็นภาพเช่นนี้เสียที่ใด เขาตะลึงไปในชั่วขณะ ใบหน้าหล่อเหลานั้นแดงเสียราวกับกุ้งโดนต้ม
นั่นทำให้ไป๋เย่หานขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจนัก เขาไม่หวังให้ท่าทางเช่นนี้ของพระชายาตนถูกคนอื่นเห็นเข้า ต่อให้เป็นน้องชายแท้ ๆ ก็ไม่ได้
ดังนั้น ไป๋เย่หานจึงโบกฝ่ามือครั้งหนึ่ง ทำให้ลมแรงจากฝ่ามือพุ่งตรงใส่ซ่งชิงหนานทันที ทำเอาคนทั้งคนกระเด็นออกจากรถม้า ผ้าม่านก็ร่วงหล่นลงอย่างธรรมชาติ
ทำเอาซ่งชิงหลันละอายใจเสียแทบตาย!
นางอยากจะให้มีช่องว่างให้ตนแทรกเข้าไปเสียจริง ๆ
“อื้อ ๆ…ไป๋เย่หาน…อื้อ ๆ… ท่านปล่อย…ปล่อยข้านะ!”
ยิ่งซ่งชิงหลันดิ้นรน เขาก็ยิ่งจูบอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม
ในที่สุดนางก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้น นางใช้ฟันกัดริมฝีปากของไป๋เย่หานอย่างแรง
“โอ๊ย!” เขาที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ยิ่งคิดไม่ถึงว่านางจะเล่นไม้นี้ จึงได้ปล่อยปากออกทันที
จากนั้นซ่งชิงหลันก็ใช้มือปิดปาก จ้องมองไป๋เย่หานอย่างโกรธเกรี้ยว และก่นด่า “ไป๋เย่หาน! ไอ้คนชั่ว! ไอ้คนสารเลวไร้ยางอาย!”
ไป๋เย่หานโค้งมุมปากยิ้มออกมา เผยให้เห็นรอยยิ้มหยอกล้อ ริมฝีปากเขาถูกซ่งชิงหลันกัดเสียจนบวมเล็กน้อย เมื่อรวมกับรอยยิ้มนี้ ดูแล้วยิ่งชั่วร้ายกว่าเดิม
ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังริมฝีปากรูปเชอร์รีสีชมพูอวบอิ่มของซ่งชิงหลัน พร้อมส่งสายตาเหมือนยังไม่พอ กล่าวด้วยรอยยิ้ม “พระชายา เห็นชัด ๆ ว่าเป็นเจ้าที่จูบมาก่อน แล้วเหตุใดเจ้าจึงหาเรื่องกลับเช่นนี้! แต่ว่าข้าชอบการรุกของเจ้ามากนะ!”
“ไป๋เย่หาน! เจ้าหุบปากเสีย!” ใบหน้าเล็ก ๆ ของซ่งชิงหลันแดงก่ำไปหมด “ท่านลงจากรถไปประเดี๋ยวนี้!”
นางไม่อยากอยู่ในที่เดียวกับเขาอีกแม้แต่วินาทีแล้ว
ไป๋เย่หานหัวเราะออกมาอีกครั้ง และกล่าวอย่างมีเลศนัย “พระชายา ข้าสภาพเช่นนี้ เจ้ามั่นใจหรือว่าจะให้ข้าลงจากรถ เช่นนั้นทุกคนก็คงจะเดาได้ว่าเมื่อครู่เรา…”
“ก็ได้!” ซ่งชิงหลันรีบขัดจังหวะคำพูดของเขา
เขาช่างมีชะตาไม่ถูกกับนางจริง ๆ ช่างไร้หนทาง
จากนั้นซ่งชิงหลันก็ขยับบั้นท้าย นั่งลงในที่ที่ห่างจากไป๋เย่หานมากที่สุด และมองเขาด้วยสายตาตักเตือน “ท่านนั่งอยู่ตรงนั้นอย่าได้ขยับ ห้ามเข้ามาใกล้ข้าอีก!”
ไป๋เย่หานเห็นนางทำเช่นนี้ ก็คิดว่าน่ารักเป็นอย่างมาก จึงไม่ได้คัดค้านอันใด
เขาตะโกนออกไปนอกรถม้า “ชิงหนาน”
ซ่งชิงหนานเข้าใจในทันที รีบกระโดดขึ้นรถม้า ควบม้ามุ่งหน้าสู่บ้าน
เขาเหงื่อตกอยู่ในใจ หวังเพียงว่าการเดินทางจะปลอดภัย อย่าได้ให้เขาเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นอีกเลย
เพียงกลับมาถึงจวนท่านแม่ทัพ ซ่งชิงหลันก็แทบรอไม่ไหวที่จะเปิดม่านแล้วกระโดดลง แม้แต่ลูกทั้งสองคนก็ไม่สนใจแล้ว
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ทั้งสองคนหลับมาตลอดทาง เมื่อมาถึงบ้านก็ตื่นพอดี
เมื่อเห็นซ่งชิงหลันรีบร้อนลงจากรถม้า ซ่งซิงเฉินก็อดกังวลไม่ได้ “ท่านแม่เป็นอันใดไปหรือขอรับ”
ซ่งซิงเยว่ขยี้ตาที่งัวเงีย ยืดเอวเล็กแล้วกล่าว “คงจะรีบไปเข้าห้องน้ำกระมัง”
กล่าวจบก็ยื่นมือสองข้างไปหาไป๋เย่หาน พร้อมกล่าวอย่างออดอ้อน “ท่านพ่อ อุ้มข้าลงจากรถทีเจ้าค่ะ”
เพียงซ่งชิงหลันกลับมาถึงจวนนายพล นางก็ขังตัวเองไว้ในห้องทันที
ขณะเดียวกันก็เริ่มก่นด่าสาปแช่งไป๋เย่หานในใจ
นางมองตนเองในกระจกเงิน และลูบริมฝีปาก
ถึงแม้นางจะให้กำเนิดบุตรแล้ว แต่พูดตามความจริง นี่เป็นจูบแรกของนาง!
และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หัวใจของนางกลับเต้นแรงไม่หยุด ในหัวก็มีใบหน้าหล่อเหลาของไป๋เย่หานขยายใหญ่ขึ้นมาเต็มไปหมด ทั้งแววตาที่ล้ำลึกของเขา ทั้งยังมีริมฝีปากบาง ๆ นั้น…
“โอ๊ย!” ซ่งชิงหลันตะโกนออกมาทันใด
ให้ตาย! ตอนนี้นางกำลังหวนคิดถึงจูบนั้นเสียได้!
นี่นางเป็นอันใดไป เป็นอันใดไป!
ไม่ได้การ! นางต้องสงบลง! ใจเย็น ๆ! จะร้อนรนไม่ได้!
ดังนั้นซ่งชิงหลันจึงหยิบกระดาษ พู่กัน และหินหมึกออกมา เริ่มใช้พู่กันเขียนสัญญาความร่วมมือทำโรงย้อมกับหมู่บ้านหลิ่ว
เมื่อซ่งชิงหลันยุ่งขึ้นมาก็ลืมทุกสิ่งไป จนกระทั่งนางเขียนสัญญาความร่วมมือเสร็จ เงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ก็ไม่รู้ว่าท้องฟ้ามืดไปตั้งแต่เมื่อใด
แน่นอน วิธีที่ทำให้นางหยุดคิด ไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่านนี้ช่างเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ
นางเริ่มตรวจสอบสัญญาความร่วมมืออีกครั้ง จึงพึงพอใจอย่างมาก ลุกขึ้นออกจากห้องไป
เพียงออกมานอกประตูก็เห็นซ่งชิงตงที่รออยู่ตรงประตู
“ชิงตง เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ตรงนี้” ซ่งชิงหลันมองกล่องอาหารอุ่นในมือของเขาก็เข้าใจ
ซ่งชิงตงยิ้ม กล่าวอธิบาย “ข้าเดาว่าท่านจะต้องเขียนสัญญาความร่วมมือทำโรงย้อมอยู่แน่ ๆ เมื่อครู่ตอนที่กินข้าวจึงได้ไม่มารบกวนท่าน ข้านำอาหารมาแล้ว ท่านพี่ เข้าไปกินเถิดขอรับ”
“ได้สิ!” ซ่งชิงหลันรับกล่องอาหารด้วยรอยยิ้ม “ตอนที่ยุ่ง ๆ ยังไงก็ไม่รู้สึกแต่เมื่อสบายใจแล้ว ท้องก็หิวขึ้นมาจริง ๆ”
นางกล่าวพลางเปิดกล่องอาหาร ในนั้นมีน้ำแกง มีข้าว มีกับ ทั้งหมดล้วนเป็นของที่นางชอบกิน
จากนั้นซ่งชิงตงรีบเอ่ยถาม “ท่านพี่ ท่านเขียนสัญญาความร่วมมือเสร็จแล้วหรือขอรับ”
“อืม เสร็จแล้ว ข้ากำลังคิดจะเอาไปให้เจ้าดูอยู่พอดี” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็นำเอกสารหลายหน้าที่เขียนเรียบร้อยแล้วส่งให้ซ่งชิงตง
ซ่งชิงตงอ่านทีละแผ่น ทั้งสองคนปรึกษาหารือกัน สุดท้ายก็ยืนยันใช้แบบสัญญาความร่วมมือฉบับสุดท้าย
ซ่งชิงหลันเองก็กินข้าวเสร็จแล้ว ซ่งชิงตงมองนางแวบหนึ่ง อ้าปาก อยากจะกล่าวบางอย่างแต่ก็ลังเล
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าว “ยังมีปัญหาใดอีกหรือ เจ้าบอกข้ามาเถิด”
“ท่านพี่ ท่านกับท่านอ๋อง…”
ระหว่างทางกลับ พวกเขาเห็นภาพที่อยู่ ๆ ซ่งชิงหนานก็ถูกพัดออกมาจากรถม้า ทำให้สงสัยอย่างมาก เดิมทีอยากจะถามซ่งชิงหนาน แต่เขาไม่ยอมบอกสักคำ ส่วนเด็กทั้งสองคนอย่างซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ พวกเขานอนหลับราวกับหมูกินอิ่ม ไม่รู้เรื่องอันใดทั้งนั้น
ดังนั้น คนอื่น ๆ ที่อยากรู้อยากเห็นก็ต้องการรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ทำได้เพียงส่งซ่งชิงตงมาถามข่าวด้วยตัวเอง
ซึ่งนั่นทำให้ซ่งชิงหลันเปลี่ยนสีหน้า และเอ่ยขัดคำพูดของเขา “นี่ก็ดึกแล้ว ข้าต้องพักผ่อนแล้ว”
แต่ความตั้งใจที่จะไล่คนออกไปของนางนั้นชัดเจนอย่างมาก