ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 249 ท่านอ๋องอยากกินสิ่งใด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 249 ท่านอ๋องอยากกินสิ่งใด
บทที่ 249 ท่านอ๋องอยากกินสิ่งใด
ซ่งชิงหลันเดินเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ของภัตตาคารอวิ๋นหลาย ก็เห็นอู่เชียนเชียนและไป๋เย่หานนั่งอยู่บนโต๊ะตัวนึง
อู่เชียนเชียนในตอนนี้ กำลังแนะนำอาหารจานเด่นของภัตตาคารอวิ๋นหลายให้ไป๋เย่หานอย่างกระตือรือร้น
“ท่านอ๋อง นกพิราบย่างนี้เป็นจานแนะนำของภัตตาคารอวิ๋นหลายเลยเจ้าค่ะ สิ่งนี้ต้องสั่ง อีกทั้งยังมีเป็ดแปดสมบัตินี่ก็รสชาติดีมากเจ้าค่ะ ต้องสั่งเช่นกัน หมูแดงอบน้ำผึ้ง นี่เป็นสูตรลับพิเศษที่พี่ชิงหลันทำออกมา รสชาติไม่ต้องพูดถึง แล้วก็ ท่านดูตรงนี้…”
อู่เชียนเชียนพูดไปพลางพลิกดูรายการอาหาร พร้อมเอ่ยแนะนำ “อาหารสองสามอย่างนี้ล้วนเป็นอาหารที่พี่ชิงหลันพัฒนาขึ้นมาใหม่ที่สุดเพคะ อร่อยเป็นอย่างมาก!”
ไป๋เย่หานหรี่ตาเล็กน้อย และกล่าวเสียงทุ้ม “แม่นางอู่ จากที่ท่านสั่งอาหารเช่นนี้ โต๊ะนี้จะวางได้หมดหรือ”
อู่เชียนเชียนยิ้มอย่างสบาย ๆ “ท่านอ๋อง โปรดวางใจเถิดเพคะ ถ้าหากท่านเป็นห่วงว่าจะกินไม่หมด เช่นนั้นก็ยังมีข้าอยู่นะเพคะ หากไม่ไหวจริง ๆ ข้าก็จะเรียกซื่อโม่วมา เขาเองก็กินได้เพคะ”
ซางชิงหลันเดินมาถึงตรงหน้า “ประเดี๋ยวซื่อโม่วก็จะถูกเจ้าขุนจนอ้วนเช่นนี้”
ไม่ใช่ว่านางพูดเกินจริง ตั้งแต่ฉูซื่อโม่วคบหากับอู่เชียนเชียนมา ก็ไม่เคยปฏิเสธอาหารที่นางป้อนให้ เห็นชัดด้วยตาเปล่าว่าน้ำหนักของเขาเพิ่มขึ้นทุกวัน
อู่เชียนเชียนเม้มปากและกล่าว “นั่นจะโทษข้าไม่ได้นะเพคะ ผู้ใดให้เขาไม่ออกกำลังกายเล่า ข้าเองก็กินเยอะเช่นกัน เหตุใดจึงไม่เห็นข้าอ้วนบ้าง”
ไป๋เย่หานเห็นว่าซ่งชิงหลันเมินเฉยต่อการมีอยู่ของเขาตั้งแต่ปรากฏตัวก็อดไม่ได้ที่จะโกรธเล็กน้อย เขาเลิกคิ้วและกล่าวว่า “พระชายา เจ้าไม่เห็นว่าข้าก็อยู่ที่นี่หรือ”
ซ่งชิงหลันกลอกตาอย่างไร้คำจะกล่าว ในใจก็ลอบคิด ‘ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ราวกับพระพุทธรูปองค์ใหญ่ แม้ไม่อยากมองเห็นก็คงยากนัก’
ซ่งชิงหลันรักษารอยยิ้มบนใบหน้าไว้ ถามด้วยมาดขรึม “เช่นนั้นท่านอ๋องอยากกินสิ่งใดหรือเจ้าคะ”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวเสียงต่ำ “พระชายา เมื่อคืนเจ้าเร่าร้อนกับข้านัก เหตุใดวันนี้จึงเย็นชาเพียงนี้เล่า ไม่นานก็ลืมกันแล้วหรือ”
“แค่ก…แค่ก ๆ ๆ…”
เพียงกล่าวออกไปเช่นนั้น ก็ทำให้อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ ตะลึง และอดไม่ได้ที่จะสำลักชาที่อยู่ในปาก
นางทำสีหน้าอยากรู้อยากเห็น มองไป๋เย่หาน จากนั้นก็มองซ่งชิงหลัน ขยับก้นรอให้พวกเขาได้เริ่มการแสดง
ซ่งชิงหลันเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกเพียงว่าปวดหัวแทบระเบิด จริง ๆ เลย สิ่งที่ออกมาจากปากของไป๋เย่หานไม่มีเรื่องดี ๆ เอาเสียเลย
นางถลึงตามองเขา กัดฟันกล่าว “ไป๋เย่หาน! นี่ท่านตั้งใจมาสร้างปัญหาหรืออย่างไร”
ไป๋เย่หานมองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าไร้เดียงสา แล้วกล่าวตอบ “ข้ามาที่นี่เพื่อกินข้าวเท่านั้น พระชายา เหตุใดเจ้าจึงปฏิบัติกับลูกค้าเช่นนี้เล่า”
อู่เชียนเชียนที่อยู่ด้านข้างพยักหน้าอย่างประจบประแจง แสดงออกถึงความเห็นด้วย
ซ่งชิงหลันไร้กำลังจะปฏิเสธ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เรียกพนักงานคนหนึ่งที่รับผิดชอบการสั่งอาหาร สั่งว่า “บอกให้ทางครัวทำบะหมี่น้ำใสให้ท่านอ๋องหนึ่งชาม ปกติท่านอ๋องกินอาหารเลิศรสมามากแล้ว น้ำแกงใสเหมาะสมที่สุดแล้ว”
“เอ่อ…คือ…นายท่าน…” พนักงานกัดฟันอย่างลำบากใจ
ซ่งชิงหลันมองเขาแวบหนึ่ง “ยังไม่รีบไปอีก!”
หลังจากรอให้พนักงานจากไปแล้ว ซ่งชิงหลันก็มองไป๋เย่หาน กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านอ๋องพอใจแล้วหรือไม่เจ้าคะ”
ไป๋เย่หานยิ้มอย่างเอาใจ “ขอเพียงเป็นพระชายาสั่งอาหารให้ ต่อให้เป็นยาพิษ ข้าก็ยอมกิน”
อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินแล้วก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ในใจลอบคิด ‘พวกท่านทั้งสองคนจะแสดงความรักต่อกัน ก็ช่วยคิดถึงความรู้สึกของคนที่อยู่ตรงนี้บ้างได้หรือไม่เจ้าคะ’
หลังจากไล่ไป๋เย่หานแล้ว ซ่งชิงหลันก็กำลังคิดจะหมุนกายจะจากไป
แต่ในตอนนั้นก็มีชายสองสามคนในชุดคลุมผ้าไหมเข้ามาที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ซ่งชิงหลันเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไป๋เย่หานสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก ความเย็นชาปกคลุมรอบกายของเขา
อู่เชียนเชียนเห็นว่าทั้งสองคนดูผิดปกติไปในเวลาเดียวกัน ก็สงสัย จากนั้นก็เห็นเหล่าชายที่สวมชุดคลุมผ้าไหมที่กำลังจะเดินขึ้นไปยังห้องพิเศษส่วนตัวที่ชั้นสองตามคำแนะนำของพนักงาน
นางถามอย่างสงสัย “ท่านอ๋องเพคะ พี่ชิงหลัน พวกท่านเป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ สามคนนั้นมีอันใดผิดปกติอย่างนั้นหรือ”
แววตาของไป๋เย่หานเย็นชาจนน่ากลัว และกล่าวเสียงเย็น “พวกนั้นเป็นชาวซีหลิง”
อาณาจักรซีหลิงมีความทะเยอทะยานอย่างมาก หลายปีมานี้พวกเขาต้องการกลืนกินราชวงศ์
ตอนนั้นพวกไป๋เย่หานที่เป็นกองทัพของราชวงศ์สู้รบกับอาณาจักรหนานฉือที่ชายแดนอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ ระหว่างนั้นก็มีอาณาจักรซีหลิงเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ถึงขนาดจะเป็นฝ่ายที่สามที่ฉกฉวยโอกาสไป
โชคดีที่สุดท้ายไป๋เย่หานมองเล่ห์กลของพวกเขาออก จึงไม่ปล่อยให้พวกเขาทำสำเร็จ
ถึงแม้อู่เชียนเชียนจะไม่เข้าใจเรื่องการทหาร แต่ก็เคยได้ยินว่าชาวซีหลิงเหล่านี้ทะเยอะทะยานอย่างมาก หายากมากที่พวกเขาจะปรากฏตัวในเมืองหลวง
ทันใดนั้นนางก็เป็นกังวลขึ้นมาทันที จึงเอ่ยถามเบา ๆ “ท่านอ๋องเพคะ เหตุใดท่านจึงรู้ว่าพวกเขาเป็นชาวซีหลิงเล่าเพคะ”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว กล่าวเสียงต่ำ “เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่เป็นของใหม่ อีกทั้งยังดูไม่พอดีกับตัวนัก เพียงมองก็รู้ว่าไม่ได้ซื้อเอง อีกอย่าง ดูจากท่าทางการเดินของพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ชินกับเสื้อผ้าเหล่านี้เลย โดยเฉพาะกับรองเท้าหุ้มข้อนั้น ทำให้พวกเขาเดินเหินได้ไม่ถนัดอย่างมาก เดาว่าเสื้อผ้าเหล่านี้นั้นไม่ใช่เสื้อผ้าที่พวกเขาใส่ตามปกติ ดังนั้นจึงมีโอกาสแปดถึงเก้าส่วนที่จะไม่ใช่คนในเมืองหลวง”
ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขาเป็นชาวซีหลิงหรือไม่นั้น นางไม่รู้
หลังจากกล่าวจบ ซ่งชิงหลันเองก็ส่งสายตามองไปยังไป๋เย่หาน
ไป๋เย่หานกล่าวอธิบาย “ในสนามรบ ข้าได้เห็นชาวซีหลิงมาไม่น้อย ต่อให้พวกเขาจะกลายเป็นขี้เถ้า ข้าเองก็ดูออก เจ้าบอกว่าพวกเขาใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่ดูไม่ถนัดนัก นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาเป็นทหาร รองเท้าที่ใส่ในยามปกติย่อมไม่เหมือนกัน”
“ทหารของซีหลิงหรือ” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด “พวกเขามาทำอันใดที่นี่”
นางและไป๋เย่หานรู้สึกเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเป็นแน่
ซ่งชิงหลันเดินมาที่โต๊ะด้านหน้า มองซ่งอวิ๋นเฟิงแล้วเอ่ยถาม “ท่านอาเล็ก เมื่อครู่ชายสองสามคนที่เดินขึ้นไปชั้นสองนั้นจองห้องส่วนตัวห้องใดไว้เจ้าคะ แล้วผู้ใดเป็นคนจองหรือ”
“เจ้ารอประเดี๋ยว ข้าขอตรวจสอบดูก่อน…” ซ่งอวิ๋นเฟิงกล่าวพลางพลิกสมุดบันทึก “อืม หาเจอแล้ว นายน้อยจูเป็นผู้จอง ห้องงดงามเหนือปฐพี”
ไป๋เย่หานถามต่อ “แล้วห้องข้าง ๆ ยังมีห้องส่วนตัวว่างอยู่หรือไม่”
ซ่งชิงหลันมองออกถึงความตั้งใจของเขาทันที จึงกล่าวตอบ “ข้าง ๆ ห้องของพวกเขาเป็นห้องส่วนตัวของข้าพอดี ไปกันเถิด”
กล่าวจบ ทั้งสองก็เดินขึ้นชั้นสองพร้อมกัน
อู่เชียนเชียนมองอย่างงุนงง มองแผ่นหลังของทั้งสองคนเดินขึ้นชั้นสองไป อดไม่ได้ที่จะกล่าวพึมพำ “เมื่อครู่ยังทะเลาะกันอยู่เลย เหตุใดจึงเปลี่ยนเป็นเข้ากันได้ดีเพียงนี้”
ซ่งอวิ๋นเฟิงเองก็ไม่เข้าใจ “นั่นน่ะสิ ถูกต้องเลย!”
ทันทีที่ทั้งสองคนเข้าไปในห้องส่วนตัว ซ่งชิงหลันก็หยิบเอาท่อไม้ไผ่ที่เหมือนจะเป็นหูฟังออกมาอันหนึ่ง ยื่นให้ตรงหน้าไป๋เย่หาน
ไป๋เย่หานผงะไป เลิกคิ้วแล้วกล่าว “คิดไม่ถึงว่าพระชายาจะมีนิสัยชอบแอบฟังเช่นนี้”
ซ่งชิงหลันกลอกตามองเขา แล้วกล่าว “นี่เรียกว่าเตรียมพร้อมต่างหาก ท่านดูสิ ตอนนี้ก็มีเหตุให้ได้ใช้แล้วไม่ใช่หรือ”