ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 272 รอท่านอยู่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 272 รอท่านอยู่
บทที่ 272 รอท่านอยู่
ไป๋เย่หานกลับมาจากวังหลวง และเพิ่งจะลงจากรถม้า แต่ก็เห็นซ่งชิงหลันที่รออยู่หน้าประตูจวนหานอ๋อง
เขาตะลึงไป แล้วกล่าว “เจ้า…”
ซ่งชิงหลันยกยิ้ม แล้วกล่าวกับเขาว่า “ข้ารอท่านอยู่”
ทันทีที่เห็นซ่งชิงหลันสีหน้าขุ่นมัวของไป๋เย่หานในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นมาในทันที
ที่แท้ความรู้สึกที่มีคนรออยู่ที่บ้านนี้ช่างดีเสียจริง ๆ
ซ่งชิงหลันมาจับมือของเขา แววตาใสอันเฉลียวฉลาดของนางเหลือบมองเล็กน้อย แล้วกล่าวหยอกล้อ “ดูจากสีหน้าของท่านอ๋อง ท่าทางท่านคงจะออกไปด้วยความฮึกเหิม แต่กลับมาด้วยความผิดหวังสินะเจ้าคะ”
นางย่อมรู้อยู่แล้วว่า ที่เขาเข้าวังไปตั้งแต่เช้าตรู่นั้นเป็นไปด้วยเรื่องอันใด
อีกอย่างนางเองก็พอจะเดาได้ตั้งแต่แรกว่าจะมีจุดจบเช่นนี้
อย่างไรเสีย งานแต่งขององค์รัชทายาทจะเป็นเรื่องเล่น ๆ ของเด็กได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ไป๋เย่หานยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งรัชทายาท ว่ากันตามความคิดของราชวงศ์แล้ว พระชายาของเขาจะต้องเป็นหญิงสูงศักดิ์จากตระกูลชั้นสูง ผู้หญิงที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนาง เพียงคำพูดของพระสนมเฉินในวันนั้นก็ถือว่ามีมารยาทแล้ว
นางได้เตรียมใจเอาไว้นานแล้ว
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย จับมือซ่งชิงหลันไว้แน่น กล่าวเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ข้าต้องจัดการให้ได้”
“ข้าไม่กังวลหรอก” ซ่งชิงหลันมองเขาด้วยแววตามั่นคง “ในเมื่อตัดสินใจจะอยู่ด้วยกัน ขอเพียงท่านไม่ยอมแพ้ ข้าเองก็จะยืนหยัดเพื่อท่านเช่นกันเพคะ”
ซ่งชิงหลันไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจตั้งแต่แรกแล้ว นางจะแต่งกับตัวไป๋เย่หาน ไม่ว่าเขาจะเป็นอ๋องหรือไม่ แต่ในเมื่อมีปัญหาอันใดก็ต้องเผชิญหน้าไปด้วยกัน
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ของซ่งชิงหลัน ไป๋เย่หานก็ซาบซึ้งเป็นอย่างมาก
เขามองนางอย่างจริงใจลึกซึ้ง “เพียงคำพูดนี้ของเจ้าก็พอแล้ว”
“เอาเถิด เลิกคิดเรื่องไม่สบายใจได้แล้ว ไปกัน ข้าจะพาท่านไปมีความสุขเสียหน่อย” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็จูงไป๋เย่หานเดินเข้าจวนท่านแม่ทัพไป
ไป๋เย่หานมองไปยังหม้อดินที่ซ่งชิงหลันยกมาวางบนโต๊ะ พอเปิดฝาขึ้น ก็เห็นของแข็งสีเหลืองอ่อนอยู่ด้านใน ทั้งยังมีกลิ่นหอมนมจาง ๆ ลอยออกมาอีกด้วย เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย “นี่คือ…เต้าหู้หรือ”
“คิก!” ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา กล่าวอธิบาย “เต้าหู้อันใดกันเจ้าคะ นี่คือพุดดิ้ง”
“พุดดิ้งหรือ” ไป๋เย่หานเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย “มันคืออันใด”
“นี่เป็นของหวานที่ข้าทำออกมาใหม่ หากคนมีเรื่องไม่สบายใจ ได้กินของหวานเสียหน่อยก็จะอารมณ์ดีขึ้น ท่านชิมดูสิ”
เพียงไป๋เย่หานได้ฟัง ในใจของเขาก็เบิกบานขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ความรู้สึกนี้เป็นของที่พระชายามอบให้เขาเป็นพิเศษ เพื่อให้เขาอารมณ์ดี
ดังนั้น ไป๋เย่หานจึงหยิบช้อนขึ้นมาอย่างรอไม่ไหว ตักมาคำหนึ่งแล้วใส่ปาก
ชายหนุ่มรู้สึกเพียงว่าพุดดิ้งนี้มีรสชาตินุ่มละมุน หอมหวน ละลายในปาก ทั้งยังมีรสชาติเฉพาะตัว ทำให้ยากจะลืมเลือน
ซึ่งซ่งชิงหลันมองหน้าเขาอย่างคาดหวัง แล้วเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรเจ้าคะ อร่อยหรือไม่ ท่านอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างหรือไม่”
“อืม” ไป๋เย่หานพยักหน้า “ของว่างนี้มีกลิ่นหอม นุ่มละมุน หอมหวาน ทั้งยังมีกลิ่นเฉพาะตัว อร่อยดี”
“เช่นนั้นก็ดีมากเลย” ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างมีความสุขออกมาทันที
“ขนาดท่านอ๋องยังบอกว่าอร่อย เช่นนั้นข้าก็วางใจจะขายของหวานชนิดนี้ในภัตตาคารอวิ๋นหลายแล้ว เชื่อว่าจะต้องมีคนชอบมากเป็นแน่เจ้าค่ะ”
เพียงไป๋เย่หานได้ยิน มือที่ถือช้อนอยู่ก็หยุดลง มุมปากกระตุก เอ่ยถาม “ที่แท้ เจ้าก็เอาข้ามาชิมอาหาร เพื่อเป็นหนูทดลองอย่างนั้นหรือ”
“ใช่น่ะสิ!” ซ่งชิงหลันพยักหน้าด้วยท่าทางมั่นใจ จากนั้นก็กล่าวต่อ “ท่านอ๋อง ท่านต้องกินพุดดิ้งนี้ให้หมดนะเจ้าคะ จะให้เสียเปล่าไม่ได้ ข้ากลับภัตตาคารอวิ๋นหลายก่อน”
กล่าวจบ นางก็หมุนตัวจากไป
ไป๋เย่หานมองหลังของนางที่จากไปอย่างสบายใจ จากนั้นก็มองพุดดิ้งตรงหน้า และเผยรอยยิ้มที่จนปัญญาและรักใคร่
อย่าว่ากระนั้นเลย อารมณ์ของเขาดีขึ้นมากจริง ๆ
ซ่งชิงหลันเพิ่งจะเดินออกมาข้างนอก ก็เห็นซ่งซิงเยว่ที่ยืนพิงเสาตรงประตูด้านหนึ่ง สองมือกอดอก ท่าทางราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย
จากนั้นดวงตากลมโตของซ่งซิงเยว่กวาดมองร่างของซ่งชิงหลันหลายรอบ
ทำให้ซ่งชิงหลันที่ถูกนางรู้สึกร้อนตัว “เยว่เยว่ เจ้าทำอันใดอยู่อย่างนั้นหรือ”
ซ่งซิงเยว่ยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย กล่าวเสียงเบา “ท่านแม่ เหตุใดท่านจึงโกหกเก่งนักเจ้าคะ”
ท่าทางอวดเก่งเช่นนี้ กลับดูคล้ายคลึงกับไป๋เย่หานไม่มีผิด
“ท่านพ่อฉลาดเฉลียวเพียงนี้ กลับมาตกหลุมพรางท่านแม่ตรงนี้เสียได้” ซ่งซิงเยว่ยิ้ม เดินมาตรงหน้าซ่งชิงหลัน “ของหวานพุดดิ้งอันนั้น เห็น ๆ อยู่ว่าท่านเอาข้ากับเฉินเฉินมาเป็นหนูทดลอง ปรับแก้กันนับครั้งไม่ถ้วน ให้พวกข้าสองคนกินเสียจนแทบอาเจียนกว่าจะทำออกมาได้ เพื่อให้ท่านพ่อเป็นพิเศษ แล้วเหตุใดต้องโกหกท่านพ่อด้วยเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันรีบปิดปากของนางไว้ทันที และกล่าวเบา ๆ “เจ้าพูดเบา ๆ หน่อย”
“อย่าให้บิดาของเจ้าได้ยินเข้า ลูกแม่”
ซ่งซิงเยว่กะพริบตาปริบ ๆ แล้วพยักหน้า “ท่านแม่ ปล่อยมือได้แล้วเจ้าค่ะ”
“เยว่เยว่ บางครั้งการโกหกเสียบ้างก็ไม่เสียหายอันใด เจ้ารู้หรือไม่”
กล่าวจบ นางก็รีบพาซ่งซิงเยว่จากไป เพราะกลัวว่าไป๋เย่หานจะรู้เข้า
แต่นางไม่รู้เลยว่าด้วยทักษะอันเชี่ยวชาญของไป๋เย่หาน บทสนทนาของพวกนางแม่ลูกนั้นถูกเขาได้ยินมาตั้งแต่แรก
ตั้งแต่นั้น เมื่อเห็นพุดดิ้งหวาน ๆ ที่อยู่ตรงหน้า เขาก็รู้สึกว่ามันอร่อยขึ้นเรื่อย
วันนี้ ซ่งชิงหลันกำลังหารือกับหลี่ซิ่วซิ่วอยู่ที่ร้านเสื้อซิงเยว่
หลี่ซิ่วซิ่วนำแผนภาพกองหนึ่งออกมา แล้วมอบให้ซ่งชิงหลัน “ท่านพี่ชิงหลัน ดูของเหล่านี้สิเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันดูทีละแผ่น ก็เห็นว่าภาพที่อยู่บนกระดาษนั้นเป็นรูปแบบของเครื่องประดับ นางเงยหน้าขึ้น มองหลี่ซิ่วซิ่วที่ยิ้มกรุ้มกริ่ม จึงรอให้นางกล่าวต่อ
“ท่านพี่ ท่านยังจำเรื่องที่ท่านเคยถามข้าตอนเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ว่าต่อไปข้าอยากจะทำอันใดได้หรือไม่ นี่คือแผนการของข้าเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว “เจ้าคิดจะเปิดร้านขายเครื่องประดับหรือ”
“เจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้า
“ไหนลองเล่าความคิดของเจ้ามาสิ”
“ความจริงแล้ว ที่ข้าคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ก็เป็นเพราะได้ยินลูกค้าบางคนพูดว่า ร้านเสื้อซิงเยว่ของเราเสื้อผ้าสวยงาม แต่มักจะรู้สึกว่าไม่สามารถซื้อเครื่องประดับที่ถูกใจให้เข้ากับพวกมันได้ ก่อนหน้านี้ข้าเองก็ลองดูร้านเครื่องประดับในเมืองหลวงรอบหนึ่งแล้ว ก็พบว่าเครื่องประดับในตอนนี้ยังไม่ทันสมัยพอ อีกทั้งเสื้อผ้าที่เราทำก็แตกต่างจากที่อื่น ไม่เข้ากันเลยจริง ๆ ดังนั้นข้าจึงอยากทำเครื่องประดับของตนเองเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ หลี่ซิ่วซิ่วก็นำแผนภาพอีกจำนวนหนึ่งออกมา “ท่านพี่ ดูสิเจ้าคะ นี่คือแบบเสื้อผ้าที่ข้าวาดใหม่ล่าสุด จากนั้นท่านก็ดูเครื่องประดับเหล่านั้นที่ข้าวาด มันสามารถเอามาจับคู่กันได้”
ซ่งชิงหลันลองเทียบกัน และก็เป็นอย่างที่นางว่าจริง ๆ
แต่พอหลี่ซิ่วซิ่วเห็นว่านางดูอย่างเดียวไม่กล่าวอันใด ก็อดเป็นกังวลขึ้นมาไม่ได้ “ท่านพี่ ท่านคิดว่าความคิดนี้ของข้าไม่ดีหรือเจ้าคะ”
“ดีสิ! ดีมาก!” ซ่งชิงหลันยิ้ม จากนั้นก็กล่าวต่อ “อีกอย่าง เจ้าเองยังคิดเช่นเดียวกับข้าอีก”
กล่าวจบ ซ่งชิงหลันเองก็นำเอาสมุดภาพที่ตนวาดไว้ออกมา “จริง ๆ แล้ว ที่ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ ก็เพราะอยากคุยกับเจ้าเรื่องนี้”