ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 263 แต่งงาน!
บทที่ 263 แต่งงาน!
ในคืนนั้น อู่เชียนเชียนและฉูซื่อโม่วมากินข้าวที่จวนแม่ทัพ พร้อมบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะประกาศ
ซ่งชิงตงและหลี่ซิ่วซิ่วเองก็มาจากบ้านที่ถนนเสียงเหอ
ส่วนไป๋เย่หานเองปรากฏตัวที่โต๊ะกินข้าว โดยไม่มีผู้ใดเชิญเช่นเดิม
ซ่งชิงหลันและเขาต่างไม่ได้พูดถึงเรื่องเมื่อกลางวัน ตระกูลซ่งคนอื่น ๆ จึงไม่รู้ว่าพระสนมเฉินมาที่จวนอ๋องนี้
เมื่ออู่เชียนเชียนเห็นว่าทุกคนมากันแล้ว อาหารก็ยกขึ้นโต๊ะแล้ว นางจึงเริ่มเอ่ยปาก “ที่ข้ากับซื่อโม่วมาในวันนี้ เพื่อจะบอกทุกคนว่าพวกเราจะกลับไปที่หลี่โจวเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงตงรีบมองฉูซื่อโม่วอย่างเป็นกังวล แล้วเอ่ยถาม “เหตุใดเจ้าจึงกลับไปกะทันหันนัก ที่บ้านเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ”
ฉูซื่อโม่วยิ้มอย่างเขินอาย “ไม่ใช่ขอรับ มันเป็นเพราะเรื่องแต่งงานของข้าและเชียนเชียนต่างหาก เดิมทีพ่อข้าตั้งใจจะมาที่เมืองหลวงเพื่อเยี่ยมเยือนท่านพ่ออู่ด้วยตัวเอง แต่ว่า…”
กล่าวจบ เขาก็มองอู่เชียนเชียนที่อยู่ข้างกาย
อู่เชียนเชียนยิ้มพลางกล่าวต่อ “เป็นเพราะพ่อข้า พวกท่านเองก็รู้ เขารักการวาดภาพดั่งชีวิตจิตใจ เพียงได้ยินว่าท่านพ่อฉู่จะมา จึงได้เสนอเองว่าจะไปที่หลี่โจวเองเสียดีกว่า เขาอยากจะไปดูภาพวาดที่บ้านฉู่จนแทบคลั่งแล้ว”
ซ่งชิงหลันฟังจบก็ยกยิ้มแล้วกล่าวติดตลก “พ่อเจ้าให้บุตรสาวออกเรือนไปช่างคุ้มค่าเสียจริง จริงสิ พวกเจ้าจะเดินทางเมื่อใดหรือ”
“เช้าวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ”
“อ้าว พอดีเลย” ซ่งชิงตงรีบกล่าว “พรุ่งนี้ข้ามีเรือสินค้าจะไปหลี่โจว พวกเจ้านั่งเรือของพวกข้ากลับไปได้นะ”
“เช่นนั้นเราก็มาชนแก้วกัน!” ซ่งชิงเป่ยถือจอกสุราแล้วยืนขึ้น กล่าวปลุกใจ “ขอให้พวกเจ้าเดินทางโดยสวัสดิภาพ! ได้แต่งงานกันโดยเร็ว!”
กล่าวจบ ทุกคนก็ดื่มพร้อมกัน
แต่แล้วอู่เชียนเชียนลอบโน้มตัวใกล้หูซ่งชิงหลัน และกล่าวเสียงแผ่วเบา “ท่านพี่ชิงหลัน หวังว่าหลังจากพวกข้ากลับมา จะได้รับข่าวดีจากท่านและท่านอ๋องนะเจ้าคะ”
กล่าวจบ นางก็ขยิบตาให้ซ่งชิงหลัน จากนั้นก็หันมองไป๋เย่หาน
ซ่งชิงหลันหน้าแดงเล็กน้อย ถลึงตามองนางแล้วกล่าวตอบ “เจ้าดูแลตัวเองก่อนเถิด”
……
เที่ยงวันนี้ ซ่งชิงหลันและหลี่ซิ่วซิ่วล้วนกินข้าวอยู่ที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวฟาง พนักงานของร้านเสื้อชิงเยว่ก็รีบร้อนวิ่งมา “ท่านพี่ชิงหลัน ที่ร้านมีผู้อาวุโสคู่หนึ่งมาจากหมู่บ้านชิงสุ่ย มาหาท่านโดยเฉพาะขอรับ”
“หมู่บ้านชิงสุ่ยอย่างนั้นหรือ” หลิวกุ้ยเสียเงยหน้าขึ้นจากชามข้าว “หมู่บ้านชิงสุ่ยอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปมากทีเดียว มาถึงที่นี่ต้องใช้เวลากว่าค่อนวัน พวกเขายังไม่ได้กินข้าวกระมัง”
ซ่งชิงหลันรีบร้อนยืนขึ้น หันไปสั่งหวงเสี่ยวโต้ว “เสี่ยวโต้ว เจ้าไปที่ห้องครัวห่ออาหารมื้อเบา ๆ มาเสียหน่อย ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ในเมื่อพวกเขารีบร้อนมาแต่ไกล ก็ไม่ควรให้เขารอนาน
หลี่ซิ่วซิ่วเองก็วางชามข้าวลงแล้วยืนขึ้น “ข้ากลับไปพร้อมพวกท่านเลยแล้วกัน”
จากนั้นทั้งสามคนก็กลับไปยังร้านเสื้อชิงเยว่ด้วยกัน
เหอไห่หลิงและเหวยหมิ่นจือได้เชิญผู้อาวุโสทั้งสองท่านไปนั่งในห้องส่วนตัวแล้ว ขณะที่คุยกันอยู่ก็เห็นพวกซ่งชิงหลันกลับมาพอดี
เหอไห่หลิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พูดถึงก็มาพอดีเลย ท่านตาซุน ท่านยายถาน ดูสิเจ้าคะ หลันหลันมาแล้ว”
ผู้อาวุโสทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้น ก็เห็นหญิงสาวชุดดำเดินเข้ามา ใบหน้าของนางงดงาม หว่างคิ้วเผยให้เห็นรอยยิ้ม ดวงตากลมโตใสคู่นั้นที่ฉายให้เห็นถึงความฉลาดเฉลียว รัศมีทั่วทั้งร่างเพียงมองก็รู้ได้ถึงความโดดเด่น
ซ่งชิงหลันเดินไปข้างหน้า ส่งสายตาให้หลี่ซิ่วซิ่วจัดแจงอาหารที่นำมาจากภัตตาคารอวิ๋นหลายมา จากนั้นก็กล่าวกับผู้อาวุโสทั้งสอง “ได้ยินว่าทั้งสองท่านมาจากหมู่บ้านชิงสุ่ย หนทางไกลเพียงนี้ คงยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ท่านยายถานมองซ่งชิงหลันราวกับมองลูกสะใภ้ แล้วพยักหน้า “แม่นางซ่งช่างเป็นคนงดงามทั้งจิตใจและใบหน้า หน้าตาสะสวยยิ่งนัก ตาแก่ เจ้าดูสิ กิริยางดงามเช่นนี้ หากไปอยู่ที่หมู่บ้านเรา คงเป็นดอกไม้งามของหมู่บ้าน”
ท่านตาซุนจับมือนางเอาไว้พลางหัวเราะ “เมื่อก่อนเจ้าเองก็เป็นดอกไม้ของหมู่บ้านเรา”
“ไอ้หยา ตอนนี้เราก็แก่หง่อมกันหมดแล้ว”
“ไม่ใช่เสียหน่อย ในรุ่น ๆ ของเรานี้ เจ้าก็ยังเป็นคนที่สวยที่สุด”
ผู้อาวุโสทั้งสองเถียงกันไปมา ดูแล้วเต็มไปด้วยความรัก พวกซ่งชิงหลานเองก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันแล้วยิ้ม ทุกคนล้วนทนไม่ได้ที่จะทำลายบรรยากาศงดงามนี้
สุดท้ายแล้วก็เป็นท่านยายถานที่หน้าแดง ดึงแขนเสื้อของท่านตาซุนแล้วกล่าว “เอาเถิด อย่าทำเป็นเล่นไป เรารีบมาคุยธุระกันจะดีกว่า”
เพียงซ่งชิงหลันได้ยินก็รีบกล่าวเสียงเบา “ได้ยินว่าทั้งสองท่านอยากจะสั่งทำชุดแต่งงานพิเศษที่ร้านเสื้อชิงเยว่ คงทำให้ลูกใช่หรือไม่เจ้าคะ พวกเขามาด้วยกันหรือไม่เจ้าคะ”
ท่านยายถานเพิ่งกินข้าวไปได้คำหนึ่งก็วางตะเกียบลง ส่ายหัวพร้อมใบหน้าแดงก่ำ
ท่านตาซุนเองก็หัวเราะตามไปด้วย แล้วกล่าว “แม่นางซ่ง จริง ๆ แล้ว ผู้ที่จะแต่งงานก็คือข้าและภรรยาของข้าเอง ข้าได้ยินว่าที่เมืองหลวงนี้ ชุดแต่งงานที่เจ้าทำนั้นดีที่สุด ดังนั้นข้าจึงได้พานางมา ข้ารอมาครึ่งชีวิตกว่าจะแต่งกับนางได้ และคิดว่าจะต้องทำชุดแต่งงานดี ๆ ให้นางสักชุด”
“หา?!”
เพียงทุกคนได้ยินก็ตะลึงไปตาม ๆ กัน
พวกเขาเปิดร้านมาก็นาน เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคู่แต่งงานที่อายุมากเพียงนี้
อีกอย่าง ดูท่าแล้วคู่แต่งงานใหม่คู่นี้ผ่านเรื่องราวมามาก ไม่อย่างนั้นคนธรรมดาที่ใดจะมาแต่งงานกันตอนอายุถึงเพียงนี้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ แก่กันปูนนี้แล้ว ผู้ใดจะมาแต่งงานกันอีก
ซ่งชิงหลันเห็นว่าผู้สูงวัยทั้งคู่กระอักกระอ่วนเล็กน้อย จึงส่งสายตาให้เหอไห่หลิง จากนั้นก็กล่าวกับหลี่ซิ่วซิ่ว “ซิ่วซิ่ว เจ้าไปนำแบบภาพชุดแต่งงานมา”
เหอไห่หลิงเข้าใจโดยทันที จึงได้กล่าวกับผู้อาวุโสทั้งสองว่า “ท่านตาซุน ท่านยายถานเจ้าคะ พวกท่านเลือกตามสบายนะเจ้าคะ หากมีความต้องการอันใดก็บอกกล่าวกับหลันหลันของพวกข้าได้เลย ข้าขอตัวไปทำงานก่อน”
“ได้ ๆ ๆ พวกเจ้าไปทำงานเถิด”
ในตอนนั้นเอง หลี่ซิ่วซิ่วก็นำแผนภาพมา
ซ่งชิงหลันคลี่แผนภาพออกตรงหน้าทั้งสองคน พลิกไปมาพลางเอ่ยถาม “ท่านยายถาน ท่านดูสิเจ้าคะ ชอบแบบใดเป็นพิเศษหรือไม่”
ท่านยายถานจ้องไม่วางตา พร้อมจ้องมองภาพทีละแผ่นเขม็งอย่างประหม่า “นี่สวยดี อันนี้ก็สวย ไอ้หยา…นี่ก็ไม่เลวนะ ทุกชุดล้วนสวยมาก ชุดแต่งงานเหล่านี้สวยเสียยิ่งกว่าเมื่อครั้งแรกที่ข้าแต่งงานเสียอีก แม่นางซ่ง เจ้าเก่งกาจเสียจริง! ตาแก่ เจ้าดูสิ ข้าเลือกชุดใดจึงจะดี”
ท่านตาซุนยิ้มมาโดยตลอด “ข้าเองก็ตาลายไปหมดแล้ว แม่นางซ่ง เจ้าช่วยแนะนำให้เราทีเถิด”
“ข้าคิดว่าชุดนี้เหมาะกับท่านยายถานมากเจ้าค่ะ” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็ชี้ไปยังหนึ่งในภาพชุดแต่งงานภาพหนึ่ง “ชุดแต่งงานชุดนี้ดูผึ่งผายงดงาม หากถึงวันแต่งข้าจะเปลี่ยนลายปักเหล่านี้ ดูแล้วจะไม่ซับซ้อนมาก จะยิ่งเข้ากับบุคลิกของท่านยายถาน พวกท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”
ท่านตาซุนเองก็จ้องมองท่านยายถานอย่างจริงจัง “เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“อืม ดี ๆ ๆ ก็เอาตามนั้นเถิด” ท่านยายถานกล่าวอย่างมีความสุข