ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 248 ลำบากท่านแล้วจริง ๆ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 248 ลำบากท่านแล้วจริง ๆ
บทที่ 248 ลำบากท่านแล้วจริง ๆ
ทุกคนที่อยู่ที่นั่นมองซ่งชิงหลันด้วยความสงสัย
ซึ่งซ่งชิงหลันก็พูดขึ้นไม่ช้าไม่เร็ว “เรื่องนี้นั้น มีกลวิธีมากมาย พวกเราสามารถทำบ๊ะจ่างเค็มและบ๊ะจ่างหวานได้ ในบ๊ะจ่างเค็มเราจะใส่เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อตากแห้ง หมูแดง ไข่แดงและอื่น ๆ ส่วนบ๊ะจ่างหวาน นอกจากจะใส่พุทราจีนกับถั่วแดง ก็ยังสามารถใส่ถั่วบด มันม่วง พุทราเชื่อม ยังมีบ๊ะจ่างเย็นในน้ำขี้เถ้า บ๊ะจ่างธัญพืชและอื่น ๆ”
ซ่งชิงหลันพูดอย่างชำนาญ ยิ่งนางพูด นางก็ยิ่งตื่นเต้น ราวกับว่าเห็นบ๊ะจ่างแต่ละแบบลอยอยู่ตรงหน้า
ส่วนทุกคนเมื่อฟังก็ตกใจ อย่างไรเสียบ๊ะจ่างที่ซ่งชิงหลันเอ่ยออกมา พวกเขาก็ไม่เคยกินมาก่อน แม้แต่ดมก็ยังไม่เคย
ฟางโย่วลี่ฟังอย่างตั้งใจมาก พยักหน้าแล้วกล่าว “ว่ากันว่าทำให้ทุกคนถูกใจนั้นยาก แต่หากเราทำหลากหลายรสชาติออกมา เช่นนั้นก็จะถูกปากหลายคนมากทีเดียว ข้าคิดว่าลองดูก็ดี”
ซ่งชิงหลันพูดแล้วทำทันที นางเริ่มจัดแจงทุกอย่างเป็นขั้นตอน “ท่านอาสะใภ้เจ้าคะ วันนี้ท่านหาผู้ที่สามารถช่วยห่อบ๊ะจ่างได้มาสักสิบกว่าคน จงจำเอาไว้ว่าจะต้องคล่องมือนะเจ้าคะ”
“ตกลง!” หลิวกุ้ยเสียพยักหน้า “เพื่อนบ้านของพวกเราในย่านหย่งเหอ ทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือในการห่อบ๊ะจ่าง ข้าจะไปหาพวกนางประเดี๋ยวนี้”
จากนั้นซ่งชิงหลันก็หันหน้ามามองหวงเสี่ยวโต้ว แล้วกล่าวสั่ง “เสี่ยวโต้ว เจ้าไปหาหนุ่มวัยฉกรรจ์มาสักสองสามคน ขึ้นเขาไปตัดต้นปู้จิงกลับมาเสียหน่อย”
“ตัดต้นไม้หรือขอรับ” หวงเสี่ยวโต้มีสีหน้างุนงง ถามด้วยความไม่เข้าใจ “ท่านพี่ชิงหลัน ที่เรือนด้านหลังของเราก็ยังมีฟืนอีกมากนะขอรับ เหตุใดต้องขึ้นไปตัดบนเขาด้วย พวกเราก็ซื้อจากคนตัดไม้ตลอด”
“ต้นไม้นี้ไม่ได้เอามาทำฟืน เจ้ารีบไปเสีย ประเดี๋ยวกลับมาก็รู้ว่าข้าจะเอามาทำสิ่งใด”
“ขอรับ ข้าจะไปประเดี๋ยวนี้”
กล่าวจบเขาก็ลากเอาชายฉกรรจ์สามคนที่ส่งอาหารเข็นรถเข็นออกไป
ต่อจากนั้นซ่งชิงหลันก็ให้ซ่งอวิ๋นเฟิงนำกระดาษและพู่กันมา ยกพู่กันขึ้นเขียนรายการส่วนผสม ยกให้ซ่งอวิ๋นเฟิง กล่าว “ท่านอาเล็กเจ้าคะ ท่านรีบไปซื้อวัตถุดิบส่วนผสมตามรายการแผ่นนี้ ยิ่งเร็วยิ่งดีเจ้าค่ะ”
ซ่งอวิ๋นเฟิงมองดูใบรายการยาวเหยียด ในใจกำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว และนับดูว่าต้องไปซื้อของเหล่านี้ที่ใด
ซ่งชิงหลันหันไปมองทางฟางโย่วลี่และฟางจื่ออี้ แล้วกล่าวกับทั้งสอง “ท่านอาจารย์ฟาง ท่านพี่ฟาง พวกเรามาคุยกันเสียหน่อยเจ้าค่ะ ดูว่าจะทำบ๊ะจ่างรสใดดี”
ฟางจื่ออี้ตื่นเต้นขึ้นมาทันใด ซึ่งตอนนี้เขาสนใจการทำอาหารอย่างมาก
ส่วนอู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ มองทุกคนที่ต่างยุ่งกันขึ้นมาอย่างกะทันหัน จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม “ท่านพี่ชิงหลันเจ้าคะ เช่นนั้นข้าต้องทำสิ่งใด”
“อืม…วันนี้พนักงานที่ภัตตาคารส่วนใหญ่ล้วนยุ่งอยู่กับเรื่องบ๊ะจ่าง ที่ภัตตาคารคงจะยุ่งมาก เช่นนั้นเจ้าคอยช่วยอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าเถิด”
“ได้เจ้าค่ะ! เช่นนั้นวันนี้ข้าจะเป็นเจ้าของร้านคนที่สอง!” กล่าวจบ อู่เชียนเชียนก็วิ่งไปยังโต๊ะคิดเงินอย่างมีความสุข
……
เมื่อถึงตอนเที่ยง พวกหวงเสี่ยวโต้วก็ลากกิ่งไม้สามคันรถมา
จากนั้นซ่งชิงหลันก็สั่งให้พวกเขาก่อไฟ นำกิ่งไม้ทั้งหมดเข้าไปเผา
หวงเสี่ยวโต้วทำงานเสียจนเหงื่อเต็มหน้า ก็อดไม่ได้ที่จะถาม “ท่านพี่ชิงหลันขอรับ นี่มันอันใดกันอีกขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วอธิบาย “เถ้าของต้นไม้เหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่สุด เจ้าเผาไฟให้ดี รวบรวมขี้เถ้าต้นไม้นี้ให้ข้าอย่างระมัดระวัง”
นางถือโอกาสตอนที่เผาเถ้าต้นไม้เข้าไปในครัว
ซ่งอวิ๋นเฟิงซื้อเอาวัตถุดิบทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้ว เพียงหมูสามชั้นก็เต็มคันรถ
ซ่งชิงหลันเปรียบเทียบกับรายการทีละอย่าง ของทุกอย่างล้วนซื้อมาเรียบร้อย “ท่านอาเล็ก ต้องลำบากท่านแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ”
ซ่งอวิ๋นเฟิงเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่ลำบาก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นของที่เหล่าเพื่อนบ้านมักจะช่วยซื้อของให้ภัตตาคารอวิ๋นหลายของเรา พวกเขาช่วยข้าได้มาก โดยเฉพาะเนื้อหมู เพียงได้ยินว่าเราต้องการหมูสามชั้นอย่างเร่งด่วน ก็ขายเนื้อให้ข้าก่อนจนหมด ตอนนี้เพิ่งจะกลับไปฆ่าหมูอีกตัวหนึ่งแล้ว”
“เช่นนั้นหากบ๊ะจ่างเสร็จเรียบร้อย ก็ส่งไปให้เขาชิมเสียหน่อยนะเจ้าคะ”
ซ่งอวิ๋นเฟิงพยักหน้า และกล่าวด้วยความเศร้า “ไอ้หยา ชิงหลัน ในที่สุดข้าก็เพิ่งเข้าใจถึงเหตุผลที่เจ้าบอกว่าทำกิจการต้องช่วยเหลือผู้อื่น”
หากดีต่อผู้อื่น ผู้อื่นก็ย่อมจะดีตอบ รอจนที่เจ้าต้องการความช่วยเหลือ ทุกคนก็จะทำให้โดยไม่เมินเฉย
หลังจากซ่งอวิ๋นเฟิงกินบะหมี่หนึ่งชามในห้องครัว ก็กล่าว “ชิงหลัน เช่นนั้นข้าไปที่โต๊ะด้านหน้าก่อน ตอนนี้ได้เวลาอาหารแล้ว เชียนเชียนนั้นน่าจะยุ่งมากทีเดียว”
“เจ้าค่ะ ท่านอาเล็กไปเถิด” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็เรียกผู้ช่วยในครัวที่ใช้มีดได้เก่งมาสองสามคน “พวกเจ้าสองสามคน ทำเหมือนข้า หั่นให้หมูสามชั้นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เท่านี้”
กล่าวจบ นางก็ทำตัวอย่างให้ดูอันหนึ่ง จากนั้นก็นำขนาดของหมูสามชั้นให้พวกเขาดู
พ่อครัวเหล่านั้นล้วนเป็นพ่อครัวที่ฟางโย่วลี่ฝึกมาเองกับมือ ฝีมือการใช้มีดถือว่าเก่งกาจ ลงแรงเพียงครู่เดียว หมูสามชั้นหนึ่งคันรถก็ถูกพวกเขาหั่นจนเสร็จ อีกทั้งทุกชั้นยังขนาดเท่า ๆ กัน
ซ่งชิงหลันเองก็เตรียมวัตถุดิบสำหรับหมักเสร็จแล้ว จากนั้นค่อย ๆ นำไปใส่หมูสามชั้นกองใหญ่นั้นแล้วหมักเสีย
ในตอนนี้ หวงเสี่ยวโต้วเองก็วิ่งมาจากเรือนด้านหลัง กล่าวอย่างตื่นเต้น “ท่านพี่ชิงหลัน ต้นไม้เผาเสร็จแล้วขอรับ”
“ดี! เสี่ยวโต้ว เจ้านำน้ำร้อนถังหนึ่งตามข้ามา”
“ได้ขอรับ”
ซ่งชิงหลันนำผงขี้เถ้าไม้ที่เผาเสร็จแล้วห่อผ้าเอาไว้ จากนั้นก็ให้หวงเสี่ยวโต้วนำน้ำร้อนราดลงไปบนขี้เถ้า วางถังไม้ขนาดใหญ่ไว้ด้านล่าง จากนั้นก็ปล่อยให้น้ำผงขี้เถ้าหยดลง
หวงเสี่ยวโต้วมองน้ำขี้เถ้าสีเหลืองอ่อน ก็ถือว่าได้รับประสบการณ์มากมาย
ระหว่างนั้นซ่งชิงหลันกล่าวอธิบาย “น้ำขี้เถ้าเหล่านี้เป็นด่างตามธรรมชาติ นำมาทำเป็นน้ำขี้เถ้าใส่บ๊ะจ่างได้ดีที่สุด เพราะจะหวานถูกปาก เสี่ยวโต้ว อีกประเดี๋ยวหลังจากน้ำหยดลงหมดแล้ว เจ้าก็นำข้าวเหนียวมาแช่ลงในน้ำขี้เถ้า ใช้วิธีนี้ทำน้ำขี้เถ้าต่อไป”
กล่าวจบนางก็เงยหน้า ก็เห็นหลิวกุ้ยเสียที่เดินมาตรงเรือนด้านหลัง
“ท่านอาสะใภ้ เป็นอย่างไรบ้าง หาคนได้แล้วหรือเจ้าคะ”
“หาได้แล้ว อีกประเดี๋ยวพวกนางกินมื้อเที่ยงเสร็จก็จะมาทำงาน”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าแล้วกล่าว “เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ สำหรับค่าจ้างนั้น ท่านก็ให้ราคางานชั่วคราว บวกเพิ่มอีกสองในสิบส่วนเป็นใช้ได้”
“อืม เรื่องนี้ประเดี๋ยวข้าจะทำตามนั้น” หลังจากกล่าวจบ หลิวกุ้ยเสียก็ดูลังเลอยากจะพูดบางอย่างเล็กน้อย
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม “มีอันใดหรือเจ้าคะ”
หลิวกุ้ยเสียยิ้ม “ท่านอ๋องมาน่ะ”
ซ่งชิงหลันนึกถึงภาพเมื่อคืนนี้ขึ้นมาในทันใด จึงละสายตาออกอย่างไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย พึมพำเบา ๆ “เขามาเพราะเหตุใดกัน ช่างเป็นวิญญาณตามติดเสียจริง ท่านอาสะใภ้เจ้าคะ ท่านบอกเขาไปว่าข้าไม่อยู่ที่นี่เถิด”
“เอ่อ…เรื่องนั้น…ไม่ทันแล้ว…” หลิวกุ้ยเสียมีสีหน้าลำบากใจ กล่าว “เชียนเชียนอยู่ที่ด้านหน้าไม่ใช่หรือ นางบอกไปแล้วว่าเจ้าอยู่ที่นี่”
ซ่งชิงหลันรู้สึกปวดขมับในทันที “เจ้าเด็กผู้นี้ ช่างขุดหลุมพรางเก่งจริง ๆ”
กล่าวจบ ทำได้เพียงกัดฟันแล้วเดินไป