ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 250 เจ้าชอบรสอะไร
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 250 เจ้าชอบรสอะไร
บทที่ 250 เจ้าชอบรสอะไร
เรียกให้เขานำหูฟังติดไว้กับกำแพงแล้วตั้งใจฟัง
มีเสียงทุ้ม ๆ เสียงหนึ่งดังมาจากประตูถัดไป “นี่คือแผนผังค่ายทหารฝั่งตะวันตกที่พวกเจ้าต้องการ นายท่านบอกว่า คืนนี้พวกเจ้าลงมือได้เลย หากทำเรื่องนี้สำเร็จ พวกเจ้าจะได้รับผลตอบแทนอย่างงาม”
“ฮ่า ๆ ข้อตกลง เราทุกคนก็ล้วนมีสิ่งที่ต้องการ พวกเจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวสูงส่งเพียงนั้นหรอก ต่อให้ไม่มีแผนผังของพวกเจ้าชิ้นนี้ พวกข้าเองก็ซุ่มโจมตีได้เช่นกัน!”
เสียงทุ้มต่ำนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง “พวกเจ้าอย่าเพ้อฝันไปหน่อยเลย กองกำลังของซ่งชิงหนานผู้นั้นไม่ใช่ที่ที่พวกเจ้าอยากเข้าก็จะเข้าไปได้ อีกอย่าง ข้าขอแนะนำพวกเจ้าอย่างหนึ่ง ห้ามหลงระเริงเด็ดขาด ซ่งชิงหนานผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะประมาทได้”
“เฮอะ! พวกเจ้าเมืองหลวงนี่ช่างกระทำการได้มากเรื่องเสียจริง! ไม่ตรงไปตรงมาเลยแม้แต่นิด! เอาเถิด ข้ารู้แล้ว!”
ขณะเดียวกันกับที่พูดคุย ก็มีเสียงตบโต๊ะดังขึ้น
เสียงทุ้มต่ำนั้นยังคงไม่แข็งกร้าวและไม่ถ่อมตัว กล่าวตอบ “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ผู้อื่นจะได้ไม่ต้องสงสัย พวกเจ้ากินอาหารเหล่านี้เสร็จแล้วค่อยไปเถิด”
ต่อจากนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดประตูและปิดประตู
เหล่าชาวซีหลิงที่ยังคงอยู่ในห้องส่วนตัวก็หัวเราะออกมา กล่าวอย่างเย้ยหยัน “พวกคนในเมืองหลวงเหล่านี้ล้วนเป็นพวกขี้ขลาด ยากนักที่จะหาคนเก่งกาจ แต่ทว่าอาหารของเมืองหลวงเหล่านี้ช่างอร่อยเสียจริง!”
“อืม! ไม่เลว! พวกเรากินอาหารเหล่านี้ให้หมดเถิด”
……
ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานสบตากัน และเอาอุปกรณ์ช่วยฟังออก
ไป๋เย่หานเดินมาข้างหน้าต่าง ดันหน้าต่างให้เปิดออกแล้วซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง มองร่างนั้นที่อยู่ด้านล่างหายลับไปในฝูงคนอย่างรวดเร็ว
ซ่งชิงหลันรีบเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรบ้าง ท่านดูออกหรือไม่ว่าเป็นผู้ใด”
ไป๋เย่หานพยักหน้า พลางขมวดคิ้ว พร้อมกล่าว “อืม เขาเป็นคนสนิทของลี่อ๋อง”
“ลี่อ๋องอย่างนั้นหรือ” ซ่งชิงหลันตกตะลึง “เขาไปสมรู้ร่วมคิดกับคนจากอาณาจักรซีหลิงได้อย่างไร”
ถึงแม้นางจะไม่สนใจในเรื่องราชสำนัก แต่ว่าในภัตตาคารอวิ๋นหลายแห่งนี้ก็เป็นแหล่งข่าวลือมากมาย ต่อให้นางไม่อยากรู้ แต่เรื่องการต่อสู้แย่งชิงการสืบทอดบัลลังก์ระหว่างลี่อ๋องและหานอ๋องนั้น นางก็พอได้ยินมาบ้างไม่มากก็น้อย
ไป๋เย่หานมีสีหน้าจริงจัง “เรื่องนี้คงไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น”
ถึงแม้เขาจะไม่ได้พูดคุยกับองค์รัชทายาทพระองค์นี้นัก แต่ก็รู้ว่าเขาเป็นคนเล่ห์เหลี่ยมยากจะคาดเดา แผนสูงล้ำลึก และมีความกระหายต้องการสืบทอดบัลลังก์
ในตอนนี้ ห้องงดงามเหนือปฐพีข้าง ๆ มีเสียงเปิดประตูดังขึ้น เหล่าชาวซีหลิงสองสามคนนั้นกินดื่มจนอิ่มหนำและกำลังจะออกไป
ซ่งชิงหลันรีบดึงมือของไป๋เย่หานเอาไว้อย่างเป็นกังวล “กองกำลังตะวันตกที่พวกเขาเพิ่งกล่าวถึง ก็คือกองกำลังที่ชิงหนานเป็นผู้รับผิดชอบ เขามีอันตราย!”
ไป๋เย่หานพลิกมือใช้ฝ่ามือใหญ่กุมมือเล็กของนางเอาไว้ ส่งสายตาให้นางวางใจ กล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน “วางใจเถิด มีข้าอยู่ทั้งคน ข้าจะต้องไม่ปล่อยให้ชิงหนานเป็นอันใดไปแน่ ข้าจะไปกองกำลังตะวันตกเสียประเดี๋ยวนี้”
“ข้าไปด้วย!” ซ่งชิงหลันโพล่งออกมา
และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในใจนางจึงไม่สบายใจแม้แต่น้อย นางเป็นห่วงซ่งชิงหนานมาก แต่ดูเหมือนว่า…นางก็เป็นห่วงไป๋เย่หานมากเช่นกัน
ซึ่งไป๋เย่หานก็มองความคิดของนางออก เขายิ้มออกมาอย่างยินดี “ถ้าหากเจ้าไป จะทำให้ข้าไม่มีสมาธิ วางใจเถิด ข้าจะไม่เป็นอันใด”
“ผู้ใดเป็นห่วงท่านกัน!” ซ่งชิงหลันเม้มปาก “ข้าก็เพียงเป็นห่วงชิงหนานของข้าเท่านั้น”
ไป๋เย่หานกอดนางเบา ๆ วางคางเอาไว้บนหัวของนาง กล่าวเสียงเบา “ข้าได้ยินแม่นางอู่บอกว่า เจ้ากำลังเตรียมเริ่มกิจการขายบ๊ะจ่าง อย่างนั้นเจ้าทำเรื่องที่เจ้าต้องการทำที่นี่อย่างวางใจเถิด แล้วรอให้ข้ากลับมาก็พอ”
กล่าวจบ เขาก็ปล่อยนางอย่างไม่เต็มใจนัก จากนั้นก็หันหลังเดินไปทางประตู
“ไป๋เย่หาน!” ซ่งชิงหลันเรียกเขาเอาไว้
ไป๋เย่หานหันหลังกลับมา “หืม”
ซ่งชิงหลันใช้มือจับกระโปรงข้างกายอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เอ่ยถามเบา ๆ “คือว่า…เจ้าชอบบ๊ะจ่างรสใดหรือ”
แววตาของไป๋เย่หานฉายแววเหมือนตอนที่เขาหยอกล้อนางเป็นประจำ และยกยิ้ม “รสหวาน”
กล่าวจบเขาก็หันหลังจากไป
ซ่งชิงหลันมองร่างที่กำลังไกลออกไปเรื่อย ๆ ก็อดโค้งมุมปากขึ้นมาไม่ได้
ไป๋เย่หานพาหานเฟยเร่งรุดมายังกองกำลังฝั่งตะวันตก
ซึ่งซ่งชิงหนานกำลังฝึกทหารใหม่ที่ลานฝึกซ้อม เมื่อได้รับข่าวว่าไป๋เย่หานมาถึงกองทัพ ก็รีบกลับไปยังกระโจมหลักของแม่ทัพโดยพลัน
เพียงเปิดม่านออก เขาก็เห็นไป๋เย่หานนั่งอยู่ในกระโจมแล้ว และกำลังมองแผนผังของกองกำลังฝั่งตะวันตกทั้งหมด
ซ่งชิงหนานจึงเอ่ยปากถามอย่างสงสัย “ท่านอ๋อง ท่านมาได้อย่างไรขอรับ”
เขาจะเรียกอีกฝ่ายว่าพี่เขยเมื่ออยู่กันอย่างเป็นส่วนตัวเท่านั้น
ไป๋เย่หานเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง สีหน้าจริงจัง กวักมือเรียกซ่งชิงหนาน กล่าวด้วยเสียงทุ้ม “ชิงหนาน เจ้ามานี่ ข้ามีเรื่องต้องหารือกับเจ้า…”
จากนั้นไป๋เย่หานก็นำเรื่องที่ชาวซีหลิงจะซุ่มโจมตีในคืนนี้ให้ฟังอย่างละเอียด
ขณะเดียวกัน ทั้งสองคนก็ตกลงเรื่องกลยุทธ์การรับมืออย่างรวดเร็ว
ในเมื่อไอ้พวกชาวซีหลิงนั้นต้องการซุ่มโจมตี เช่นนั้นพวกเขาก็จะใช้แผนของพวกมันเอาชนะ ไม่ให้หนีรอดไปได้
ซ่งชิงหนานพยักหน้า “ดีขอรับ ข้าจะส่งคนไปจัดการตามแผนทันที”
ไป๋เย่หานมองหานเฟยแวบหนึ่ง “หานเฟย เจ้าไปช่วยเขาเสียหน่อย”
กล่าวจบ เขาก็มองซ่งชิงหลานอีกครั้ง “พวกเรายังต้องฉวยโอกาสนี้จับหนอนบ่อนไส้ด้วย”
ซ่งชิงหนานเองก็พยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ถูกต้อง! ท่านอ๋อง เป็นข้าเองที่ละเลยหน้าที่!”
กองทัพเป็นพื้นที่อ่อนไหว แผนผังนั้นจะต้องเป็นความลับมากที่สุด คนธรรมดาไม่สามารถหามาได้ หากแต่คนของอ๋องลี่สามารถนำแผนผังไปให้คนจากอาณาจักรซีหลิง เช่นนั้นก็บอกได้เพียงว่าในกองกำลังนี้มีหนอนบ่อนไส้
ไป๋เย่หานลุกขึ้นเดินไปตรงหน้าเขา ตบบ่าของเขาเบา ๆ “เรื่องนี้เจ้าไม่ผิด หากผลประโยชน์มากมายอยู่ตรงหน้า คงไม่ใช่ทุกคนที่จะควบคุมความโลภเอาไว้ได้”
สีหน้าของซ่งชิงหนานเผยความเป็นกังวล “ท่านอ๋อง ดูท่าลี่อ๋องจะสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อจัดการท่านนะขอรับ”
ไป๋เย่หานหัวเราะเยาะ “เรื่องเล็กน้อยนี้ไม่ควรค่าให้กล่าวถึง”
กล่าวจบเขาก็มองซ่งชิงหนานแวบหนึ่ง “ส่วนเจ้า คืนนี้เจ้าไม่ต้องลงมือ ถ้าหากเจ้าบาดเจ็บแม้แต่ปลายผม พี่สาวของเจ้าจะไม่ไว้ชีวิตข้าแน่”
ซ่งชิงหนานผงะไป จากนั้นก็ยิ้มออกมา แล้วกล่าวติดตลก “ข้าก็คิดว่าเหตุใดท่านอ๋องจึงมาที่นี่ด้วยตนเอง ที่แท้ก็มาในฐานะพี่เขยนี่เอง”
ไป๋เย่หานมองเขาแวบหนึ่ง อารมณ์ดีอย่างมาก โบกมือแล้วกล่าว “เจ้าไปทำงานเสียก่อนเถิด”
“ขอรับ!” ซ่งชิงหนานเดินออกจากกระโจมพร้อมรอยยิ้ม
ดูท่า ความสัมพันธ์ของท่านอ๋องและท่านพี่ของเขาจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!
ในคืนนั้นเอง
ทั่วทั้งกองกำลังตะวันตกดูธรรมดาไร้สิ่งผิดปกติ แต่ภายใต้ความปกติที่แสดงออกมานั้นมีคลื่นใต้น้ำซัดสาดอยู่
ไป๋เย่หานและซ่งชิงหนานนั่งอยู่ในกระโจมจิบสุราอย่างสบายใจ
เมื่อถึงเที่ยงคืน ก็มีลมหนาวกรรโชกจนทำให้ผ้าม่านกระโจมปลิวไสว
ไป๋เย่หานหยิบจอกมาจิบสุรารสกลมกล่อม เลิกคิ้วมองซ่งชิงหนาน “ลมพัดแล้ว”
ซ่งชิงหนานเองก็จิบสุรา กล่าวด้วยรอยยิ้ม “คืนนี้ไม่ต้องนอนแล้ว”