ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 266 เราเป็นสามีภรรยากัน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 266 เราเป็นสามีภรรยากัน
บทที่ 266 เราเป็นสามีภรรยากัน
ใช้เวลาเพียงไม่นาน ไป๋เย่หานและหานเฟยก็มาถึงหน้าปากถ้ำที่ถูกปิด
จากรูปากถ้ำขนาดเท่าใบหน้านั้น เขามองเห็นซ่งชิงหลัน
ในที่สุดหัวใจของไป๋เย่หานก็ปล่อยวางลงได้ เขาเอ่ยอย่างประหม่า “ชิงหลัน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บหรือไม่”
ในตอนนี้เอง ตอนที่ซ่งชิงหลันมองเห็นไป๋เย่หาน ความแข็งแกร่งที่นางอดทนเอาไว้ ในที่สุดก็พังทลายลง และในหัวของนางตอนนี้มีเพียงความคิดเดียว ‘ไป๋เย่หาน ในที่สุดท่านก็มา!’
จากนั้น ซ่งชิงหลันก็กัดริมฝีปากแล้วส่ายหน้าแล้วกล่าวตอบ “ข้ากับเสี่ยวฟางไม่เป็นอันใด”
หานเฟยเองก็ถอนหายใจโล่งอกตามไปด้วย แต่เมื่อมองปากถ้ำตรงหน้า เขากลับขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย “ท่านอ๋อง นี่…”
“ใช้กำลังภายในเปิดปากถ้ำนี้เสีย” ไป๋เย่หานขัดจังหวะข้อสงสัยของอีกฝ่าย แล้วกล่าวอย่างหนักแน่น
จากนั้น เขาก็กล่าวกับซ่งชิงหลันที่อยู่ในถ้ำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ชิงหลัน พวกเจ้าถอยไปให้ไกล ระวังอย่าได้บาดเจ็บ”
“เจ้าค่ะ” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันและเสี่ยวฟางก็ถอยไปอีกด้านหนึ่ง
จากนั้น ไป๋เย่หานและหานเฟยที่อยู่นอกถ้ำก็ออกแรงพร้อมกัน พวกเขาใช้พลังฝ่ามือที่หนักแน่นฟาดลงไปบนก้อนดินและหินหน้าถ้ำพร้อม ๆ กัน
จากนั้นก็เกิดเสียง ‘ตูม!’ หินภูเขาก้อนใหญ่สั่นทลาย หล่นลงมาพร้อมกับดินภูเขา ปากถ้ำที่เดิมทีขนาดเท่าฝ่ามือก็เปลี่ยนเป็นใหญ่ขึ้น
เสี่ยวฟางดูอยู่ข้าง ๆ ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น “ท่านอ๋องช่างเก่งกาจเกินไปแล้วขอรับ ท่านพี่ชิงหลัน เรารอดแล้ว! ฮ่าๆ…”
ไป๋เย่หานเม้มปาก กล่าวกับหานเฟยที่อยู่ข้าง ๆ “อีกครั้ง”
ภายใต้การรวมพลังกันของทั้งสองคน ในเวลาจิบชาเพียงหนึ่งแก้ว ปากถ้ำที่ถูกปิดแน่นในที่สุดก็เปิดออก
ไป๋เย่หานรอแทบไม่ไหว มุ่งหน้าเข้าไปในถ้ำอย่างไม่อาจอดทนได้
ส่วนซ่งชิงหลันกำลังคิดจะก้าวเท้าออกไป แต่ก็เห็นเงาดำวาบมาตรงหน้า จากนั้นนางก็ตกอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นและมั่นคงนี้
เสี่ยวฟางที่อยู่ข้าง ๆ ผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินออกนอกถ้ำไปอย่างรู้ความ และปล่อยให้ทั้งสองคนมีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง
ไป๋เย่หานกอดซ่งชิงหลันแน่น ไม่อยากจะปล่อยมือออก เขาใช้น้ำเสียงประหม่ากล่าวอย่างหวาดหวั่น “ซ่งชิงหลัน ต่อไปเจ้าห้ามทำข้าตกใจเช่นนี้อีก!”
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนเป็นคำสั่ง แต่ซ่งชิงหลันกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างมาก นางยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วตอบไปหนึ่งคำ “เจ้าค่ะ”
จากนั้นทั้งสองก็เดินออกมาจากถ้ำ
ซ่งชิงหลันมองไป๋เย่หาน “วันพรุ่งเป็นวันมงคลของท่านตาซุนและท่านยายถาน ข้ายังต้องนำชุดแต่งงานไปส่งให้พวกเขาที่หมู่บ้านชิงสุ่ย”
“อย่างนั้นข้าจะไปกับเจ้า”
“จริง ๆ แล้วท่านไม่ต้อง…”
ซ่งชิงหลันยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกสายตาที่แข็งกระด้างที่ไม่ยอมให้ปฏิเสธของไป๋เย่หานปรามเอาไว้
ถึงแม้ตอนนี้คลื่นลมจะสงบแล้ว แต่ผ่านครั้งนี้ไป ไป๋เย่หานก็ยังกลัวว่าซ่งชิงหลันจะประสบกับเรื่องร้ายแรงอีก เขาอยากจะมัดนางติดตัวเอาไว้เสียจริง ๆ
ไป๋เย่หานหันหน้าไปสั่งหานเฟย “หานเฟย เจ้ากลับไปยังเมืองหลวงแล้วนำกำลังคนและม้ามากับทางการ รีบขนย้ายหินภูเขาเหล่านี้ออกเสีย และทำให้ทางแคบกลับไปเป็นเช่นเดิม”
“ขอรับ! ข้าน้อยทราบแล้ว!” กล่าวจบ หานเฟยก็ใช้วิชาตัวเบาเหาะขึ้นไป ไม่นานนักก็หายลับไปจากสายตา
เสี่ยวฟางเห็นทักษะการต่อสู้ของอีกฝ่ายเช่นนี้ ก็อดตกตะลึงไม่ได้ “สุดยอดเลยขอรับ!”
ซ่งชิงหลันมองเขาแวบหนึ่ง กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เอาเถิด ตอนนี้ไม่มีเวลาให้เจ้ามาซาบซึ้งแล้ว เรายังมีธุระต้องทำนะ! รีบเดินทางกันเถิด!”
เป็นเพราะรถม้าพังเป็นเสี่ยง ๆ ไปเสียแล้ว ส่วนเจ้าม้าก็ไม่รู้ว่าวิ่งไปที่ใด ดังนั้น พวกซ่งชิงหลันทั้งสามคนจึงทำได้เพียงเดินไปยังหมู่บ้านชิงสุ่ย
โชคดีที่ที่นี่ห่างจากปากทางเข้าหมู่บ้านไม่ไกลนัก
ซ่งชิงหลันเดินไปได้สองก้าว ไป๋เย่หานก็สังเกตเห็นว่าท่าทางการเดินของนางแปลกไปเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วและเมื่อกำลังจะยื่นมือไปดึงนางไว้ แต่ทันใดนั้น ไม่ไกลนักก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งรีบควบเกวียนเทียมวัวมาทางพวกเขา
“นี่! พวกท่านมาจากร้านเสื้อซิงเยว่ใช่หรือไม่”
“ใช่แล้วขอรับ! ใช่แล้ว!” เสี่ยวฟางโบกมือตอบอย่างกระตือรือร้น
กล่าวจบเขาก็หันหน้ามามองซ่งชิงหลัน “ท่านพี่ชิงหลัน นี่น่าจะเป็นคนจากหมู่บ้านชิงสุ่ยที่ออกมารับพวกเราขอรับ”
ชายหนุ่มผู้นั้นได้ยินเสียงตอบรับ ก็รีบควบเกวียนเทียมวัวมา
ซ่งชิงหลันมองชายหนุ่มผิวคล้ำบุคลิกตรงไปตรงมาผู้นั้น ก็คิดว่าหน้าตาของเขาดูคล้ายคลึงกับท่านยายถานมาก จึงเอ่ยถาม “ท่านเป็นอันใดกับท่านยายถาน…”
“หลานขอรับ ข้าชื่อจงอันหนิง” เขายิ้มอย่างซื่อ ๆ และรีบอธิบาย “ท่านย่าของข้ารู้ว่าที่เขามีดินถล่ม ขวางทางเข้าหมู่บ้านเอาไว้ จึงเป็นกังวลว่าแม่นางซ่งจะถูกขวางไว้ระหว่างทาง จึงได้ให้ข้าออกมาดู พวกท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่ขอรับ”
เสี่ยวฟางรีบกล่าว “ท่านไม่รู้หรอก! เมื่อครู่นี้พวกเราเกือบจะ…”
“เราเจอเหตุการณ์น่ากลัว แต่ไม่เป็นอันตราย” ไม่รอให้เขากล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็ขัดจังหวะเขา จากนั้นก็กล่าวกับจงอันหนิง “พวกข้าไม่เป็นอันใด ที่สำคัญที่สุดคือต้องส่งชุดแต่งงานให้ท่านยายถานให้ทันเวลาต่างหาก”
ไป๋เย่หานเห็นว่าพวกเขาคุยกันอย่างมีเป็นมิตร จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากออกมาประโยคหนึ่ง “เจ้านำทางไปเถิด”
จงอันหนิงตกใจกลัวกับรัศมีแข็งแกร่งของไป๋เย่หาน เขารีบหมุนเกวียนวัวในทันที “รีบขึ้นเกวียนเถิดขอรับ”
ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานนั่งอยู่ด้านใน ส่วนเสี่ยวฟางนั่งอยู่ด้านหน้ากับจงอันหนิงเพื่อบังคับวัว
รัศมีที่น่าหวาดหวั่นของไป๋เย่หานทำให้จงอันหนิงนั่งตัวไม่ติดพื้น แต่ในที่สุดก็มาถึงบ้านของท่านยายถานอย่างยากลำบาก หลังจากเห็นไป๋เย่หานและซ่งชิงหลันลงจากเกวียน เขาก็รีบดึงเสี่ยวฟางมาอีกด้าน และเอ่ยถามเสียงเบา “นี่ ท่านชายรูปงามผู้นั้นเป็นผู้ใดหรือ ดูแล้วท่าทางเก่งกาจเหลือเกิน!”
เสี่ยวฟางยิ้ม “ท่านพูดได้ถูกต้องแล้ว เขาเก่งกาจนัก!”
ในตอนนั้น ท่านยายถานก็เดินออกมาจากในบ้าน หลังจากเห็นซ่งชิงหลันก็รีบดึงมือของนางเอาไว้ทันที “ฝนช่างตกกะทันหันนัก ข้าได้ยินว่าเส้นทางถูกตัดขาด เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ!” ซ่งชิงหลันยิ้มพลางส่ายหัว “ชุดแต่งงานของท่านก็ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็นำชุดแต่งงานออกมาแล้วยื่นไปตรงหน้าของหญิงชรา
ท่านยายถานยิ้มออกมาอย่างดีใจในทันที รับชุดแต่งงานไปกอดไว้ในอกอย่างทะนุถนอม
และเป็นเพราะเส้นทางยังใช้ไม่ได้ อีกอย่างวันถัดมาก็เป็นวันแต่งงานของท่านตาซุนและท่านยายถานเสียแล้ว พวกซ่งชิงหลันจึงต้องพักอยู่ที่นี่หนึ่งคืน
หลังจากกินอาหารเย็นแบบง่าย ๆ เสร็จ ท่านยายถานก็จ้องมองไป๋เย่หานไม่วางสายตา จากนั้นก็มองซ่งชิงหลันแล้วกล่าว “แม่นางซ่ง พวกเรามีห้องรับแขกเพียงห้องเดียว พวกเจ้า…”
เสี่ยวฟางเอ่ยออกมาก่อน “ข้านอนที่นอนกับพื้นก็ได้ขอรับ”
ส่วนไป๋เย่หานก็กล่าวตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ไม่เป็นไรขอรับ พวกเราเป็นสามีภรรยากัน”
เช่นนั้นใบหน้าเล็ก ๆ ของซ่งชิงหลันแดงขึ้นโดยพลัน “ไม่ใช่นะเจ้าคะ ท่านยายถาน…”
“ไอ้หยา! ข้าเข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว” ท่านยายถานตอบด้วยรอยยิ้ม และหันหลังกลับเข้าห้องไป
ทันใดนั้นซ่งชิงหลันหันหน้ามาถลึงตามองไป๋เย่หาน กล่าวอย่างไม่พอใจ “ไป๋เย่หาน ท่านพูดเรื่องไร้สาระอันใด ผู้ใดบอกกันว่าข้าเป็นสามีภรรยากับท่าน”
ในตอนนั้น เสี่ยวฟางก็กล่าวขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม “ท่านพี่ชิงหลัน พวกท่านเองก็ไม่ต่างจากสามีภรรยานักหรอกขอรับ”
เมื่อรู้สึกได้ถึงแววตาเย็นชาของซ่งชิงหลัน เสี่ยวฟางก็หุบปากอย่างเชื่อฟัง หันหลังเดินออกไป
ไม่นานท่านยายถานนำเอาเครื่องนอนออกมาจากห้อง
ไป๋เย่หานรับเครื่องนอนมาแล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณมากขอรับ”
กล่าวจบเขาก็ลากซ่งชิงหลันเข้าห้องรับแขกไป