ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 255 ท่านแม่ รีบตื่นสิ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 255 ท่านแม่ รีบตื่นสิ
บทที่ 255 ท่านแม่ รีบตื่นสิ
วันต่อมา
แม้เพิ่งจะรุ่งสาง ซ่งชิงหลันก็ถูกเสียงเคาะประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่าปลุกจนตื่น
เดิมทีเมื่อคืนนี้นางไม่ได้หลับสนิทนัก ตอนนี้ถูกปลุกจนตื่นจึงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
แต่ในตอนนั้นเอง ด้านนอกก็มีเสียงเด็กดังมาอย่างกระวนกระวาย “ท่านแม่! ท่านแม่เจ้าคะ! ท่านรีบตื่นเร็วเจ้าค่ะ”
“โอ๊ย…” ซ่งชิงหลันถอนหายใจอย่างหนัก จากนั้นก็ลงจากเตียง
ช่วยไม่ได้ ผู้ใดใช้ให้เป็นลูกของตนเล่า
เพียงซ่งชิงหลันเปิดประตู ซ่งซิงเยว่และซ่งซิงเฉินทั้งสองคนก็พุ่งเข้าใส่
ซ่งซิงเยว่มุ่ยปาก และเอ่ยถาม “ท่านแม่เจ้าคะ เหตุใดท่านจึงต้องลงกลอนประตูด้วย”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน นางไม่สามารถบอกความจริงกับเด็กทั้งสองได้ นี่นางกำลังป้องกันตัวจากบิดาแท้ ๆ ของพวกเขาอยู่อย่างไรเล่า
แต่แล้วนางก็เปลี่ยนประเด็น “พวกเจ้ามาทำอันใดแต่เช้ากัน”
ซ่งซิงเฉินขมวดคิ้วมุ่น “ท่านแม่ขอรับ ท่านลืมแล้วหรือ วันนี้คือวันไหว้บ๊ะจ่าง เมื่อคืนพวกเราคุยกันแล้วว่าวันนี้จะไปดูแข่งเรือมังกรด้วยกัน”
“จริงสิ! ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็ดันเด็กทั้งสองคนออกไปนอกประตู “พวกเจ้ารออยู่ด้านนอกเสียก่อน แม่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าเสียหน่อย”
ซ่งซิงเยว่พึมพำ “ท่านแม่ รีบเสียทีขอรับ อีกประเดี๋ยวพวกท่านลุงและคนอื่น ๆ จะไม่รอเรา”
“เจ้าวางใจเถิด พวกท่านลุงของเจ้าจะต้องรอเราไปพร้อมกันเป็นแน่”
หลังจากตระกูลซ่งกินอาหารเช้าด้วยกันเสร็จ ทั้งตระกูลก็ออกจากบ้านไปยังแม่น้ำเซียวเหอด้วยกัน
เมื่อรถม้าเดินทางไปได้ครึ่งหนึ่ง ซ่งซิงเยว่ก็ส่งเสียง “ไอ้หยา!” ออกมา
ซ่งชิงหลันรีบถามอย่างเป็นกังวล “เยว่เยว่ มีอันใดหรือ ไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
นางในตอนนี้ถูกบดบังด้วยคำสาปของเด็กทั้งสองคนที่มักจะป่วยทุกเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างเสียแล้ว
หากแต่ซ่งซิงเยว่ส่ายหน้า แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าใจ “ข้าลืมเรียกท่านพ่อมาด้วยเจ้าค่ะ เขาจะโกรธหรือไม่เจ้าคะ”
ที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องนี้ ซ่งชิงหลันถอนหายใจโล่งอกทันที
ขณะเดียวกันก็แอบดีใจ โชคดีที่ไม่ได้เรียกไป๋เย่หานมาด้วย เพราะตอนนี้นางไม่รู้ว่าจะสู้หน้าเขาอย่างไร
ซ่งชิงซีที่อยู่ในรถคันเดียวกันเห็นท่าทางน่าสงสารของนาง ก็รีบเอ่ยปลอบใจ “เยว่เยว่ เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล ท่านผู้ว่าจะต้องส่งตั๋วที่นั่งตรงจุดสังเกตการณ์ให้ท่านพ่อเจ้าแน่ ไว้พวกเราไปถึงที่นั่นก่อน ถึงตอนนั้นค่อยไปหาเขาก็คงไม่ต่างกัน”
เมื่อซ่งซิงเยว่ได้ยินเช่นนี้ ก็ร่าเริงกลับมาอีกครั้ง
แต่กับซ่งชิงหลันนั้น นางรู้สึกเพียงว่าปวดขมับอย่างมาก
พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็มาถึงริมแม่น้ำเซียวเหอ
แม่น้ำเซียวเหอเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แม่น้ำที่นี่ไหลเอื่อย กว้างใหญ่ แต่มีบางสายที่คดเคี้ยวและอันตราย เหมาะจะทำเป็นสนามแข่งขันเรือมังกรเป็นที่สุด
ทุกปีเมื่อถึงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างในเดือนห้าวันที่ห้า การแข่งขันเรือมังกรของเมืองหลวงนั้นถือเป็นการแข่งขันอันทรงเกียรติ ถึงมีคนมากมายมาชื่นชม และมาดูการแข่งขันที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้
และตั๋วรับชมที่ฉูซื่อโม่วให้พวกเขามา เป็นมุมที่ดีที่สุดจริง ๆ
เมื่อซ่งชิงหลันมาถึงจุดรับชม อู่เชียนเชียนและฉูซื่อโม่วก็มาถึงกันแล้ว
อู่เชียนเชียนโบกมือให้นางอย่างตื่นเต้น “ท่านพี่ชิงหลัน เหตุใดพวกท่านจึงมาช้านักเล่าเจ้าคะ! การแข่งขันเรือมังกรใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วนะ”
“ท่านน้าเชียนเชียน ท่านแม่ที่ขี้เซาเจ้าค่ะ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงออกจากบ้านกันตั้งนานแล้ว” ซ่งซิงเยว่วิ่งไปกอดขาอู่เชียนเชียนไว้ จากนั้นก็เริ่มแฉมารดาของตน
อู่เชียนเชียนบีบแก้มกลม ๆ ของนาง และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เยว่เยว่ของเราเชื่อฟังที่สุดเลย นอนเร็วตื่นเช้า สุขภาพแข็งแรง”
กล่าวจบ นางก็มองซ่งชิงหลันแวบหนึ่งอย่างเป็นห่วง และกล่าวเบา ๆ “พี่ชิงหลัน เมื่อคืนท่านนอนไม่หลับอีกแล้วหรือเจ้าคะ เฮ้อ จริงสิ ท่านอ๋องเล่า”
ซ่งชิงหลันกลอกตามองนาง “เหตุใดเจ้าต้องเอาแต่ถามเขากับข้าด้วย”
“ก็ได้ ๆ ๆ ข้าไม่พูดถึงท่านอ๋องแล้ว พูดถึงคนอื่นเป็นใช้ได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่านางคิดจะทำอันใดอีก “ผู้ใดกัน”
อู่เชียนเชียนบุ้ยปาก ซุ่งชิงหลันหันหน้ากลับไปมองตามสายตาของนาง ก็เห็นอู่ต้าหย่งที่สวมใส่ชุดสีขาว
ซ่งชิงหลันผงะไป และกล่าวกับอู่เชียนเชียนเสียงต่ำ “เชียนเชียน นี่เจ้า…”
“ข้าเปล่านะ!” อู่เชียนเชียนรีบบอกปัด
ในตอนนั้นเอง ซ่งชิงตงจากอีกด้านหนึ่งก็เดินไปข้างหน้า “ท่านพี่อู่ มาแล้วหรือขอรับ”
นี่มันสถานการณ์อันใดกัน ซ่งชิงหลันยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่
หลี่ซิ่วซิ่วเข้ามาใกล้เล็กน้อย อธิบายเบา ๆ “วันนั้นที่แต่งงาน ท่านพี่อู่บอกว่าเขาไม่ได้มาดูการแข่งเรือมังกรนานแล้ว พี่ชิงตงจึงจดจำเอาไว้ในใจ เมื่อได้รับตั๋วก็ให้คนนำไปส่งให้ท่านพี่อู่เจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางก็มองซ่งชิงหลันอย่างมีหวั่น ๆ เพราะเกรงว่านางจะไม่พอใจ
……
ที่จวนหานอ๋อง
วันนี้ไป๋เย่หานตื่นแต่เช้า และรออยู่นานก็ไม่เห็นซ่งซิงเฉินมาฝึกฝน
เขาเป็นกังวลใจ เดินเข้าจวนแม่ทัพผ่านประตูโค้งของกำแพง จากนั้นก็พบว่าทั่วทั้งจวนแม่ทัพนั้นว่างเปล่า
เขาตะลึงไปทันใด นี่มันเกิดอันใดขึ้น
ในตอนนั้นเอง พ่อบ้านหวังเดินมาพอดี ไป๋เย่หานเรียกเขาเอาไว้ทันทีแล้วเอ่ยถาม “คนในจวนเล่า ไปที่ใดกันหมดแล้วหรือ”
พ่อบ้านหวังมองเขาอย่างตกตะลึงเล็กน้อย กล่าวตอบ “ท่านอ๋อง ท่านไม่รู้หรือขอรับ วันนี้มีการแข่งขันเรือมังกรของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง พวกคุณหนูใหญ่ไปที่แม่น้ำเซียวเหอดูเรือมังกรกันตั้งแต่เช้าตรู่แล้วขอรับ”
“ว่าอย่างไรนะ” ไป๋เย่หานขมวดคิ้ว ทันใดนั้นก็หมุนตัวกลับจวนหานอ๋อง
เขาจับหานเฟยเอาไว้แล้วเอ่ยถาม “ตั๋วชมการแข่งที่ผู้ว่าการเหวยส่งมาให้เมื่อวานเล่า”
หานเฟยกะพริบตาอย่างสงสัย “ท่านอ๋อง ท่านบอกว่าการแข่งขันเรือมังกรไม่มีอันใดน่าดูไม่ใช่หรือขอรับ”
“ตั๋วอยู่ที่ใด” ไป๋เย่หานกัดฟันถามเสียงเย็น
“อยู่…อยู่นี่ขอรับ!” หานเฟยตกใจกับความกดดันนี้ จึงรีบหยิบเอาตั๋วแผ่นหนึ่งออกมาจากอกแล้วยื่นไปตรงหน้าเขา
หลังจากไป๋เย่หานรับไป เขาก็หันหลังออกจากจวนหานอ๋องทันที และมุ่งหน้าสู่แม่น้ำเซียวเหอ
ในตอนนั้นการแข่งขันเรือมังกรรอบแรกเริ่มขึ้น
เสียงฆ้องดังขึ้น ทั่วทั้งแม่น้ำมีเสียงฆ้องและกลองดังสนั่น ๆ ครึกครื้นขึ้นมา
คนที่ดูการแข่งขันอยู่รอบ ๆ ก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตะโกนให้กำลังใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง
การแข่งขันเพิ่งจะดำเนินไปเพียงหนึ่งในสาม เรือมังกรสีขาวเงินลำหนึ่งนำหน้าไป ปล่อยให้เรือมังกรลำอื่น ๆ รั้งท้ายอยู่ห่างไกล
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะอยากรู้เกี่ยวกับกลุ่มที่โดดเด่นนี้ ส่วนอู่เชียนเชียนจับมือของซ่งชิงหลันอย่างตื่นเต้น กล่าวอย่างระทึกใจ “พี่ชิงหลัน! ดูสิเจ้าคะ! ดูเร็วเข้า! คนที่ตีกลองบนเรือมังกรสีขาวลำนั้นคือชิงเป่ยไม่ใช่หรือ”
ซ่งชิงหลันหรี่ตามองเล็กน้อย แล้วก็พบว่าเป็นซ่งชิงเป่ยจริง ๆ
เพียงเด็ก ๆ อย่างซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ทั้งสองคนมองเห็นซ่งชิงเป่ย ก็ตะโกนออกมาเสียงดังในทันที “ท่านน้าเล็ก! สู้ ๆ! สู้ ๆ! ท่านน้าเล็ก!”
ฉูซื่อโม่วยิ้มออกมา “ไม่แปลกเลยที่หลายวันมานี้ไม่เห็นหน้าเห็นตาชิงเป่ย ที่แท้เขาก็มายุ่งอยู่กับการแข่งขันนี่เอง”
ซ่งชิงหลันเองก็มองไปยังซ่งชิงตง แล้วเอ่ยถาม “ชิงตง เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่”
“ไม่รู้อยู่แล้วขอรับ!”
ซ่งชิงหย่วนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เขานี่นะ ตอนนี้กลายเป็นเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง [1]*ไปเสียแล้ว คิดจะทำสิ่งใดก็ได้”
*[1] เทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง หมายถึง ผู้ที่ชอบทำตัวลึกลับ ไม่เปิดเผย