ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 247 นางเป็นครอบครัวของเขาแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 247 นางเป็นครอบครัวของเขาแล้ว
บทที่ 247 นางเป็นครอบครัวของเขาแล้ว
ไป๋เย่หานวางซ่งชิงหลันลงบนเตียงอย่างเบามือ
สาวใช้ในจวนท่านแม่ทัพนำน้ำร้อนและผ้าเช็ดตัวมาให้ ก็ตกใจกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างมากโดยพลัน
นางเห็นร่างของซ่งชิงหลันเกาะติดร่างของไป๋เย่หานเอาไว้แน่น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยมือ
ไป๋เย่หานเงยหน้าขึ้นพร้อมแววตาเย็นชา สาวใช้คนนั้นตกใจจนรีบก้มหน้าลง ไม่กล้ามองอีก กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น “ท่าน…ท่านอ๋อง น้ำร้อน…มาแล้วเพคะ…”
“ออกไป” ไป๋เย่หานเอ่ยสองคำออกมาอย่างเย็นชา
สาวใช้ก็รู้สึกเหมือนทำความผิดแต่ก็ได้รับการให้อภัย นางรีบวิ่งออกไปทันที
ไป๋เย่หานจึงใช้ผ้าร้อนเช็ดหน้าให้พระชายาอย่างระมัดระวัง เมื่อเช็ดไปถึงมือของนาง และอยู่ ๆ ซ่งชิงหลันก็เบิกตาขึ้นมา จับมือของเขาเอาไว้ แล้วกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง “ท่านจะทำอันใด”
ไป๋เย่หานยิ้ม “เช็ดหน้าเช็ดมือให้เจ้าอย่างไรเล่า”
“อ้อ…” ซ่งชิงหลันหลับตาอีกครั้ง และยอมให้ความร่วมมือกับไป๋เย่หานอย่างเชื่อฟัง
“ไป๋เย่หานเป็นไอ้สารเลว!”
อยู่ ๆ นางก็พูดประโยคนี้ออกมา ทำให้ไป๋เย่หานพูดไม่ออก รีบตอบนางกลับ “ใช่ ๆ ๆ พระชายาพูดได้ถูกต้องทั้งหมด ข้าเป็นไอ้สารเลวจริง ๆ”
“แต่ว่า…เหมือนข้าจะชอบไอ้สารเลวผู้นี้ แล้ว…”
มือของไป๋เย่หานที่จับผ้าเช็ดตัวอยู่หยุดชะงักลงทันใด ดวงตาของเขาเป็นประกาย รีบเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “ว่าอย่างไรนะ ชิงหลัน เจ้าบอกว่าอันใด พูดออกมาอีกครั้ง”
ซ่งชิงหลันไม่ตอบสนอง ทั้งยังส่งเสียงกรนออกมาเสียด้วยซ้ำ
ไป๋เย่หานกัดฟันอย่างจนปัญญา “เหตุใดต้องมาหลับตอนนี้…”
……
คืนนี้ซ่งชิงหลันหลับสนิททั้งคืน จนกระทั่งรุ่งสาง
นางตื่นขึ้นมาพร้อมกับรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด สาวใช้ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในห้องก็ผลักประตูเข้ามาทันใด แล้วกล่าว “คุณหนูใหญ่ นี่เป็นน้ำแกงแก้เมาค้างเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันรับมาดื่มจนหมด ก็รู้สึกสบายตัวขึ้น “ขอบใจ”
สาวใช้ยิ้มอย่างอาย ๆ แล้วตอบกลับ “จริง ๆ แล้วนี่ล้วนเป็นคำสั่งของท่านอ๋องเจ้าค่ะ”
“ไป๋เย่หานหรือ” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว “เมื่อคืนนี้ข้ากลับมาได้อย่างไร เหตุใดข้าจำอันใดไม่ได้เลย”
นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่งชิงหลันเมาจนภาพตัด
สาวใช้รีบตอบ “เมื่อคืนท่านอ๋องพาคุณหนูใหญ่กลับมาเจ้าค่ะ”
เพียงซ่งชิงหลันได้ยินก็สร่างขึ้นในทันที “เมื่อคืนเขาไม่ได้ทำอันใดอุกอาจกับข้าใช่หรือไม่”
“เอ่อ…คือ…” สาวใช้สีหน้าลำบากใจ ทั้งยังแดงอย่างน่าประหลาด
ซ่งชิงหลันเห็นท่าทางของนางก็ยิ่งแปลกใจ “ว่ามาเถิด มีเรื่องอันใดก็บอกข้ามาตรง ๆ”
“ท่านอ๋องไม่ได้ทำเรื่องอุกอาจอันใดกับคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ เพียงแต่ว่าคุณหนูใหญ่ ท่าน…” กล่าวจบ สาวใช้ก็เงยหน้ามองซ่งชิงหลันแวบหนึ่ง
เมื่อเห็นซ่งชิงหลันฉายแววประหลาดใจในดวงตา นางก็วิ่งออกจากห้องไปอย่างรู้ความ
ความทรงจำค่อย ๆ กลับมา ซ่งชิงหลันคิดได้ถึงท่าทางของตนที่เอาแต่เกาะแกะไป๋เย่หานไม่ยอมปล่อย ไปจนถึงเรื่องไร้สาระที่นางพูดหลังจากดื่ม…
นางอยากจะฝังตนเองลงดินไปเสียประเดี๋ยวนี้
ซ่งชิงหลันรีบอาบน้ำ จากนั้นก็ไปยังบ้านที่ถนนเสียงเหอ
หลังจากดื่มชา มอบอั่งเปา เปลี่ยนสรรพนามให้นางแล้ว งานแต่งนี้ก็ถือว่าเสร็จสิ้นลง
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ซ่งชิงหลันก็ไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
สองสามวันนี้มัวแต่ยุ่งอยู่กับงานแต่งของซ่งชิงตง ไม่ได้มาที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายเสียหลายวัน
นางที่เพิ่งออกจากบ้าน ก็ได้พบกับอู่เชียนเชียนโดยบังเอิญ
หากแต่อู่เชียนเชียนเอียงคอยิ้มให้นาง “เวลานี้ ท่านน่าจะไปภัตตาคารอวิ๋นหลายแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มมองนางแวบหนึ่ง “เจ้านี่ฉลาดจริง ๆ ไปกันเถิด”
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปด้วยกัน มุ่งหน้าสู่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ขณะเดินไป อยู่ ๆ อู่เชียนเชียนก็แสดงความเสียดายออกมา “ที่แท้การแต่งงานก็เพียงนี้เอง เพียงชั่วข้ามคืน นางก็กลายเป็นคนในตระกูลของเขาเสียแล้ว”
ซ่งชิงหลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติเล็กน้อยของนาง จึงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม “เชียนเชียน เจ้าเป็นอันใดหรือ เหตุใดอยู่ ๆ ก็เศร้าขึ้นมา”
อู่เชียนเชียนยิ้มพลางส่ายหน้า “ไม่…ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ…”
“นี่คงไม่ใช่เพราะเจ้าเห็นชิงตงและซิ่วซิ่วแต่งงานก่อนหน้าพวกเจ้า จึงอยากให้ซื่อโม่วมาแต่งเจ้าเข้าตระกูลใช่หรือไม่” ซ่งชิงหลันล้อนางด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ใช่นะเจ้าคะ!” อู่เชียนเชียนตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยในทันที และอยู่ ๆ ก็กลับไปหดหู่อีกครั้ง “ข้าคิดว่าหากเป็นตระกูลของข้า เพื่อนของข้าก็ล้วนอยู่ที่เมืองหลวง หากข้าแต่งงานกับซื่อโม่วจริง ๆ เช่นนั้นก็ต้องไปที่หลี่โจว ไปเป็นคนแปลกหน้าในที่แปลกถิ่น ถึงตอนนั้นแล้ว ข้าจะทำอย่างไรเล่า”
คำพูดนี้ของอู่เชียนเชียนแสดงออกถึงความขมขื่นของหญิงที่แต่งงานแล้วหลายคน
แต่ซ่งชิงหลันกลับยิ้มหยอกล้อ “เหตุใดหรือ เจ้ารู้สึกเสียดายขึ้นมาหรืออย่างไร”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ…” อู่เชียนเชียนเบ้ปาก กล่าวพึมพำเบา ๆ “ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อคืนเห็นพวกพี่ชิงตงแต่งงาน อยู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ถึงปัญหาเหล่านี้ ช่างเถิด ข้าคงคิดมากไป ฮึบ ข้าต้องอดทนต่อคลื่นลมเอาไว้ แล้วปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ”
“ใช่หรือไม่เล่า! นี่สิจึงจะเป็นอู่เชียนเชียนที่ข้ารู้จัก”
ทั้งสองคนมาถึงภัตตาคารอวิ๋นหลาย ซึ่งลูกค้าตอนเช้ามีไม่มาก เหล่าพนักงานในภัตตาคารล้วนทำความสะอาดเตรียมพร้อมทำงาน
เพียงเข้าภัตตาคาร ซ่งชิงหลานก็ได้กลิ่นของบ๊ะจ่าง
ทันใดนั้นหวงเสี่ยวโต้วหันหน้ามาเห็นนางก็กล่าว “พี่ชิงหลัน ท่านมาแล้วหรือขอรับ! พอดีเลย ทางนี้มีบ๊ะจ่างร้อน ๆ เพิ่งจะออกจากเตาขอรับ!”
อู่เชียนเชียนน้ำลายไหลด้วยความตะกละ “จริงหรือ! นี่เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างใกล้จะมาถึงแล้วนี่นา! ข้าขอชิมหน่อยเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ไม่แปลกเลยว่าระหว่างทางเดินมา บนถนนมีผู้คนมากมายกว่าปกติ ที่แท้ก็กำลังซื้อใบจ้ง เฮียเฮียะ จางผูและอื่น ๆ ที่ต้องซื้อยามเทศกาล
ในตอนนี้ ฟางโย่วลี่เองก็เดินออกมาจากห้องครัว เมื่อเห็นซ่งชิงหลัน เขาก็กวักมือเรียก “ชิงหลานเจ้ามาก็ดีแล้ว ข้ากำลังคิดจะไปตามเจ้ามาชิมรสบ๊ะจ่างอยู่พอดี”
ซ่งชิงหลานยิ้ม “ที่แท้ท่านอาจารย์ฟางก็มาห่อด้วยตนเอง เช่นนั้นข้าจะต้องชิมเสียแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อซ่งชิงหลันก้าวไปข้างหน้า อู่เชียนเชียนก็กินบ๊ะจ่างห่อหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังยิ้มแล้วยกนิ้วให้ “อร่อยมากเจ้าค่ะ! อร่อยมาก ๆ เลย!”
บ๊ะจ่างตรงหน้าเป็นบ๊ะจ่างสามเหลี่ยมที่ไม่ใหญ่ เมื่อค่อย ๆ แกะออก ก็จะมีกลิ่นหอมของใบจ้ง ในบ๊ะจ่างจะมีพุทราจีนสองลูก พอกัดลงเบา ๆ ข้าวเหนียวที่นุ่มและหนึบก็จะมีกลิ่นหอมหวานของใบจ้งและพุทราจีน ไม่เลี่ยนเกินไปและมีรสชาติอร่อยมาก
ซ่งชิงหลันพยักหน้าแล้วกล่าว “อืม อร่อย”
กล่าวจบนางก็แกะบ๊ะจ่างอีกหนึ่งอัน มองฟางโย่วลี่แล้วถาม “มีเพียงบ๊ะจ่างพุทราจีนเท่านั้นหรือเจ้าคะ”
ทุกคนมองนางอย่างแปลกใจ กล่าว “บ๊ะจ่างสำหรับเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ก็มีเพียงห่อพุทราจีนและถั่วแดงนะ หรือเราจะต้องมีอันใดอีกหรือ”
เพียงซ่งชิงหลันได้ฟัง ในหัวก็ผุดแรงบันดาลใจขึ้นมาทันที นางยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าว “ดีเหลือเกิน ข้าคิดวิธีหาเงินได้อีกอย่างแล้วเจ้าค่ะ”
อู่เชียนเชียนถามด้วยสีหน้าสงสัย “พี่ชิงหลาน อันใดหรือเจ้าคะ”
ในสายตาของนาง ซ่งชิงหลันมีวิธีหาเงินมาก นางจึงสงสัยอย่างมากว่าจะมีกลเม็ดใหม่ ๆ อันใดที่นางจะทำออกมาอีก
ซึ่งฟางจื่ออี้ก็ขมวดคิ้ว แล้วถามอย่างไม่มั่นใจ “ชิงหลัน วิธีที่เจ้าว่า คงไม่ใช่ขายบ๊ะจ่างใช่หรือไม่”
ซ่งชิงหลันเม้มปากหัวเราะเบา ๆ พยักหน้าแล้วกล่าว “ถูกต้องเจ้าค่ะ เราจะขายบ๊ะจ่าง”
เพียงกล่าวออกไปเช่นนั้น ทุกคนก็มีสีหน้างุนงงแล้วมองหน้ากัน ล้วนคิดว่าตนฟังผิดไป
“เอ่อ…คือว่า…” ฟางโย่วลี่มีอายุมากที่สุด เอ่ยคำถามของตนออกมาเป็นคนแรก “ชิงหลัน เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างนี้ ทุกคนล้วนห่อบ๊ะจ่างกันเอง ถ้าหากพวกเราขายบ๊ะจ่าง อาจจะไม่มีผู้ใดซื้อกระมัง”
ซ่งชิงหลันโค้งมุมปากยิ้มแล้วกล่าวว่า “เมื่อครู่พวกท่านก็พูดแล้ว บ๊ะจ่างที่ทุกคนห่อก็มีเพียงใส่พุทราจีน หรือถั่วแดง ดังนั้น ถ้าหากเราจะขายบ๊ะจ่าง เช่นนั้นก็ต้องมีกลเม็ดใหม่ ๆ ที่ผู้อื่นไม่มีเจ้าค่ะ”
หวงเสี่ยวโต้วเกาหัวอย่างงุนงงแล้วกล่าว “แต่ทว่า บ๊ะจ่างก็เป็นเพียงบ๊ะจ่างไม่ใช่หรือ จะมีกลเม็ดใหม่ใด ๆ ได้อีกขอรับ”