ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 267 ขอบคุณนะ
บทที่ 267 ขอบคุณนะ
บ้านจวนในชนบทย่อมไม่หรูหรา แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เก็บกวาดได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ซึ่งซ่งชิงหลันเคยผ่านช่วงเวลาลำบากมาก่อน ส่วนไป๋เย่หานเองก็ไปร่วมกองทัพทำสงครามจึงเคยอยู่ในที่ที่ย่ำแย่กว่านี้มาแล้ว ย่อมไม่ได้สนใจอันใดมากนัก
เพียงเข้าห้องไป ซ่งชิงหลันก็เห็นไป๋เย่หานเริ่มปูที่นอน ไม่นานนักนางก็จัดการเสร็จเรียบร้อย
เขาหันหน้ามาเลิกคิ้วให้ซ่งชิงหลันแล้วกล่าว “เจ้ามานี่สิ”
ซ่งชิงหลันแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “คืนนี้ข้านอนเตียง ท่านนอนพื้นเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะไปหาท่านยายถานขอเครื่องนอนมาอีกชุดหนึ่ง”
กล่าวจบก็จะหันหลังไปเปิดประตู
แต่ไป๋เย่หานผู้มีดวงตาเฉียบคมและมือไม้ว่องไว เลื่อนกายมาด้านหลังของนางในทันที ฉวยโอกาสที่ซ่งชิงหลันไม่ทันตั้งตัว อุ้มนางขึ้นแล้ววางลงบนเตียง
จากนั้นก็ถอดรองเท้าถุงเท้าของนาง เลิกชายกระโปรงของนางขึ้น เผยให้เห็นข้อเท้าเล็ก ๆ ดูน่ารักและขาเรียวเล็กขาวเกลี้ยงเกลาน่ามองของนาง
ซ่งชิงหลันตกใจ ใบหน้าเล็กขึ้นสีแดงราวกับกุ้งในน้ำเดือด
นางจับมือของไป๋เย่หานที่คิดจะเลิกกระโปรงของนาง และส่งสายตาตักเตือน ลดเสียงลงแล้วกล่าวออกไป “ไป๋เย่หาน! ท่านจะทำอันใด นี่ท่านเป็นบ้าไปแล้วหรือ นี่มันบ้านผู้อื่นเขานะ”
ไป๋เย่หานยกยิ้มที่มุมปากอย่างชั่วร้าย “พระชายาหมายความว่า…หากอยู่ที่บ้านเรา ข้าก็สามารถทำทุกอย่างที่ต้องการอย่างนั้นหรือ”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!” ซ่งชิงหลันถูกแววตาหยอกล้อของเขาจ้องมองจนจิตใจสั่นไหว จึงอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าหลบ
ไป๋เย่หานมองท่าทางของนางก็อดยิ้มไม่ได้ เขากล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน “เอาเถิด เจ้าอย่าขยับ ข้าจะทายาให้”
กล่าวจบ เขาก็ถกกระโปรงของนางขึ้น เผยให้เห็นหัวเข่าที่ถลอก
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาดูทรมานใจอย่างมาก จากนั้นก็นำยาน้ำและผ้าพันแผลมา มองซ่งชิงหลัน กล่าวด้วยแววตาอ่อนโยน “อดทนหน่อยนะ”
กล่าวจบก็ช่วยพันแผลให้ซ่งชิงหลันอย่างชำนาญ
ส่วนซ่งชิงหลันมองท่าทางจริงจังและทรมานใจของเขา ในใจก็รู้สึกตื้นตัน
ที่แท้ ไป๋เย่หานที่เย็นชาราวกับภูเขาน้ำแข็งมาโดยตลอดก็มีช่วงเวลาที่อ่อนโยนเช่นนี้ด้วย
จริง ๆ แล้วหากจะพูดให้ถูก เขาก็อ่อนโยนกับนางมาโดยตลอด
หลังจากไป๋เย่หานพันแผลให้นางเขาก็เงยหน้าขึ้นสบสายตาอ่อนโยนของซ่งชิงหลันด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าว “มีอันใดอย่างนั้นหรือ”
“ไป๋เย่หาน ข้าขอบคุณเจ้า”
สิ่งนี้นางพูดจากใจจริง
วันนี้หากไม่ใช่เพราะเขามาทันเวลา เกรงว่านางคงต้องตายไปแล้วอีกครั้ง
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ไป๋เย่หานก็ยิ้มอย่างหยอกล้อในทันที “เช่นนั้นพระชายาก็มอบกายให้ข้าเสีย”
ความซาบซึ้งของซ่งชิงหลันปลิวหายไปในทันที นางถลึงตามองเขาแล้วกล่าว “ท่านฝันไปเถิด!”
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังหยอกเย้ากันอยู่นั้นเอง อยู่ ๆ ที่ลานบ้านก็มีเสียงวุ่นวายดังขึ้น
ทั้งสองคนสบตากัน จากนั้นก็ออกมาจากห้องด้วยกัน
ที่ลานบ้านมีคนมาสองสามคน ดูแล้วเหมือนจะเป็นญาติทางฝั่งท่านยายถาน
ซึ่งบ้านของท่านตาซุนอยู่ข้าง ๆ บ้านท่านยายถาน ตอนนี้เขาเองก็อยู่ที่ลานบ้าน หารือบางอย่างอยู่กับคนเหล่านั้น ทุกคนดูกังวลอย่างมาก
ส่วนท่านยายถานเองก็อยู่ข้าง ๆ ด้วย กลับดูกังวลมากขึ้นไปอีก
ซ่งชิงหลันทนความสงสัยไม่ไหว เดินหน้าไปแล้วถามประโยคหนึ่ง “ท่านยายถาน ท่านตาซุน เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ”
ท่านยายถานส่ายหน้าแล้วกล่าว “แม่นางซ่ง งานแต่งงานของพวกข้าในวันพรุ่ง เกรงว่าจะจัดไม่ได้เสียแล้ว”
“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วแล้วรีบถาม
ในตอนนั้นเอง จงอันหนิงที่อยู่ข้าง ๆ ท่านยายถานก็ปลอบหญิงชรา “ท่านย่า ท่านอย่ากังวลไปเลย อย่างไรก็ต้องมีทางแก้ขอรับ”
กล่าวจบก็หันหน้ามามองซ่งชิงหลัน แล้วกล่าวอธิบาย “แม่นางซ่ง ท่านคงไม่รู้ งานเลี้ยงที่หมู่บ้านของเรานั้นล้วนจะต้องเชิญท่านอาหลี่มาทำอาหาร แต่วันนี้เขาไปซื้อวัตถุดิบสำหรับวันพรุ่งที่เมือง แต่ทางกลับหมู่บ้านนั้นถูกตัดขาดเอาไว้ทำให้มาไม่ได้ ดังนั้นในวันพรุ่ง พวกเราจึงไม่มีพ่อครัวและไม่มีอาหาร ทุกคนจึงกำลังเป็นกังวลกับเรื่องนี้อยู่ขอรับ”
ญาติคนอื่น ๆ ที่มาหารือกันก็เริ่มแนะนำขึ้นมา
“ไม่อย่างนั้นเราทำอาหารง่าย ๆ มากินกันดีหรือไม่”
“นั่นน่ะสิ! ทำอาหารที่บ้านแบบง่าย ๆ พวกเราก็พอจะจัดการกันได้”
ท่านตาซุนมองท่านยายถานอย่างลังเลแวบหนึ่ง “แต่ว่า…”
จงอันหนิงเอ่ยปาก “อย่างไรนี่ก็เป็นวันมงคลของท่านย่า มีญาติ ๆ และเพื่อน ๆ มากินเหล้ามงคล จะให้กินอาหารธรรมดา ๆ อย่างนั้นหรือ จะเสียมารยาทเกินไปนะขอรับ”
“อันหนิง เช่นนั้นเจ้าว่าตอนนี้ทำอย่างไรดีเล่า ไม่มีพ่อครัว ญาติ ๆ และเพื่อน ๆ ล้วนเข้าใจกันได้”
“นั่นน่ะสิ ทุกคนล้วนเป็นญาติสนิทมิตรสหาย ต้องเข้าใจอยู่แล้ว”
ซ่งชิงหลันได้ยินพวกเขาถกเถียงกัน ในที่สุดก็ทนไม่ไหวเอ่ยปากออกมา “ข้ามีวิธีเจ้าค่ะ”
ทันทีที่กล่าวจบ ทุกคนก็จับจ้องมาที่หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามและโดดเด่นผู้นี้
ส่วนท่านตาซุนถึงกับตกตะลึงไป “แม่นางซ่ง เจ้ามีวิธีอันใดหรือ บอกเรามาเถิด”
ซ่งชิงหลันยิ้ม เอ่ยตอบ “พวกท่านขาดคนทำครัวไม่ใช่หรือ ข้าทำได้เจ้าค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ ท่านน่ะหรือ”
เหล่าญาติ ๆ ล้วนตะลึงไปชั่วครู่ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แม่นาง เจ้าเป็นเพียงหญิงสาวสูงศักดิ์ผู้ถูกเอาอกเอาใจมาตั้งแต่เด็ก เกรงว่าจะจับแม้แต่ตะหลิวยังไม่ไหวเลยกระมัง อย่ามาล้อเล่นกับพวกเราเลย!”
ในตอนนี้ เสี่ยวฟางก็เดินมาตรงหน้าทุกคนแล้วเอ่ย “พวกท่านช่างมีตาหามีแววไม่! ท่านพี่ชิงหลันของพวกข้าเป็นเจ้าของภัตตาคารอวิ๋นหลาย อาหารกว่าครึ่งของภัตตาคารอวิ๋นหลายล้วนเป็นท่านพี่ชิงหลันที่คิดค้นออกมา!”
“จริง…จริงหรือ” ทุกคนตะลึงจนอ้าปากค้าง มองซ่งชิงหลันอย่างไม่อยากเชื่อ
มันคงยากสำหรับพวกเขาที่จะเชื่อมโยงพ่อครัวของครัวใหญ่กับหญิงสาวน่าทึ่งที่อยู่ตรงหน้า
ในตอนนั้นเองก็มีคนเอ่ยปากออกมา “ภัตตาคารอวิ๋นหลายนั้นเป็นภัตตาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงแล้ว! ข้าไปกินมาครั้งหนึ่ง อาหารที่นั่นอร่อยทีเดียว!”
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! โดยเฉพาะอาหารแนะนำอย่างนกพิราบย่าง ทั้งยังมีเป็ดแปดสมบัติ หมูแดงอบน้ำผึ้ง ปลาไนต้มผักดองเสฉวน… ไอหยา เพียงพูดถึงข้าก็น้ำลายสอแล้ว”
“เช่นนั้นแล้ว เราก็มีเจ้าของภัตตาคารอวิ๋นหลายจัดงานเลี้ยงให้เราทั้งคน โชคดีเหลือเกิน!”
กล่าวจบ ทุกคนก็มองมายังซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าคาดหวัง
ส่วนท่านยายถานกลับมองซ่งชิงหลันด้วยแววตาซาบซึ้ง “แม่นางซ่ง เจ้ายินดีช่วยจริง ๆ หรือ”
“แน่นอนเจ้าค่ะ!” ซ่งชิงหลันยิ้มพลางพยักหน้า
ส่วนไป๋เย่หานที่อยู่ด้านหลังกลับขมวดคิ้ว เขาเดินมาข้างหน้า ดึงซ่งชิงหลันเอาไว้แล้วกล่าวเสียงเบา “ขาของเจ้า…”
“ไม่เป็นไร มือของข้าก็ยังใช้ได้”
จากนั้น ซ่งชิงหลันก็กล่าวกับพวกชาวบ้าน “เอาเถิด ตอนนี้ปัญหาเรื่องคนทำครัวก็จัดการเรียบร้อย พวกเรามาคุยเรื่องวัตถุดิบกันเถิดเจ้าค่ะ ในเมื่อวัตถุดิบจากด้านนอกส่งเข้ามาไม่ได้ เราก็ใช้วัตถุดิบที่มีในตอนนี้มาทำเถิด ข้าเชื่อว่าที่บ้านทุกคนล้วนมีวัตถุดิบกระมัง”
“ที่บ้านข้ามีหมูอยู่สองสามตัว วันพรุ่งเอามาฆ่ากินได้!”
“ที่บ้านข้าเองก็เลี้ยงไก่คอกหนึ่ง เอามาได้”
“แปลงผักบ้านข้าเองก็มีผักมาก!”
“ข้าด้วย วันพรุ่งข้าไปบ่อปลาจับปลามาสองสามตัวได้”
“แล้วก็…”
“ทุกคนหยุดก่อนเถิดเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันมองท่าทางตื่นเต้นของพวกเขาแต่ละคน จึงรีบบอกให้พวกเขาหยุดเสียก่อน
จากนั้นนางก็หันหน้าไปมองจงอันหนิง และเอ่ยถาม “ที่บ้านเจ้ามีกระดาษและพู่กันหรือไม่”
จงอันหนิงพยักหน้า “มีขอรับ”
“อย่างนั้นเจ้าไปเอากระดาษและพู่กันมาเถิด” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็มองเหล่าญาติ ๆ “พวกท่านตามข้าเข้าจวนมาเถิด จะได้จดวัตถุดิบที่พวกท่านมี เช่นนั้นจะได้อิงตามวัตถุดิบที่เรามีในตอนนี้ วางแผนว่าจะทำอาหารใดในงานเลี้ยง และจะแบ่งหน้าที่กันอย่างไร”
“ได้สิ ๆ แม่นางซ่งกล่าวได้มีเหตุผลนัก”
จากนั้นทุกคนก็เดินเข้าไปในจวนพร้อมกัน