ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 274 ฉลาดเฉลียว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 274 ฉลาดเฉลียว
บทที่ 274 ฉลาดเฉลียว
แม้ภัตตาคารอวิ๋นหลายจะเปิดให้บริการมานาน แต่ปกติแล้วซ่งชิงหลันจะเข้าครัวทำอาหารเฉพาะยามหารือกับฟางโย่วลี่เรื่องรายการอาหาร และจำนวนครั้งที่นางเข้าครัวทำอาหารให้ลูกค้านั้นช่างมีน้อยเป็นอย่างมาก
ดังนั้นทุกคนจึงตกใจอย่างมาก ลูกค้าปริศนาผู้นี้เป็นผู้วิเศษจากที่ใดกัน
แต่ซ่งชิงหลันไม่บอก พวกเขาเองก็ไม่กล้าที่จะซักถาม ทำได้เพียงคอยเป็นผู้ช่วยอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ
วัตถุดิบและเครื่องมือในครัวของภัตตาคารอวิ๋นหลายมีครบถ้วนทุกชนิด ทั้งยังมีผู้ช่วยพ่อครัวคอยช่วยหั่นผักเตรียมอาหาร ดังนั้น ซ่งชิงหลันจึงรับหน้าที่เพียงปรุงอาหารจับกระทะ ทำให้การทำอาหารไม่ถือว่าต้องลงแรงมากเกินไปนัก
หลังจากเตรียมกับข้าวห้าอย่างและแกงหนึ่งอย่างเสร็จแล้ว นางก็สั่งให้คนยกอาหารไปกับตนที่ห้องส่วนตัวงดงามเหนือปฐพี
จิ่งกวงเยี่ยเห็นอาหารห้าอย่างและแกงหนึ่งอย่างที่ถูกวางลงบนโต๊ะก็อดเลิกคิ้วไม่ได้ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “นี่มัน… ดูเหมือนจะไม่ใช่รายการอาหารพิเศษของภัตตาคารอวิ๋นหลายนะ”
ซ่งชิงหลันยังคงใจเย็น นางยิ้มเล็กน้อยพร้อมเอ่ยตอบ “นี่เป็นอาหารที่ข้าลงมือทำ เตรียมให้ท่านด้วยตัวเองเจ้าค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ” จิ่งกวงเยี่ยสนอกสนใจขึ้นมาในทันที ส่งสายตาให้จางอิงรั่งที่อยู่ข้างกาย
จางอิงรั่งพยักหน้า โน้มตัวไปข้างหน้า หยิบเอาชามแกงวางลงตรงหน้าจิ่งกวงเยี่ย
และในขณะเดียวกัน ซ่งชิงหลันเองก็กล่าวอธิบาย “นี่เป็นแกงไก่ใส่เห็ดหลิงจือ สือหู และโสมเจ้าค่ะ ช่วยในการบำรุงหยินของปอด ระบายความร้อนแก้กระหาย แก้เมาค้าง ช่วยปกป้องตับ เหมาะกับคนที่ปกติแล้วเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานราชการถึงดึกดื่นเจ้าค่ะ”
แววตาของจางอิงรั่งที่มองซ่งชิงหลันนั้นอดไม่ได้ที่จะเผยความชื่นชม พลางยิ้มเล็กน้อย “คิดไม่ถึงว่าแม่นางซ่งจะรู้จักอาหารบำรุงเสียด้วย”
“ข้ารู้เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นเจ้าค่ะ”
จิ่งกวงเยี่ยดื่มน้ำแกงคำหนึ่ง ทันใดนั้นก็คลายคิ้ว แล้วพยักหน้า “อืม อร่อยจริง ๆ แม้จะใส่สมุนไพรเหล่านี้ไปแล้ว แต่น้ำแกงนี้ยังมีรสหวานอีกหรือ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ข้าใส่พุทราเชื่อมลงไปในน้ำแกงเจ้าค่ะ จะทำให้รสชาติของน้ำแกงดีขึ้นเล็กน้อย”
สีหน้าของจิ่งกวงเยี่ยเต็มไปด้วยความชื่นชมและพึงพอใจ จากนั้นก็ส่งสายตาบอกให้จางอิงรั่งจัดอาหารให้ตนต่อไป
ซ่งชิงหลันอธิบายต่อ “นี่คือยำปวยเล้งเจ้าค่ะ ปวยเล้งมีรสหวาน ให้ความเย็น หากลงลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหารแล้ว จะบำรุงเลือด และช่วยห้ามเลือด บำรุงอวัยวะภายในทั้งห้า ช่วยคลายระบบย่อย บำรุงหยินให้ตับ ช่วยย่อย วิธีการทำยำจะช่วยให้อาหารสดและอร่อยยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้เจริญอาหารเจ้าค่ะ”
จิ่งกวงเยี่ยกินไปคำหนึ่ง
“นี่คือขึ้นฉ่ายและดอกไป๋เหอ ขึ้นฉ่ายและดอกไป๋เหอมีคุณค่าทางโภชนาการและการรักษาเหมือน ๆ กันเจ้าค่ะ ช่วยบำรุงประสาท บำรุงตับ ลดความดันเลือด ลดอาการไอ ช่วยให้จิตใจสงบได้เจ้าค่ะ”
จิ่งกวงเยี่ยกินเข้าไปหนึ่งคำ
“นี่คือมะระยัดไส้เจ้าค่ะ แม้มะระจะขม แต่ก็มีสารอาหารมากมาย มีผลช่วยคลายร้อน ลดไข้ บำรุงสายตาและล้างพิษ”
จิ่งกวงเยี่ยกินเข้าไปหนึ่งคำ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามันอร่อยมาก เขาจึงผ่อนคลายและรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมา “อืม ไม่เลว มะระนั้นไม่ขมทั้งยังหวาน นุ่มละมุน ไส้เองก็หอมและไม่เลี่ยน เมื่อรวมกับกลิ่นหอมของมะระ ความหวานก็เพิ่มมากขึ้น”
ว่าจบเขาก็ยังอยากกินอีกชั้น แต่จางอิงรั่งที่อยู่ข้าง ๆ กลับยิ้มแล้วกล่าวออกมา “นายท่าน ลองชิมสิ่งนี้ดูดีหรือไม่ขอรับ”
จิ่งกวงเยี่ยเห็นเขาคีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่ลงมาในชาม และอดที่จะมองไปยังซ่งชิงหลันด้วยสายตาอดสงสัยไม่ได้ “นี่คืออันใดหรือ”
“นี่คือเนื้อไก่ฉีกเจ้าค่ะ ข้าเลือกใช้ไก่ซานหวงชั้นดี ต้มให้สุกก่อนจากนั้นก็นำมาแช่น้ำเย็นให้เย็น และใช้มือฉีกเนื้อ ทิ้งกระดูกไป แล้วก็ผสมกับน้ำจิ้มสูตรลับเจ้าค่ะ”
เพียงฟังวิธีทำ จิ่งกวงเยี่ยก็สนอกสนใจอย่างมากแล้ว “วิธีการทำไก่เช่นนี้ ข้าเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก”
กล่าวจบ เขาก็กินไปคำหนึ่ง และหันมองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ไก่นี้เนื้อละเอียดนัก ไขมันพอประมาณ อร่อยและชุ่มฉ่ำ เคี้ยวแล้วไม่เลี่ยนทั้งยังไม่แห้งแข็ง มีรสชาติสดชื่นอย่างมาก ถือว่าเป็นรสชาติอันโอชะเสียจริง!”
จิ่งกวงเยี่ยรู้สึกเพียงว่ามีกลิ่นหอมหวนติดอยู่ในปาก และยังไม่หนำใจ เขาไม่สนใจคำแนะนำของจางอิงรั่ง ยังคงคีบเอาไก่อีกสองสามชิ้นเข้าปาก
“อาหารจานสุดท้ายนี้ ก็คือวุ้นเส้นผัดกระเทียมสับและผักกาดขาวเจ้าค่ะ ปกติแล้วนายท่านคุ้นชินกับการกินอาหารอันโอชะ กินผักและอาหารมังสวิรัติเสียหน่อยก็มีประโยชน์มากนะเจ้าคะ”
หลังจากจิ่งกวงเยี่ยได้กินอาหารทุกจานแล้วก็มองซ่งชิงหลันที่ไม่เก็บสิ่งใดใส่ใจ พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “อาหารห้าจานและน้ำแกงของแม่นางซ่ง ช่างถูกปากข้าเหลือเกิน”
ทันใดนั้นเอง ในห้องส่วนตัวงดงามเหนือปฐพีก็มีเสียงเคาะประตู
ซ่งชิงหลันกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ยังมีของหวานอีกจานหนึ่ง ได้เวลาพอดีเจ้าค่ะ”
นางเปิดประตู รับถาดที่หวงเสี่ยวโต้วยกมา นำหม้อหินวางลงตรงหน้าจิ่งกวงเยี่ย
เพียงเปิดฝาออก ก็มีกลิ่นหอมจาง ๆ ของนมลอยมาเตะจมูก มันช่างมีกลิ่นหอมหวานน่าอร่อย
จิ่งกวงเยี่ยมองแวบหนึ่ง และเอ่ยถาม “นี่คือ… เต้าหู้หรือ”
ซ่งชิงหลันอดยิ้มออกมาไม่ได้ ช่างสมกับเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ การตอบสนองของพวกเขาเหมือนกันไม่มีผิด
นางกล่าวอธิบายเสียงเบา “นี่คือของหวานชนิดหนึ่งเรียกว่าพุดดิ้งเจ้าค่ะ ทำจากไข่และนม”
จิ่งกวงเยี่ยใช้ช้อนตักเข้าปากคำหนึ่ง รู้สึกเพียงว่าหอมนุ่มและหวาน รสชาติติดอยู่ที่ปลายลิ้น
เขาพยักหน้า “อืม อร่อย”
กล่าวจบก็ตักอีกหนึ่งคำ ส่วนจางอิงรั่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็ล้มเลิกที่จะห้าม เขาไม่เอ่ยเตือนอีกแล้ว อย่างไรตอนนี้นายท่านก็ไม่ได้อยู่ในวังหลวง นายท่านอยากกินเช่นไรก็ให้กินเสียดีกว่า
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ท่านอ๋องเองก็ชอบพุดดิ้งนี้ ดังนั้นหม่อมฉันจึงเดาว่าพระองค์ก็คงจะทรงโปรดเพคะ”
มือที่ถือช้อนของจิ่งกวงเยี่ยหยุดชะงักในทันที เงยหน้าขึ้นมามองซ่งชิงหลันอย่างใจเย็น “เจ้ามองออกถึงฐานะของข้าได้อย่างไร”
“ถึงแม้องครักษ์ที่ชั้นล่างและตรงประตูจะแต่งตัวเป็นคนธรรมดา แต่กระบี่ที่เอวมีรอยสลักตราของราชวงศ์ อีกทั้งหม่อมฉันยังสังเกตเห็นว่าขุนนางจางข้างพระวรกายฝ่าบาทนั้นคอยรับใช้อย่างดีราวกับรู้ถึงความคิดของพระองค์ทุกอย่าง เมื่อครู่หม่อมฉันเห็นท่านขุนนางช่วยจัดวางอาหาร ทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและรู้นิสัยการเสวยของฝ่าบาทเป็นอย่างดี อีกทั้งเมื่อครู่ตอนที่พระองค์ต้องการเสวยมะระยัดไส้อีกชิ้น ท่านขุนนางก็คอยห้ามอย่างรู้ความ คิดดูแล้ว ข่าวที่ว่าฝ่าบาทเสวยอาหารเพียงอย่างละคำคงจะเป็นความจริง อีกทั้งที่สำคัญที่สุด ท่านอ๋องและฝ่าบาททรงมีพระพักตร์ที่คล้ายคลึงกันเจ็ดในสิบส่วน มองปราดเดียวก็ดูออกเพคะ”
เมื่อฟังการวิเคราะห์เหล่านี้ของซ่งชิงหลันจบ แววตาของจิ่งกวงเยี่ยก็เผยความประหลาดใจและชื่นชมออกมาอย่างอดไม่ได้ “ตอนอยู่ในวังข้าเคยได้ยินว่าแม่นางซ่งเป็นหญิงอัศจรรย์แห่งเมืองหลวง พอได้พบเจ้าในวันนี้ ก็ถือว่าชื่อเสียงของแม่นางเป็นเรื่องจริง แม่นางซ่งไม่เพียงแต่รูปงาม หากแต่ฉลาดเฉลียวเหนือผู้ใดกล้าหาญเหนือผู้ใด ทั้งยังมีไหวพริบอีกด้วย!”
จางอิงรั่งเองก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองนาง และกล่าวชม “ที่แท้แม่นางซ่งมองปราดเดียวก็เห็นถึงสถานะของฝ่าบาทอย่างทะลุปรุโปร่ง ดังนั้นจึงได้ทำอาหารรายการผักที่บำรุงชี่และช่วยให้เจริญอาหารมาให้เป็นพิเศษ ช่างใส่ใจเหลือเกิน”
ซ่งชิงหลันยิ้มบาง “ฝ่าบาทและท่านขุนนางจางชมเกินไปแล้วเพคะ”
จางอิงรั่งอยู่ข้างกายฝ่าบาทมาหลายปี ทั้งยังอยู่ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยความหน้าไหว้หลังหลอกและความโหดร้ายของคนมาหลายปี จึงได้ชำนาญในการมองผู้คนอย่างปรุโปร่ง เขาดูออกว่าหญิงตรงหน้านี้ฉลาดเฉลียว มีไหวพริบล้ำเลิศ และสิ่งที่หาได้ยากยิ่งก็คือหัวใจที่ดีงาม
จิ่งกวงเยี่ยย่อมรู้ดี คนที่ทำให้จางอิงรั่งเอ่ยปากชื่นชมได้ จะต้องไม่ใช่คนธรรมดา
เขาหัวเราะเบา ๆ มองซ่งชิงหลันแล้วกล่าว “ในเมื่อแม่นางซ่งรู้ตัวตนของข้าแล้ว เช่นนั้นก็มานั่งคุยกับข้าเสียหน่อยเถิด”
ซ่งชิงหลันนั่งลงตรงข้ามจิ่งกวงเยี่ย แล้วกล่าวอย่างแผ่วเบา “วันนี้ที่ฝ่าบาทเสด็จมา คงไม่ใช่เพียงเพื่อจะทรงชิมอาหารของ ภัตตาคารอวิ๋นหลายเรากระมังเพคะ”