ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 252 ใช้สายตกปลายาวเพื่อจับปลาใหญ่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 252 ใช้สายตกปลายาวเพื่อจับปลาใหญ่
บทที่ 252 ใช้สายตกปลายาวเพื่อจับปลาใหญ่
เช้าตรู่วันนี้ ทั่วทั้งภัตตาคารอวิ๋นหลายอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสดใหม่ของบ๊ะจ่าง
เมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย ซ่งชิงหลันก็ได้กำชับหลิวกุ้ยเสียไว้เป็นพิเศษว่า “ท่านอาสะใภ้เจ้าคะ อีกประเดี๋ยวตอนที่ยกอาหารไป ท่านบอกพ่อครัวไว้เสียหน่อย ว่าให้ยกบ๊ะจ่างที่รสชาติแตกต่างกันให้แต่ละโต๊ะ แล้วก็ให้ถามลูกค้าว่าชอบรสชาติแบบใด แล้วบันทึกเอาไว้ด้วยนะเจ้าคะ”
หลิวกุ้ยเสียผงะไปก่อนกล่าว “ชิงหลัน เจ้าหมายความว่าบ๊ะจ่างที่พวกเราทำกันมาอย่างยากลำบากเพียงเพื่อแจกให้คนในวันนี้อย่างนั้นหรือ”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างมีเลศนัย “ท่านอาสะใภ้ ท่านไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ เรากำลังใช้สายตกปลายาวเพื่อจับปลาตัวใหญ่ อีกอย่าง หากรู้ว่าทุกคนชอบรสชาติแบบใดแล้ว เราก็จะได้มีเป้าหมายในใจ รู้ว่าขายบ๊ะจ่างรสชาติใดจึงจะดี”
“อืม ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล เช่นนั้นข้าจะไปดำเนินการประเดี๋ยวนี้” หลิวกุ้ยเสียพยักหน้า จากนั้นก็ไปทำงาน
ซ่งชิงหลันเองก็ทำงานมาทั้งคืน จนตอนนี้นางเพลียไปทั้งร่าง
ซ่งอวิ๋นเฟิงที่เดินมาก็เอ่ยอย่างเป็นห่วง “หลันหลัน เมื่อคืนเจ้าไม่ได้นอน กลับไปนอนพักเสียเถิด ที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายนี้มีข้ากับอาสะใภ้เจ้าแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว แล้วกล่าวพึมพำเบา ๆ “เสี่ยวโต้วเอาบ๊ะจ่างไปส่งนี่เจ้าคะ แล้วเหตุใดตั้งนานแล้วยังไม่กลับอีก”
อีกทั้งนางยังไม่รู้เลยว่าเมื่อคืนนี้ทางด้านกองกำลังฝั่งตะวันตกเป็นเช่นไร ทั้งชิงหนานและไป๋เย่หาน นางก็ไม่รู้เลยว่าพวกเขาได้รับบาดเจ็บหรือไม่
ซ่งอวิ๋นเฟิงไม่รู้ถึงความกังวลของซ่งชิงหลัน คิดว่านางบ่นออกมาเฉย ๆ จึงได้กล่าวต่อ “กองกำลังฝั่งตะวันตกอยู่ไกลมาก นี่เขาทั้งไปและกลับ ก็คงจะใช้เวลาสักพักกว่าจะถึง”
ทันทีที่กล่าวจบ ร่างสูงโปร่งก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าประตูภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ซ่งชิงหลันหันหน้าไปมองราวกับมีญาณทิพย์ และนางก็เห็นไป๋เย่หานที่รีบกลับมาเสียจนดูเหน็ดเหนื่อย
ในที่สุดความกังวลในใจของหญิงสาวก็หายไปเปลาะหนึ่ง
นางวิ่งไปตรงหน้าเขาโดยไม่รู้ตัว ทั้งยังยกยิ้มอย่างโล่งอกโดยที่ตัวนางเองก็ไม่ทันสังเกตเห็น “ท่าน…ชิงหนาน ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
ดวงตาล้ำลึกของไป๋เย่หานไม่เคยละไปจากนางเลย เขาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าว “เขาไม่เป็นไร”
ซ่งชิงหลันถอนหายใจ หมุนกายกล่าวกับซ่งอวิ๋นเฟิงที่โต๊ะรับรอง “ท่านอาเล็ก เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนเจ้าค่ะ”
กล่าวจบก็ออกไปทันที
แต่ไป๋เย่หานตามไปในทันใด “พระชายา เจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของข้าจนไม่ได้นอนทั้งคืนเลยใช่หรือไม่”
“ท่านอย่าฝันไปนักเลย!” ซ่งชิงหลันกลอกตาใส่เขา “ข้าห่อบ๊ะจ่างทั้งคืนต่างหาก จะเอาใจที่ใดไปห่วงท่าน”
กล่าวจบ นางก็เร่งฝีเท้า
ไป๋เย่หานยิ้มบาง ๆ จากนั้นก็ก้าวเดินต่อไป หลังจากตามนางทันก็ยื่นมือไปกุมมือนางไว้
ซ่งชิงหลันตกใจ จากนั้นก็หันหน้ามองรอบ ๆ ถลึงตามองเขาแล้วกล่าวเสียงต่ำ “ไป๋เย่หาน! ท่านทำอันใด! รีบปล่อยมือนะ! ไม่เห็นหรือว่ามีคนมองตั้งมากมาย!”
ไป๋เย่หานยิ้มร้าย ยิ่งจับมือนางแน่นขึ้น แม้ซ่งชิงหลันจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่หลุด
จากนั้นเขาโน้มตัวเข้าใกล้หูของนาง แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มบางเบา “บ๊ะจ่างที่พระชายาห่อให้ข้าหวานเสียจริง ๆ”
ซ่งชิงหลันหน้าแดง “นั่น…ข้าไม่ได้ห่อ คือ…”
“หวงเสี่ยวโต้วบอกข้าแล้ว” ไม่รอให้นางกล่าวจบ ไป๋เย่หานก็เปิดโปงนางเสียก่อน
ซ่งชิงหลันกัดฟัน “หวงเสี่ยวโต้ว เจ้าปากโป้งนั่น!”
ไป๋เย่หานเห็นท่าทีของนางเช่นนี้ก็ยินดีขึ้นมาทันที “ดูท่า พระชายาจะเป็นห่วงข้ามาก”
“หากรู้แต่แรก ข้าคงวางยาใบ้ในบ๊ะจ่างให้ท่านเป็นใบ้ไปแล้ว!”
ทั้งสองคนถกเถียงพลางเดินกลับจวนแม่ทัพ
แต่ที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ ไม่ไกลนั้นมีร่างงดงามร่างหนึ่งมองเห็นภาพความใกล้ชิดสนิทสนมทั้งหมดของพวกเขา
เดิมทีหลิวหรูเยว่คิดจะไปร้านขายผ้าเพื่อซื้อผ้าคุณภาพดีมาทำถุงหอม แต่นางกลับได้เห็นภาพนี้อย่างไม่ตั้งใจ
ชิงเถาที่อยู่ข้างกายนั้นตกใจอย่างมาก นางดึงแขนของหลิวหรูเยว่ กล่าวอย่างประหลาดใจ “คุณหนู รีบดูสิเจ้าคะ! นั่นมัน…นั่นไม่ใช่หานอ๋องหรือเจ้าคะ แล้วหญิงสาวข้างกายเขา…ดูค่อนข้างสนิทสนมกันทีเดียวเจ้าค่ะ!”
หลิวหรูเยว่กล่าวเสียงต่ำ “ไป ตามไปดู”
ดวงตาของนางมองตามร่างงดงามข้างกายชายหนุ่มไปติด ๆ มือที่อยู่ข้างลำตัวลอบกำหมัดแน่น
จนกระทั่งเห็นใบหน้างดงามของหญิงผู้นั้น หลิวหรูเยว่ก็ต้องตกใจโดยพลัน “เป็นนางหรือ?!”
ชิงเถาเองก็จำได้ “นั่นมันแม่นางซ่งจากร้านเสื้อซิงเยว่นี่เจ้าคะ! นี่มันอันใดกัน แม่นางซ่งผู้นั้นเป็นแม่หม้ายลูกสองนะ! เหตุใดหานอ๋องจึงมาใกล้ชิดกับนางได้”
“พอแล้ว! ชิงเถา หุบปาก!” หลิวหรูเยว่ตะคอกนางด้วยความโกรธ
ตอนนี้นางงุนงงไปหมดจากเหตุการณ์ที่ได้เห็นตรงหน้า ในใจของนางไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้อยู่นาน
จากนั้นนางจึงนึกบางอย่างออก ทั้งสองครั้งที่พบกันที่ร้านเสื้อซิงเยว่ พวกเขาก็อยู่ด้วยกันเสมอ
หรือว่าพวกเขาชอบคอกันมาตั้งแต่แรกแล้ว
แต่ว่าเพราะเหตุใดกัน ท่านหานอ๋องที่เป็นวีรบุรุษทั้งยังสง่างามจึงไปตกหลุมรักหญิงผู้นั้น
ในใจหลิวหรูเยว่เต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ นางกล่าวเสียดสี “ว่ากันว่าหญิงแต่งงานแล้วล้วนขาดความยับยั้งชั่งใจ แม่นางซ่งผู้นี้ช่างเจ้าเล่ห์นัก ทำให้หานอ๋องที่เย็นชาราวน้ำแข็งสับสนได้ ช่างเก่งกาจเหลือเกิน!”
ชิงเถาเองก็สนับสนุนอยู่ข้าง ๆ “คุณหนูพูดถูกเจ้าค่ะ! ข้าว่าแม่นางซ่งผู้นี้ไม่ธรรมดา! เช่นนั้นเราทำอย่างไรดีเจ้าคะ ท่านเองก็อยากแต่งงานกับหานอ๋อง เป็นชายาของหานอ๋องมาโดยตลอดไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
หลิวหรูเยว่หัวเราะเยาะ แล้วกล่าว “ชิงเถา เจ้าคิดตื้น ๆ เกินไปแล้ว! การได้แต่งกับหานอ๋อง ใช่ว่าจะได้เป็นเพียงพระชายา โลกใบนี้ ต่อไปจะต้องอยู่ในมือของเขา ที่ข้าอยากเป็นมาตลอดนั้นไม่ใช่ตำแหน่งพระชายา แต่เป็นฮองเฮาต่างหาก!”
เพียงชิงเถาได้ฟังก็ยกนิ้วโป้งให้อย่างเห็นด้วย “คุณหนูฉลาดมากเจ้าค่ะ! หากว่ากันถึงเรื่องนี้ การได้เป็นมารดาของแผ่นดิน หญิงหม้ายผู้นั้นจะมาเทียบกับคุณหนูได้อย่างไร! คุณหนูเจ้าคะ เช่นนั้นเรากลับไปหารือกับนายท่าน ว่าจะจัดการแม่นางซ่งอย่างไรดีหรือไม่เจ้าคะ”
อย่างไรนายท่านของนางก็เป็นมหาเสนาบดี แม้แต่ฝ่าบาทก็ยังต้องการให้เขาช่วยแนะนำ แล้วการจะจัดการหญิงสาวเช่นนี้ก็ถือเป็นเรื่องง่ายไม่ใช่หรือ
หลิวหรูเยว่โบกมือแล้วกล่าว “เรื่องเล็กเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องให้ท่านพ่อออกโรงหรอก ไปกัน เรากลับไปที่จวนมหาเสนาบดี เปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสียหน่อย แล้วเข้าวัง”
ชิงเถาอ้าปากอย่างตกใจ “คุณหนูเจ้าคะ ท่านวางแผนจะไปหาพระสนมเฉินโดยตรงหรือเจ้าคะ”
หลิวหรูเยว่พยักหน้า “หานอ๋องถูกหญิงสาวมอมเมาอยู่ข้างนอก พระสนมเฉินในฐานะสนมก็ควรจะรู้เรื่องไม่ใช่หรือ”
ภาพลักษณ์ภายนอกของหลิวหรูเยว่นั้นเป็นหญิงสาวชั้นสูงที่มีการศึกษาและกิริยางดงามมาโดยตลอด ในการจัดการเรื่องเหล่านี้ นางย่อมไม่ลงมือเอง ให้คนอื่นจัดการเสียดีกว่า
ดังนั้นการยืมมีดมาฆ่าผู้อื่น จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
อีกอย่างนางเองก็มองออก พระสนมเฉินคอยดิ้นรนหาที่พึ่งพิงให้หานอ๋องอย่างลับ ๆ มาโดยตลอด จวนมหาเสนาบดีของพวกนางนั้นเป็นความช่วยเหลือที่มีอำนาจมากที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พระสนมเฉินให้ความสำคัญกับตนถึงเพียงนั้น
ในตอนนี้ถ้าหากมีสิ่งใดผิดพลาด พระสนมเฉินก็ย่อมลงมือจัดการด้วยตนเอง และนางเพียงแต่คอยดูความสนุกจากข้าง ๆ ก็เท่านั้น
ดังนั้น หลีหรูเยว่จึงกลับจวนแล้วเตรียมเข้าวัง