ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 268 อย่าหักโหมจนเกินไป
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 268 อย่าหักโหมจนเกินไป
บทที่ 268 อย่าหักโหมจนเกินไป
ทุกคนหารือกันจนถึงยามจื่อ ในที่สุดก็ตกลงเรื่องอาหารในงานแต่งงานได้เรียบร้อย
งานแต่งงานของท่านยายถานและท่านตาซุนไม่ใหญ่นัก ผู้คนที่เชิญมาก็ล้วนเป็นญาติสนิทมิตรสหาย ประมาณสิบกว่าโต๊ะ
ซ่งชิงหลันเองก็คำนวณปริมาณส่วนผสมของอาหารตามจำนวนโต๊ะ หลังแจกจ่ายปริมาณงานที่แต่ละคนรับผิดชอบจนเสร็จ จากนั้นทุกคนก็พากันแยกย้ายกลับบ้านของตน
ซ่งชิงหลันเก็บรายการอาหารไว้กับตน และก็เห็นว่าท่านยายถานและท่านตาซุน ผู้อาวุโสทั้งสองคนก็มองนางอย่างซาบซึ้ง “แม่นางซ่ง ขอบคุณเจ้ามากจริง ๆ! เจ้าทั้งทำชุดแต่งงานให้พวกข้า ทั้งยังทำอาหารให้พวกข้า เดิมทีข้าเพียงต้องการเชิญเจ้ามาดื่มเหล้ามงคลแท้ ๆ ต้องขอโทษเจ้าจริง ๆ!”
“ท่านยายถาน ท่านตาซุนเจ้าคะ พวกท่านอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย ได้ช่วยงานพวกท่าน ข้าเองก็ดีใจมากเจ้าค่ะ การแต่งงานเป็นเรื่องมงคล พรุ่งนี้ข้าจะต้องทำให้ทุกคนกินกันอย่างมีความสุข นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกท่านรีบไปพักเถิด วันพรุ่งยังต้องยุ่งกันอีกมากเจ้าค่ะ!”
“เฮ้อ ได้ ๆ เช่นนั้นพวกเจ้าเองก็รีบพักผ่อนเสีย”
ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานกลับมายังห้องนอนแขก
ทันใดนั้นไป๋เย่หานก็กดนางลงบนเตียง
ซ่งชิงหลันตกใจ “ไป๋เย่หาน ท่านจะทำอันใดข้าอีก”
จากนั้นไป๋เย่หานเองก็ลงไปนอนบนเตียง และกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขนพร้อมกล่าวอย่างอ่อนโยน “เจ้ารีบนอนเสีย อย่าหักโหมจนเกินไป”
พอรู้ว่าเขานั้นเป็นห่วงตน ในใจของซ่งชิงหลันก็อุ่นวาบขึ้นมา
นางยิ้ม และเปลี่ยนเป็นท่าทางที่สบายในอ้อมแขนของเขา จากนั้นก็หลับสนิทไป
ไป๋เย่หานที่ได้ยินเสียงหายใจอันสม่ำเสมอของนาง ก็พึงพอใจอย่างมาก
หวนคิดถึงเมื่อครู่ตอนนางวางแผนจัดการงานแต่งงานในวันพรุ่งอย่างสุขุมและชัดเจน ท่าทางในการออกความคิดและวางแผนของนางดูแล้วน่ามองยิ่งนัก ทั้งยังดูไม่ด้อยไปกว่าเขาในตอนบังคับบัญชากองกำลังทหารพันนายเลยสักนิด
ทำให้ในใจเขารู้สึกชื่นชม ยกย่อง และให้เกียรติ
เพียงคิดว่าหญิงสาวที่มหัศจรรย์เช่นนี้เป็นชายาของเขา เขาก็รู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีจนล้นหัวใจแล้ว
ไป๋เย่หานลูบผมนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา จากนั้นจึงค่อย ๆ หลับไป
ทั้งสองคนหลับใหลโดยไม่ฝันทั้งคืน จนฟ้าสว่าง
เมื่อท้องฟ้าขาวราวท้องปลา พวกเขาก็ตกใจตื่นขึ้นมาเพราะเสียงฆ่าหมู
ทั้งสองคนเดินออกมาจากจวน ก็เห็นทุกคนกำลังฆ่าหมู ฆ่าไก่ ฆ่าปลากันอยู่…
ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับงาน
ทันใดนั้นจงอันหนิงที่กำลังล้างผักอยู่ก็เช็ดมือ และเดินมาตรงหน้าซ่งชิงหลัน “แม่นางซ่ง นายท่านไป๋ พวกท่านตื่นแล้วหรือขอรับ เมื่อคืนพวกท่านบอกว่าต้องการหาผู้ช่วยที่สามารถหั่นผักและทำอาหารได้ ข้าหามาแล้วขอรับ อยู่ทางด้านนั้น รอคำสั่งจากพวกท่าน”
“ดี”
“เช่นนั้นข้าขอตัวไปทำงานก่อน พวกเราทำอาหารเช้าแล้ว พวกท่านไปกินก่อนเถิดขอรับ”
ในตอนนี้ เสี่ยวฟางยกเอาโจ๊กสองชามกับหมั่นโถวมา “ท่านพี่ชิงหลัน ข้าเอาอาหารเช้ามาให้พวกท่านแล้วขอรับ”
รอจนกระทั่งพวกเขากินอาหารเช้าเสร็จ เหล่าเนื้อไก่ เป็ด ปลา หมูและอื่น ๆ ก็ถูกฆ่าและล้างจนเสร็จแล้ว
ซ่งชิงหลันผูกผ้ากันเปื้อน พับแขนเสื้อ จากนั้นก็เริ่มทำงาน
นางชี้บอกให้ทุกคนหั่นผักและเตรียมอาหารอย่างเป็นระเบียบ “นำไก่เหล่านี้ใส่หม้อต้ม หั่นเนื้อหมูทุกส่วน กระดูกนำไปทำน้ำแกง ส่วนหมูสามชั้นเอาไปสับละเอียด และปลานี้ พวกท่านจัดการเช่นนี้อย่างที่ข้าทำ…”
ซ่งชิงหลันกล่าวไปพลางสาธิตอย่างช้า ๆ
ทุกคนล้วนทำตามที่ซ่งชิงหลันบอก และทำงานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ในตอนนี้ ท่านอาคนหนึ่งนำหมูสามชั้นชิ้นใหญ่เดินไปตรงหน้าไป๋เย่หาน กล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายน้อย ท่านเองก็ช่วยเสียหน่อยเถิด เห็นว่าท่านมีแรงมาก งานสับหมูสามชั้นละเอียดนี้ ให้ท่านทำก็แล้วกัน”
กล่าวจบก็ยัดหมูสามชั้นใส่ในมือไป๋เย่หานโดยไม่รอให้อธิบาย จากนั้นก็ไปทำงานอื่นต่อ
เสี่ยวฟางได้เห็นภาพนี้ก็ประหม่าขึ้นมาทันที เขารีบวิ่งเข้ามา “โธ่! อย่าทำเช่นนี้เลย…”
แต่เขากลับช้าไปหนึ่งก้าว ห้ามคนผู้นั้นไว้ไม่ทัน
เขามองหมูสามชั้นในมือไป๋เย่หานแวบหนึ่งแล้วยิ้มแห้ง ๆ “งานสับเนื้อนี้ให้ข้าทำเถิด ท่าน…”
คำว่า ‘อ๋อง’ ของเสี่ยวฟางยังไม่ทันได้กล่าวออกไป ไป๋เย่หานก็เอ่ยปากขัดจังหวะชายหนุ่ม แล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร”
กล่าวจบ เขาก็เดินไปอย่างสงบนิ่ง นำเนื้อวางไว้บนเขียง ทั้งสองมือจับมีดแล้วเริ่มสับเนื้อ ปัง ๆ ๆ…
เขายกมือสับมีดว่องไวเสียจนมองไม่ทัน คนข้าง ๆ เมื่อเห็นก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากอย่างประหลาดใจ “พระเจ้า! นี่มันเก่งกาจเกินไปแล้ว! ใช้วรยุทธ์มาสับเนื้อ ช่างเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเสียจริง!”
ซ่งชิงหลันเองก็ถูกดึงดูดด้วยทักษะการใช้มีดอันน่าอัศจรรย์ของไป๋เย่หาน นางมองท่าทางตั้งใจของเขาที่ดูจะกลมกลืนกับทุกคน ก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากยิ้มอย่างอ่อนโยน
……
สุดท้ายแล้ว ด้วยความพยายามของทุกคน ในที่สุดงานเลี้ยงสิบกว่าโต๊ะก็เตรียมพร้อมแล้ว
เมื่อเห็นว่าถึงฤกษ์งามยามดีแล้ว ทุกคนต่างก็พากันไปดูพิธี
ซ่งชิงหลันมาที่ห้องของท่านยายถาน เห็นรอยยิ้มเขินอายของท่านยายถานในชุดแต่งงานที่งดงาม นางก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวพลางทอดถอนหายใจ “ท่านยายถานเจ้าคะ ท่านสวมชุดแต่งงานนี้แล้วสวยมากจริง ๆ เจ้าค่ะ! เหมือนที่ข้าคิดเอาไว้เลย”
ตอนแรกนางเพียงหารือและปรับแต่งชุดแต่งงานกับหลี่ซิ่วซิ่วตามบุคลิกของท่านยายถาน ตอนนี้เมื่อเห็นผลจากการสวมใส่แล้ว ก็คล้ายคลึงกับภาพที่นางคิดเอาไว้ในหัวเมื่อตอนแรกไม่มีผิด
ท่านยายถานยิ้มอย่างเขินอาย “ข้าอายุมากเพียงนี้แล้ว จะมีอันใดงดงามอยู่อีก ที่งดงามก็คือชุดแต่งงานชุดนี้จากร้านเสื้อชิงเยว่ของเจ้าต่างหาก”
ในตอนนี้ ด้านนอกก็มีเสียงดังฟังชัดที่ดูมีความสุขของท่านป้า ท่านยายดังเข้ามา “เจ้าสาวพร้อมหรือยัง เจ้าบ่าวมาสู่ขอแล้ว!”
ท่านยายถานสวมผ้าคลุมหน้าสีแดง ก็มีคนข้างกายช่วยจูงออกจากห้อง
ไม่มีเกี้ยวใหญ่หรือคนหาม ทั้งยังไม่มีเสียงฆ้อง มีเพียงคนคู่หนึ่งจับมือเดินออกมาธรรมดา ๆ เพียงเท่านั้น
แต่เมื่อซ่งชิงหลันมองสามีภรรยาทั้งสองไหว้ฟ้าดินและแต่งงานกัน ก็รู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ ในใจคิดอิจฉาชื่นชม
ส่วนไป๋เย่หานที่อยู่ข้าง ๆ เห็นท่าทีของนาง ก็ยืนจับมือข้างกายของนางอย่างเงียบ ๆ
แม้ซ่งชิงหลันจะผงะไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ขัดขืน
ญาติสนิทมิตรสหายที่มาร่วมยินดีมากันครบแล้ว จากนั้นงานเลี้ยงแต่งงานก็เริ่มขึ้น
ผู้ที่มาดื่มเหล้ามงคล มองอาหารมากมายสิบหกอย่างบนโต๊ะ มีทั้งขาหมูตุ๋น ลูกชิ้นสี่สุข ปลาหลีฮื้อน้ำแดง ยำหูหมู ไก่ต้มสับ กุ้งขาวต้ม หมูสามชั้นกับผักกาดดองและอื่น ๆ อาหารร้อน อาหารเย็น ของหวาน และผลไม้ ทุกอย่างครบถ้วน จนหลายคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชื่นชม
“ไอหยา อาหารงานเลี้ยงน่ากินเช่นนี้ ข้าเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลย!”
“นั่นสิ! คิดไม่ถึงว่าหมู่บ้านเราจะได้กินอาหารดี ๆ เช่นนี้กับสุราด้วย ดูแล้วช่างน่ากินมาก!”
“อาหารเหล่านี้ดูแล้วไม่ใช่ของที่ท่านอาหลี่ทำเลย!”
“ถูกต้อง ข้าได้ยินมาว่าเชิญคนครัวจากภัตตาคารอวิ๋นหลายมาทำ!”
“ภัตตาคารอวิ๋นหลาย! เจ้าหมายถึงภัตตาคารอวิ๋นหลายในเมืองหลวงน่ะหรือ!”
“หากไม่ใช่ภัตตาคารอวิ๋นหลายนั้น แล้วจะเป็นภัตตาคารอวิ๋นหลายที่ใดอีกเล่า!”
“ไอหยา! สวรรค์! ภัตตาคารอวิ๋นหลายเป็นภัตตาคารที่ดีที่สุดในเมืองหลวงแล้ว เราได้ลิ้มรสของภัตตาคารอวิ๋นหลายกันที่นี่ ช่างโชคดีจริง ๆ!”
“กินกันเถิด! ทุกคนกินกันเถิด!”