ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 270 ถนอมคนที่อยู่ตรงหน้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 270 ถนอมคนที่อยู่ตรงหน้า
บทที่ 270 ถนอมคนที่อยู่ตรงหน้า
ทั้งสองคนเดินไปด้วยกันตามทางเดินเล็ก ๆ ตรงที่นาอย่างไม่รีบร้อน
ลมยามค่ำคืนพัดเอื่อย ๆ ใส่นาข้าวและหญ้าเขียว ทำให้กลิ่นสะอาดสดชื่นลอยมาตามสายลม จนผู้ที่ได้ดมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผ่อนคลาย
ไป๋เย่หานที่เพิ่งดื่มสุรามาก็สร่างขึ้นมาก
เขาเพียงแต่เดินอย่างสงบอยู่ข้างกายซ่งชิงหลัน ถึงแม้จะไม่ได้พูดคุยตลอดทาง แต่เขามีความรู้สึกว่าหัวใจของเขาและนางนั้นเหมือนจะใกล้ชิดกันมากขึ้น
ตลอดทางมานี้ซ่งชิงหลันเอาแต่คิดถึงคำที่ท่านยายถานบอกนาง โดยเฉพาะประโยคที่ว่า ‘ถนอมคนตรงหน้าเอาไว้’ สะท้อนไปมาในหัวของนางอยู่นาน
และยิ่งทำให้นางหวนนึกถึงวันนี้ที่ถูกขังอยู่ในถ้ำ และชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ทันทีที่เห็นไป๋เย่หานปรากฏตัวด้านนอกปากถ้ำ นางก็เข้าใจในทันที ถึงความรู้สึกบางอย่างไม่สามารถโกหกตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว
ขณะพูดเมื่อนางหวนนึกถึง หากตอนนั้นนางตายไปกับความรู้สึกนี้ของนาง นางจะต้องเสียใจเป็นแน่
แล้วเหตุใดจะต้องมาสับสนว่าเขาชอบซ่งชิงหลันคนเก่าหรือซ่งชิงหลันในตอนนี้อีก การถนอมคนตรงหน้า ต้องถนอมในทันทีจึงจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เมื่อคิดตกตะกอนในเรื่องเหล่านี้แล้ว ซ่งชิงหลันก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก
อยู่ ๆ นางก็หยุด แล้วค่อย ๆ หันหน้ามองไป๋เย่หานที่อยู่ข้าง ๆ พร้อมยกยิ้มอ่อนหวาน “ไป๋เย่หาน เรื่องที่ท่านบอกจะแต่งงานกับข้า ยังมีผลอยู่หรือไม่”
ไป๋เย่หานตะลึงไปในทันที
เขารู้สึกเพียงว่าน้ำเสียงของนางนั้นดูนุ่มนวลน่าฟังราวกับน้ำบริสุทธิ์ในหุบเขา และลมเย็นในยามค่ำคืนนี้ซึมซาบเข้าไปในใจ ทำให้เขาดื่มด่ำไปกับมันเสียจนลืมตอบสนอง
เขาถึงขั้นสงสัยว่าตนฟังผิดไปหรือไม่ “เจ้าว่าอย่างไรนะ”
ซ่งชิงหลันมุ่ยปาก “หากไม่ได้ยินก็ช่างเถิด”
ความผิดหวังฉายบนใบหน้าของนาง ยกเท้าคิดจะเดินต่อไปข้างหน้า
แต่ไป๋เย่หานดึงมือของนางเอาไว้ แล้วดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดของตน พร้อมกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ข้าคิดว่าตนฟังผิดไปเสียอีก! ครั้งนี้เป็นเจ้าที่ตอบตกลงจะเป็นพระชายาของข้าเอง ถ้าอย่างนั้นก็ห้ามหนีไปที่ใดอีก!”
“อืม” ซ่งชิงหลันตอบรับคำหนึ่ง พร้อมยิ้มหวาน ซุกตัวเข้าไปในอกแกร่งของเขา “ไป๋เย่หาน ข้าจะบอกให้ ข้าไม่ได้ยอมแต่งง่ายเพียงนั้นหรอก ท่านจะต้องแต่งข้าเข้าไปอย่างเปิดเผยและยิ่งใหญ่ เข้าใจหรือไม่”
ไป๋เย่หานลูบหัวของนาง และกล่าวเบา ๆ “แน่นอน”
เขาจำได้มาโดยตลอด ตอนที่พวกซ่งชิงตงแต่งงาน นางเคยบอกไว้ หญิงคนหนึ่งจะมีงานแต่งครั้งเดียวตลอดชีวิต ก็ย่อมไม่ควรมีเรื่องให้เสียดาย
ในตอนนี้ ซ่งชิงหลันคิดบางอย่างออก นางเงยหน้าขึ้นจากอ้อมกอดของไป๋เย่หาน กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ไป๋เย่หาน มีบางอย่างที่ข้าอยากสารภาพกับท่าน จริง ๆ แล้วข้าไม่ใช่…”
ไม่รอให้นางกล่าวจบ ไป๋เย่หานก็ขัดจังหวะนาง “ข้ารู้”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว “ท่านรู้อันใดกัน ข้า…”
แววตาลึกซึ้งของไป๋เย่หานจ้องมองซ่งชิงหลันอย่างอ่อนโยน พร้อมเอ่ยคำทีละคำ “คนที่ข้าต้องการคือเจ้า”
……
วันต่อมา
ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานถูกเสียงที่ลานบ้านปลุกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นั้นเป็นเสียงของนายทหารที่มาหา
ท่านยายถานและท่านตาซุนตกใจกันอย่างมาก รีบออกมาต้อนรับ เอ่ยถามอย่างสงสัย “ใต้เท้า พวกท่านมาที่บ้านพวกข้าตั้งมาก มีเรื่องอันใดหรือขอรับ”
ในตอนนี้ ไป๋เย่หานพาซ่งชิงหลันเดินออกมา ก็เห็นหานเฟยพาองครักษ์จากค่ายทหารและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมายืนกันอยู่ที่ลานบ้าน
เพียงหานเฟยเห็นนายท่านของตนก็เดินออกมา เข้าก็กล่าวด้วยความเคารพ “ท่านอ๋อง ทางแคบถูกจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ”
นายอำเภอเองก็รีบเดินหน้าเข้ามา “ข้าน้อยสั่งให้คนไปเสริมความแข็งแกร่งของภูเขาแล้วขอรับ ต่อให้ฝนตกอีก ก็จะไม่เกิดเหตุดินถล่มอีกแล้ว ขอท่านอ๋องโปรดวางใจขอรับ”
ท่านยายถานและตระกูลงุนงงไปในทันที พวกเขาทั้งหมดนั้นมองไป๋เย่หานด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ กล่าว “ที่แท้…ท่าน…ท่านก็เป็นท่านอ๋อง!”
นางรู้สึกเพียงว่าเขาจะต้องเป็นคนจากตระกูลสูงศักดิ์เป็นแน่ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะสูงศักดิ์ถึงขั้นเป็นคนในราชวงศ์
ดังนั้นพวกเขาจึงรีบคุกเข่าลง “ข้าน้อยได้พบท่านอ๋องแล้ว!”
“พวกเจ้าไม่ต้องคำนับหรอก” ไป๋เย่หานส่งสายตาดุใส่หานเฟย หานเฟยจึงพยุงพวกเขาทั้งหมดขึ้นมา
ซ่งชิงหลันเองก็เดินมาข้างหน้าพร้อมรอยยิ้ม “นั่นสิ พวกเราก็เพียงมาดื่มเหล้ามงคล ไม่ถือว่าเป็นอ๋องหรือไม่ใช่อ๋องหรอกเจ้าค่ะ”
ท่านยายถานยิ้มพลางดึงมือของท่านตาซุน “เหล่าซุน แม้แต่ท่านอ๋องก็ยังมาดื่มเหล้ามงคลของเรา ช่างเป็นเกียรติเสียจริง”
“นั่นสิ! นั่นสิ! คิดไม่ถึงว่าอายุใกล้จะลงโรงแล้ว ยังได้พบเรื่องประหลาดเช่นนี้อีก!”
จากนั้น ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานก็ออกจากหมู่บ้านชิงสุ่ยด้วยรถม้า
และหลังจากเหล่าชาวบ้านในหมู่บ้านชิงสุ่ยรู้ฐานะของไป๋เย่หาน ทุกคนก็พากันมาส่งพวกเขาจนออกไปจากหมู่บ้าน จากนั้นจึงได้แยกย้าย
และกว่าที่พวกเขากลับมาถึงเมืองหลวงก็เที่ยงเสียแล้ว
ไป๋เย่หานจูงมือซ่งชิงหลันลงจากรถม้า เข้าไปในจวนแม่ทัพด้วยกัน
หลังจากคนตระกูลซ่งรู้ว่าพวกเขากลับมา ก็ออกมาต้อนรับในทันที
กระดาษห่อไฟไม่ได้ฉันใด ความจริงก็ปกปิดไม่ได้ฉันนั้น ซ่งชิงหลันที่ไม่ได้กลับมาสองวัน อย่างไรเรื่องที่ติดอยู่ที่หมู่บ้านชิงสุ่ยก็ถูกแม่เฒ่าซ่งย่อมรู้อยู่ดี
เมื่อคืนนี้นางเป็นกังวลมากเสียจนนอนไม่หลับ พอได้เห็นซ่งชิงหลันกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว ในที่สุดก็วางใจลงได้
แต่แม่เฒ่าซ่งอดไม่ได้ที่จะตาแดง ออกมาจากห้องพลางร้องลั่น “หลันหลัน! ในที่สุดเจ้าก็กลับมา! เจ้าทำย่าตกใจไปหมดแล้ว!”
พวกน้องชายอย่างซ่งชิงตงเองก็วิ่งออกมา
ซ่งชิงเป่ยนั้นสายตาเฉียบคมที่สุด สายตาจับจ้องอยู่ที่มือของซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานที่จับกันแน่นทันที
และเขาก็ตื่นเต้นขึ้นมา ชี้ไปยังมือที่จับแน่นของทั้งสองคน ถามอย่างจงใจ “นี่ ท่านพี่ เกิดอันใดขึ้นระหว่างท่านกับท่านอ๋องกัน”
เพียงเขากล่าวเช่นนี้ แววตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่มือของทั้งสองอย่างพร้อมเพรียง
ทุกคนตกตะลึง มองไปยังทั้งคู่ด้วยสีหน้าตกใจและอยากรู้อยากเห็น
จนตอนนี้ใบหน้าเล็กของซ่งชิงหลันขึ้นสีแดง นางรีบผละมือออกจากไป๋เย่หาน เพราะสายตาสอดส่องของคนในตระกูล จากนั้นนางก็เปลี่ยนประเด็น “สองวันมานี้ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ขอกลับห้องไปพักก่อน” กล่าวจบก็เดินนำกลับเข้าห้องของตนไป
เมื่อเห็นไป๋เย่หานที่ถูกทิ้งไว้ที่เดิม ทุกคนก็รู้ความจึงไม่ถามอันใดอีก แต่ละคนต่างก็หันหลังจากไปพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
แต่ซ่งชิงหนานอยู่เป็นคนสุดท้าย เขาเข้าไปใกล้ไป๋เย่หาน กล่าวด้วยรอยยิ้ม “พวกท่าน…กลับมาคืนดีกันแล้วหรือขอรับ”
ไป๋เย่หานกลอกตามองเขา พลางขมวดคิ้ว “เป็นผลจากความพยายามต่างหาก”
“ก็หมายความไม่ต่างกันนี่ขอรับ”
“ต่างกันมากต่างหาก” ไป๋เย่หานถามต่อ “เฉินเฉินและเยว่เยว่เล่า เหตุใดไม่เห็นพวกเขาเลย”
“พวกเขาอยู่กับท่านพี่เฉียนขอรับ” ซ่งชิงหนานรีบอธิบาย “ท่านพี่ใหญ่และท่านพี่สะใภ้เป็นห่วงว่าหากพวกเขารู้เรื่องจะกลัว จึงได้ส่งตัวทั้งสองคนไปเมื่อสองคืนก่อน ข้าจะไปรับพวกเขากลับมาประเดี๋ยวนี้”
“อืม” ไป๋เย่หานพยักหน้า จากนั้นก็หันหลังเดินไปยังจวนหานอ๋อง
ซ่งชิงหนานเองก็ออกจากจวนแม่ทัพไปยังจวนเฉียน