ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 273 เจ้าต้องระวัง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 273 เจ้าต้องระวัง
บทที่ 273 เจ้าต้องระวัง
หลี่ซิ่วซิ่วเปิดดูสมุดภาพ ก็เห็นว่าในแผนภาพที่ซ่งชิงหลันวาดนั้นเป็นแบบเสื้อผ้าสวยงาม อีกทั้งในนั้นยังมีเครื่องประดับอยู่ด้วย ดูแล้วเป็นรูปแบบครบชุด อีกทั้งเครื่องประดับทุกชุดยังมีภาพแยกชิ้นที่บอกรายละเอียด ซึ่งมันงดงามเป็นพิเศษ
หลี่ซิ่วซิ่วเปิดดูทีละแผ่น ทุกชุดนั้นเข้ากันได้อย่างดี ทั้งยังเป็นแบบใหม่ไม่เหมือนผู้ใด แค่มองก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
เมื่อเทียบกับของซ่งชิงหลันแล้ว ภาพเหล่านั้นที่นางวาดก็ดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หลี่ซิ่วซิ่วเอ่ยชมอย่างอดไม่ได้ “ท่านพี่ ภาพเหล่านี้ที่ท่านวาดล้วนงดงามนัก ตั้งแต่เมื่อไรที่ท่าน…”
“จริง ๆ แล้วตอนนั้นที่เตรียมชุดแต่งงานให้ท่านยายถาน…” ซ่งชิงหลันกล่าวต่อจากนาง “ท่านยายถานอายุมากแล้ว อีกทั้งชุดแต่งงานที่เราออกแบบให้นางยังเรียบง่ายงดงาม ดังนั้นข้าจึงอยากจะหาเครื่องประดับที่ไม่โดดเด่นจนเกินไปให้นางเสียหน่อย แต่ว่าในตอนนั้นเมื่อไปดูร้านเครื่องประดับสองสามร้าน ก็ล้วนเป็นแบบที่เรียบง่าย ดังนั้นข้าจึงคิดว่าเราอาจจะทำเองได้ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะคิดเหมือนกันกับข้า”
หลี่ซิ่วซิ่วได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเล็กน้อย “ถึงแม้เราจะคิดแบบเดียวกัน แต่เครื่องประดับที่ข้าวาด กับของที่ท่านพี่วาด ยังต่างชั้นกันอยู่มากเจ้าค่ะ”
“โถ่ ซิ่วซิ่ว เจ้าอย่าดูถูกตัวเองนักเลย เจ้าจำได้หรือไม่ว่าข้าเคยบอกเจ้า เจ้าเป็นหญิงที่มีความสามารถ เพียงแต่ขาดความมั่นใจ เมื่อเวลาผ่านไป เจ้าเองก็จะจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว”
กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็ยิ้มออกมา มองหลี่ซิ่วซิ่วด้วยดวงตาเป็นประกาย “ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ไม่เลวเลย”
“ท่านพี่ ท่าน… ท่านกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ”
“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจจะเปิดร้านเครื่องประดับ เช่นนั้นก็วางมือไปทำเสีย ข้าเองก็จะสนับสนุนเจ้าสุดความสามารถ จริงสิ ชิงตงรู้เรื่องนี้หรือยัง”
หลี่ซิ่วซิ่วยิ้มอย่างอ่อนโยน พยักหน้าแล้วกล่าว “เจ้าค่ะ รู้แล้ว พี่ชิงตงเองก็สนับสนุนข้า เพียงแต่ข้ากังวล… ว่าข้าจะทำได้ไม่ดี”
“ไม่ต้องกังวล ตอนนี้ร้านเสื้อซิงเยว่เองก็ฝึกฝนหญิงปักผ้าออกมามากมาย เจ้าเองก็ไปทำสิ่งที่เจ้าอยากทำได้อย่างสบายใจ มีปัญหาอันใดก็มาปรึกษาข้าและชิงตงได้”
เมื่อได้รับการปลุกใจจากซ่งชิงหลัน หลี่ซิ่วซิ่วก็มั่นใจขึ้นมาเป็นเท่าตัว และมีความฮึกเหิมเพียงพอแล้ว
ซ่งชิงหลันมองนางอย่างปลื้มใจ หาปลาให้กินไม่เท่าสอนวิธีหาปลา เมื่อเห็นหลี่ซิ่วซิ่วเติบโตขึ้น นางก็รู้สึกประสบความสำเร็จเสียยิ่งกว่าตนหาเงินได้จำนวนมากเสียอีก
ระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกันอย่างมีความสุขอยู่นั้นเอง หวงเสี่ยวโต้วก็วิ่งเข้ามาอย่างกระวนกระวาย “ท่านพี่ชิงหลัน ไม่ได้การแล้วขอรับ ภัตตาคารอวิ๋นหลายเกิดเรื่องแล้ว! ท่านรีบกลับไปเถิด!”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วแน่น รีบตามเขาออกจากร้านเสื้อซิงเยว่ไป
ระหว่างทางกลับไปยังภัตตาคารอวิ๋นหลาย ซ่งชิงหลันก็ถามถึงสถานการณ์ “เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่”
หวงเสี่ยวโต้วยังคงหวาดผวาอยู่ เดินตามฝีเท้าของซ่งชิงหลันไปพลางกล่าวตอบเสียงเบา “เมื่อครู่มีลูกค้ายอดแย่คนหนึ่งเข้ามา ไม่รู้ว่าเป็นอันใด เขาพาพรรคพวกที่มีฝีมือการต่อสู้แข็งแกร่งมาด้วย พวกเขาเพียงเข้ามาก็ต้องการห้องที่ดีที่สุด ทั้งยังบอกว่าต้องการพบท่าน ดังนั้น ท่านผู้ดูแลร้านจึงให้ข้ามาตามท่านขอรับ”
กล่าวจบเขาก็มองซ่งชิงหลัน เอ่ยถามเสียงต่ำ “ท่านพี่ชิงหลัน เราไปแจ้งทางการก่อนดีหรือไม่ขอรับ”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย และกล่าวเสียงเบา “ไม่ต้อง ไปดูสถานการณ์ก่อนค่อยว่ากัน”
นายท่านเฉียนนั้นหากินในเมืองหลวงทั้งทางสว่างและทางมืด และทุกคนล้วนรู้ว่าเบื้องหลัง ภัตตาคารอวิ๋นหลายของนางมีนายท่านเฉียนคอยสนับสนุน ดังนั้นตั้งแต่ที่นางเปิดกิจการมา จึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาหาเรื่อง
คนผู้นั้นที่มาในวันนี้ เกรงว่าจะไม่ใช่คนธรรมดา
ระหว่างพูดคุย ซ่งชิงหลันก็กลับมาถึงภัตตาคารอวิ๋นหลาย
เห็นว่าที่หน้าประตูภัตตาคารมีคนสีหน้าไร้อารมณ์สองคนยืนเฝ้าอยู่ ก่อนซ่งชิงหลันจะเข้าไปก็เหลือบมองไปยังกระบี่ที่เอวของพวกเขา ในใจลอบคิดวางแผน
พอซ่งชิงหลันเพิ่งเดินเข้าไปในภัตตาคารอวิ๋นหลาย หลิวกุ้ยเสียและซ่งอวิ๋นเฟิงก็รีบเดินมาข้างหน้า จับมือของซ่งชิงหลันอย่างประหม่าแล้วกล่าวอย่างเป็นกังวล “หลันหลัน คนผู้นั้นดูแล้วไม่ใช่คนธรรมดา เจ้าต้องระวังให้ดีนะ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “พวกท่านไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ แล้วนี่เขาอยู่ที่ใดหรือ”
ซ่งอวิ๋นเฟิงชี้ไปที่ชั้นสอง “อยู่ที่ห้องงดงามเหนือปฐพี”
ซ่งชิงหลันเดินขึ้นชั้นบนไปทันที ก็เห็นว่าหน้าประตูห้องงดงามเหนือปฐพีนั้นก็มีคนสองคนเฝ้าอยู่เช่นกัน
นางหรี่ตาเล็กน้อย และลอบยิ้ม จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องงดงามเหนือปฐพี
เพียงเข้าประตูไปก็เห็นชายรูปร่างสง่า งดงาม น่าเกรงขามนั่งอยู่ตรงที่นั่งหลัก ถึงแม้จะดูมีอายุเล็กน้อย แต่ก็พอจะมองออกว่าตอนที่ยังหนุ่มนั้นรูปงามโดดเด่นเพียงใด โดยเฉพาะรัศมีของราชาจากสวรรค์ที่แผ่ออกมาทั้งตัวนั้น ทำให้คนอดที่จะหวาดกลัวตั้งแต่แรกเห็นไม่ได้
ในที่สุดนางก็เข้าใจ ว่าเหตุใดพวกหลิวกุ้ยเสียจึงประหม่าเพียงนั้น เพราะคนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาจริง ๆ
เขาคือฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน
ทันทีที่จิ่งกวงเย่เห็นซ่งชิงหลัน ก็อดที่จะตะลึงไปไม่ได้ เขาหรี่ตาคมเล็กน้อยแล้วลอบพิจารณานางครู่หนึ่ง จากนั้นก็กล่าวเสียงเบา “เจ้าคือแม่นางซ่งหรือ”
น้ำเสียงทุ้ม ทรงอำนาจ และน่าเกรงขาม…
หากแต่ซ่งชิงหลันไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย นางยิ้มพลางพยักหน้า “เจ้าค่ะ”
นางจัดการเรื่องราวได้อย่างไม่ตื่นตระหนก เป็นธรรมชาติและสงบนิ่ง จิ่งกวงเย่จึงพึงพอใจกับท่าทีของนางมาก
ต้องยอมรับว่าหญิงสาวตรงนี้นั้นถือว่างดงามล้ำเลิศ แต่สิ่งที่ดึงดูดคนยิ่งกว่า ก็คือจิตวิญญาณนางนั้นช่างต่างกับคนอื่น
หญิงสาวในเมืองหลวง ส่วนมากนั้นอ่อนหวานและสงบเสงี่ยม ส่วนนางกลับดูมีความมั่นใจเปล่งประกาย ไม่อวดดีและไม่หุนหัน
ในตอนนี้ จางอิงรั่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยออกมาอย่างพอดิบพอดี “นายท่านของข้าได้ยินว่าอาหารของภัตตาคารอวิ๋นหลายรสชาติอร่อยและแตกต่าง วันนี้จึงได้มาถึงที่นี่ ก็ด้วยอยากจะชิมด้วยตนเอง หากทำให้แม่นางซ่งต้องลำบาก ก็ต้องขออภัยด้วย”
ซ่งชิงหลันยิ้ม กล่าวอย่างสงบนิ่ง “พูดเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเปิดร้านทำการค้าขาย ย่อมต้องต้อนรับทุกท่านที่มาชิมอาหาร เช่นนั้น ฝ่าบาทสั่งอาหารเรียบร้อยแล้วหรือยังเจ้าคะ”
แววตาของจิ่งกวงเย่เป็นประกาย มองซ่งชิงหลันกล่าวเสียงต่ำ “ข้าเพิ่งเคยมา ไม่รู้ว่าอาหารจานใดจะถูกปาก เช่นนั้นแม่นางซ่งช่วยสั่งให้ข้าได้หรือไม่”
ซ่งชิงหลันหรี่ตาเล็กน้อย มองออกถึงการหยั่งเชิงจากแววตาอันเฉียบคมของเขา
นางพยักหน้าอย่างเรียบเฉย “เจ้าค่ะ ข้าจะไปที่ครัวเพื่อเตรียมอาหารเดี๋ยวนี้”
กล่าวจบ นางก็หมุนตัวเดินออกจากห้องงดงามเหนือปฐพี เดินลงไปชั้นล่าง
ซึ่งหลิวกุ้ยเสียและซ่งอวิ๋นเฟิงรีบเดินเข้ามาหาอีกครั้ง กล่าวอย่างกังวล “หลันหลัน เป็นอย่างไรบ้าง คนผู้นั้นไม่ได้ทำให้เจ้าลำบากใจใช่หรือไม่”
กลุ่มคนเหล่านั้นดูแล้วล้วนแต่งตัวดี แต่ก็มีความรู้สึกที่ทำให้คนเกรงขาม
ซ่งชิงหลันยิ้มพลางพยักหน้า “เปล่าเจ้าค่ะ เขาเพียงแต่มาสั่งอาหารกินเท่านั้น”
“เช่นนั้นเขาสั่งอาหารอันใดหรือ” หลิวกุ้ยเสียเห็นว่าในมือซ่งชิงหลันไม่มีรายการอาหาร ก็เอ่ยถามอย่างสงสัย
ซ่งชิงหลันยิ้ม และกล่าวตอบ “อาหารที่ข้าทำ”
กล่าวจบ นางก็เดินตรงเข้าไปในครัว เหลือไว้เพียงหลิวกุ้ยเสียและสามีที่มีสีหน้างุนงง “นี่หมายความว่าอย่างไรกัน”