ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 253 เราสองคนหย่าขาดกันแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 253 เราสองคนหย่าขาดกันแล้ว
บทที่ 253 เราสองคนหย่าขาดกันแล้ว
เมื่อซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานทั้งสองคนกลับมาถึงจวนแม่ทัพ ก็ได้พบกับซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ที่กำลังจะออกจากบ้านไปสำนักศึกษาพอดี
เด็ก ๆ ทั้งสองคนที่เดิมทียังหมดอาลัยตายอยาก เมื่อเห็นพวกเขาก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันใด
ซ่งซิงเยว่กระโดดลงจากขั้นบันได โผเข้าสู่อ้อมกอดของไป๋เย่หานโดยพลัน แล้วกล่าวอย่างออดอ้อน “ท่านพ่อเจ้าคะ เหตุใดท่านจึงเดินจับมือกลับมาพร้อมท่านแม่ได้เล่า นี่พวกท่านดีกันแล้วหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันหน้าแดงพร้อมปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่ใช่”
แต่ไป๋เย่หานกลับกอดนางไว้ในอ้อมแขนด้วยสีหน้าเอาอกเอาใจ แล้วกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน “พ่อและแม่ไม่เคยมีปัญหากัน แล้วจะบอกว่าดีกันได้อย่างไร”
“อ้อ…ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองเจ้าค่ะ” ซ่งซิงเยว่พยักหน้าเข้าใจราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย
ซ่งชิงหลันที่ฟังอยู่ข้าง ๆ รู้สึกเพียงว่าปวดขมับอย่างแรง
นางยื่นมือออกไป ดึงซ่งซิงเยว่ลงมาจากร่างของไป๋เย่หาน “นี่ก็ได้เวลาแล้ว พวกเจ้ารีบไปสำนักศึกษาเถิด ประเดี๋ยวจะสายเอา แล้วอาจารย์เจ้าจะลงโทษให้พวกเจ้าคัดลอกตำราอีก”
“เยว่เยว่” ในตอนนี้ ซ่งซิงเฉินเองก็เดินหน้ามาแล้ว ดึงมือของซ่งซิงเยว่เอาไว้แล้วกล่าว “เมื่อคืนท่านแม่ห่อบ๊ะจ่างทั้งคืนจะต้องเหนื่อยเป็นแน่ ไหนจะท่านพ่อ เมื่อคืนก็จะต้องมีภารกิจต้องทำ เราอย่าไปรบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเขาเลย”
ซ่งซิงเยว่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ก็ได้”
จากนั้น เด็กทั้งสองคนก็เดินไปสำนักศึกษาด้วยกัน
หลังจากส่งเด็กทั้งสองคนจากไป ซ่งชิงหลันก็รู้สึกง่วงขึ้นมา นางหันหลังจะเดินเข้าจวนแม่ทัพไป
แต่ไป๋เย่หานกลับตามมาในทันที แล้วรั้งนางเอาไว้ “พระชายา รอข้าด้วย”
ซ่งชิงหลันกล่าวอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก “ไป๋เย่หาน ท่านจะทำอันใดอีก บ้านเจ้าอยู่ข้าง ๆ ไม่ใช่หรืออย่างไร!”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้ว “พระชายา แม้แต่เยว่เยว่ยังบอกว่าเราดีกันแล้วเลย เหตุใดเจ้ายังทำกับข้าเช่นนี้อีก”
“ไป๋เย่หาน เราหย่าขาดกันแล้วนะ!”
“เช่นนั้นก็แต่งงานกันอีกครั้งสิ!” ไป๋เย่หานกล่าวอย่างหนักแน่น
ซ่งชิงหลันตกใจกับท่าทางหนักแน่นจริงจังเช่นนั้น หัวใจดวงน้อย ๆ ของนางเต้นแรงขึ้นมา
เมื่อก่อน นางรู้สึกว่าใช้ชีวิตกับลูกสองคนไปตลอดก็ดีมากแล้ว
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านางจะต้องการชีวิตอีกแบบเสียแล้ว
ไป๋เย่หานเห็นว่านางรู้สึกหวั่นไหวก็กล่าวต่อ “หากเจ้าตอบรับ ข้าก็จะพาเจ้าเข้าวังไปทูลเสด็จพ่อและพระสนม แล้วเราสองคนมาแต่งงานกันอีกครั้งดีหรือไม่”
กล่าวจบเขาก็ยังมองนางอย่างมีความหวัง
ไป๋เย่หานอยากจะให้ทุกคนได้รู้ว่าซ่งชิงหลันผู้นี้เป็นพระชายาของตนแต่เพียงผู้เดียว
แต่เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนทั้งยังจริงใจของเขา ซ่งชิงหลันก็หวั่นไหวขึ้นมา
นางจำต้องยอมรับ ในช่วงเวลานี้ที่ได้อยู่ด้วยกัน ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของนาง
ก่อนหน้านี้ นางยังสามารถกล่าวอย่างหลอกตัวเองได้ว่าเจ้าของร่างผูกพันกับเขา แต่เมื่อคืนนี้นางเป็นกังวลเพราะชายตรงหน้าทั้งคืน ทำให้นางตระหนักได้ว่าตนนั้นเป็นห่วงเขาจริง ๆ
แต่ความเป็นห่วงเช่นนี้กลับทำให้นางหวาดกลัว
ซ่งชิงหลันกัดฟัน แล้วกล่าวเบา ๆ “ไป๋เย่หาน ท่านต้องการแต่งงานกับข้าจริง ๆ หรือว่าต้องการแต่งงานกับซ่งชิงหลัน”
ไป๋เย่หานผงะไป เขาไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงถามคำถามแปลก ๆ เช่นนี้
ความลังเลของเขาในตอนนี้ก็ทำให้ซ่งชิงหลันปวดใจเล็กน้อย
นางยิ้ม ซ่อนความผิดหวังในใจเอาไว้แล้วกล่าว “ข้าง่วงแล้ว ข้าจะกลับไปนอนที่ห้องก่อน ส่วนเรื่องที่ท่านเพิ่งกล่าวเมื่อครู่ ข้าจะเก็บไปคิดให้ดี”
กล่าวจบ นางก็หมุนตัวเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพ
เมื่อซ่งชิงหลันกลับมาถึงที่ห้อง ความง่วงนั้นมลายหายไปหมดแล้ว
นางถูก ‘คำขอแต่งงาน’ ของไป๋เย่หานทำให้สับสนเสียแล้ว ตอนนี้ในหัวของนางยุ่งเหยิงไปหมด
นางหยิบเอาภาพวาดของฉูซื่อโม่วออกมาอีกครั้ง มองไปยังภาพตระกูลที่กำลังเล่นว่าว ภาพที่อบอุ่นและมีความสุขเช่นนี้ ทำให้นางไม่สามารถละสายตาไปได้
นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ช่างเป็นตระกูลที่มีความสุขมากเสียจริง…”
……
ซ่งชิงหลันผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
แต่ในตอนนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกคนเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงโปร่งก็เขย่งเท้าเดินเข้ามาอย่างเงียบ ๆ
ถึงแม้ไป๋เย่หานจะไม่ได้นอนมาทั้งคืน แต่อย่างไรเขาก็นอนไม่หลับ สุดท้ายก็มาหานางโดยที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้
และเมื่อเห็นนางนอนหลับอย่างเงียบ ๆ เขาจึงสงบใจลงได้
ในตอนนี้เอง เขาจึงได้พบภาพที่อยู่ตรงข้างเตียง
เขาเดินไปหยิบมันขึ้นมา จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่านี้เป็นม้วนภาพที่ฉูซื่อโม่วมอบให้เขาในวันนั้น
หลังจากเห็นรายละเอียดในม้วนภาพอย่างชัดเจน ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก
นิ้วหยาบกร้านค่อย ๆ ลูบไปที่ภาพของซ่งชิงหลันที่มีใบหน้างดงามพร้อมลักยิ้มหวานราวดอกไม้ แววตางดงามของนางเปล่งประกายสดใส และกำลังมองตนด้วยสายตารักใคร่
ไป๋เย่หานค่อย ๆ ม้วนภาพกลับ มองซ่งชิงหลันที่กำลังหลับสนิท จากนั้นกล่าวอย่างแผ่วเบา “ดวงตาของเจ้าโกหกข้าไม่ได้ เมื่อก่อนเจ้าเป็นอย่างไร ตอนนี้เจ้าก็เป็นเช่นนั้น”
กล่าวจบ เขาก็ค่อย ๆ จูบลงที่หน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา แล้วก็จากไป
แม้ซ่งชิงหลันจะเห็นเพียงดวงตาแห่งความรักของตนในภาพวาด แต่นางกลับไม่สังเกตถึงดวงตาของไป๋เย่หานที่มองมาที่ตนอย่างอ่อนโยน
นางไม่รู้ว่าสายตาเช่นนั้น เขาไม่เคยมีให้นางมาก่อน
หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน บ๊ะจ่างของภัตตาคารอวิ๋นหลายก็กลายเป็นที่นิยมในเมืองหลวงทันที และทุกคนต่างพูดถึงเรื่องนี้
“นี่ วันนี้เจ้าไปสั่งบ๊ะจ่างที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายหรือยัง”
“ว่าอย่างไรนะ ภัตตาคารอวิ๋นหลายก็ขายบ๊ะจ่างหรือ ภัตตาคารอวิ๋นหลายเป็นร้านอาหารไม่ใช่หรือ อีกอย่าง เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างจะมาถึงแล้ว บ้านผู้ใดก็ล้วนห่อบ๊ะจ่างเอง เหตุใดต้องเสียเงินมากมายไปซื้อด้วยเล่า”
“ฮ่า ๆ ฟังเจ้าพูดเช่นนี้ รู้เลยว่าเจ้าจะต้องยังไม่เคยกินบ๊ะจ่างของภัตตาคารอวิ๋นหลายเป็นแน่”
“หากยังไม่ได้กินบ๊ะจ่างของภัตตาคารอวิ๋นหลาย เช่นนั้นจะเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งในชีวิตเลย!”
“บ๊ะจ่างของภัตตาคารอวิ๋นหลายยอดเยี่ยมอย่างที่พวกเจ้ากล่าวจริง ๆ หรือ”
“แน่นอนอยู่แล้ว บ๊ะจ่างของภัตตาคารอวิ๋นหลายมีรสชาติหลากหลาย และสามารถเลือกได้! ที่ข้าชอบที่สุดก็คือบ๊ะจ่างถั่วแดงพุทราเชื่อม กินแล้วทั้งหอมหวานและนุ่ม หากกินแล้วรสชาติก็ยังติดอยู่ในปาก!”
“ส่วนข้าชอบกินบ๊ะจ่างเนื้อสดมากกว่า ทั้งถั่วเขียวนุ่ม ๆ ในบ๊ะจ่างเข้ากับข้าวเหนียวที่เหนียวหนึบอย่างมาก สัมผัสของมันสุดยอดไปเลย!”
“ส่วนข้าชอบกินบ๊ะจ่างเนื้อไก่และเกาลัด รสชาติมีเอกลักษณ์มากจริง ๆ!”
“ข้าว่าบ๊ะจ่างแปดสมบัติก็ไม่เลวเลย!”
“ข้าว่านะ ที่พิเศษที่สุดก็คือบ๊ะจ่างน้ำขี้เถ้า ทั้งสีสันความมันวาว ดูแล้วทั้งเหลืองใสมาก เมื่อชุบกินกับน้ำตาลขาวหรือน้ำเชื่อม ช่างหวานสดชื่นจริง ๆ!”
“แม่นางซ่งผู้นี้เก่งกาจเกินไปแล้ว เหตุใดจึงคิดทำบ๊ะจ่างเช่นนี้ออกมาได้นะ ได้ฟังพวกเจ้ากล่าวแล้ว ข้าก็อยากจะชิมขึ้นมาเลย!”
“เจ้ายังอยากชิมอีกหรือ วันพรุ่งก็เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างแล้ว วันนี้ทุกคนก็แย่งกันสั่งบ๊ะจ่างหมดไปแล้วกระมัง! นี่ถ้าหากช้าไป ก็คงเหลือไม่ถึงเจ้าหรอก!”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปประเดี๋ยวนี้! ไปประเดี๋ยวนี้!”
“ข้าไปด้วย…”
“ข้าไปด้วย…”
ทันใดนั้น ทั้งภัตตาคารอวิ๋นหลายก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน และทั้งหมดก็ล้วนมาเพื่อสั่งบ๊ะจ่าง
อู่เชียนเชียนมองความยิ่งใหญ่ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้ซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลันเจ้าคะ ท่านเก่งกาจเกินไปแล้ว!”