ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 276 ฝ่าบาทถูกพิษ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 276 ฝ่าบาทถูกพิษ
บทที่ 276 ฝ่าบาทถูกพิษ
เพียงซ่งชิงหลันได้รับข่าวจากหวังจู้นางก็ไม่รอช้า กลับไปที่จวนหานอ๋องทันที
ในตอนนี้ สีหน้าของจิ่งกวงเยี่ยค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม สัญญาณการถูกพิษยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
ซ่งชิงหลันเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว ดึงใบมีดที่แขนของเขาออกมาทันที ขณะเดียวกันก็ให้ยาห้ามเลือดกับเขา พันแผลให้ดีอย่างรวดเร็ว
นางวางมือลงตรงข้อมือของเขาเพื่อจับชีพจร ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น
จางอิงรั่งที่อยู่ข้าง ๆ มองแล้วหัวใจก็เย็นวาบ เอ่ยถามอย่างกระวนกระวาย “แม่นางซ่ง ฝ่าบาททรง… ทรงเป็นอย่างไรบ้าง นี่เป็นยาพิษอะไรหรือ”
“เป็นไปได้ว่าจะเป็นพิษชีซิงเจ้าค่ะ แต่ข้ายังไม่แน่ใจนัก” กล่าวจบนางก็สั่งพ่อบ้านของจวนอ๋องที่อยู่ข้าง ๆ “พ่อบ้าน เจ้าไปที่ตรอกเยียนหลิวเดี๋ยวนี้ เชิญหมอหวงมา บอกว่าข้าต้องการพบเขา เขาต้องมาในทันที”
ระหว่างนี้ ซ่งชิงหลันเองก็ใช้ยากับจิ่งกวงเยี่ยไปจำนวนหนึ่ง ถึงแม้จะแก้พิษไม่ได้ แต่ก็สามารถยืดระยะเวลาของพิษไปได้บ้าง
นางนั่งอยู่ตรงโต๊ะด้านข้าง หยิบเอากระดาษและพู่กันออกมา เขียนเทียบยาเสียก่อน
เพียงหมอหวงได้ยินว่าซ่งชิงหลันต้องการพบเขา ก็มาที่จวนหานอ๋องโดยไม่รีรอ
และทันทีที่มาถึง เขาก็จับชีพจรจิ่งกวงเยี่ย และขมวดคิ้วอยู่นานโดยไม่คลาย
จางอิงรั่งยิ่งเห็นก็ยิ่งเป็นกังวล มองซ่งชิงหลันแล้วเอ่ยถาม “แม่นางซ่ง หมอหวงท่านนี้เชื่อใจได้หรือไม่”
ไม่แปลกที่จางอิงรั่งจะมีความคิดเช่นนี้ อย่างไรหมอหวงผู้นี้ก็ไม่สนใจการแต่งกายของตน ถ้าหากไปพบเขาตามข้างถนน ไม่แน่ว่าจะมองเขาเป็นขอทานก็เป็นได้ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นหมอ
ซ่งชิงหลันส่งสายตาให้เขาวางใจ “ท่านขุนนางจางโปรดวางใจ ท่านหมอหวงเป็นหมอพเนจร หลายปีก่อนหน้านี้เดินทางมาทั่ว ชำนาญในการรักษาโรคที่ซับซ้อนเช่นนี้ที่สุด อีกทั้งในด้านพิษนั้น ก็ถือว่ามีการศึกษามาเจ้าค่ะ”
ขณะพูดคุยกัน ไป๋เย่หานก็รีบรุดกลับมา
เขามองจิ่งกวงเยี่ยที่นอนอยู่บนเตียงและมีสีหน้าไม่สู้ดีที่กำลังหมดสติ ก็อดไม่ได้ที่จะถามเสียงเย็น “เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
จากนั้น จางอิงรั่งก็นำเรื่องมือสังหารที่ประตูเมืองเล่าให้ไป๋เย่หานฟังอย่างละเอียด
ไป๋เย่หานสีหน้าทะมึนลง “อาวุธลับนั้นอยู่ที่ใด”
จางอิงรั่งชี้ไปบนโต๊ะข้าง ๆ “อยู่ตรงนั้นขอรับ”
ไป๋เย่หานสาวเท้าก้าวใหญ่เดินไป ยื่นมือออกไปหยิบลูกธนูขึ้นมา
“ระวังนะ! มันมีพิษ!” ซ่งชิงหลันรีบเอื้อมมือไปห้ามเขา
นางรู้ดีว่าพิษนี้เป็นพิษร้ายแรง นางไม่อยากให้เขาเป็นอะไรไปอีก
ไป๋เย่หานกุมมือของนางไว้เบา ๆ ส่งสายตาให้นางวางใจ กล่าวเสียงอ่อนโยน “เจ้าวางใจเถิด ข้าจะระวัง”
กล่าวจบ เขาก็นำผ้าปักผืนหนึ่งออกมา ใช้ผ้าห่อลูกดอกนั้นไว้แล้วหยิบขึ้นมาตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นหัวลูกดอก แววตาของเขาก็เย็นชาขึ้นมาทันใด ขมวดคิ้วแน่น และกล่าว “นี่เป็นลูกธนูของชาวซีหลิง”
“ชาวซีหลิงหรือ” จางอิงรั่งตกใจอย่างมาก “หลายปีมานี้ ชาวซีหลิงหวาดกลัวในอำนาจของเรามาโดยตลอด ไม่กล้ามาแย่งชิง เหตุใดพวกเขาจึงปรากฏตัวที่เมืองหลวงได้เล่าขอรับ”
สีหน้าของไป๋เย่หานดูไม่สู้ดีมาก นี่ไม่ใช่การปรากฏตัวครั้งแรกของชาวซีหลิง ครั้งก่อนพวกมันก็ลอบโจมตีกลางดึกที่ค่ายทหาร ครั้งนี้กลับคิดลอบสังหารฮ่องเต้โดยตรง ความทะเยอทะยานของพวกมันปรากฏชัดเจนแล้ว!
ในตอนนี้ ท่านหมอหวงยืนขึ้น ซ่งชิงหลันจึงเดินไปเอ่ยถาม “ท่านหมอหวง ฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง”
ท่านหมอหวงลูบเครา ก่อนกล่าวตอบ “ความคิดของข้านั้นเหมือนแม่นางซ่ง น่าจะถูกพิษชีซิงเข้าเสียแล้ว”
ไป๋เย่หานเอ่ยถาม “พิษชีซิงคืออะไรหรือ”
ซ่งชิงหลันกล่าวอธิบาย “พิษชีซิงคือยาพิษที่ใช้บรรดาหญ้ามีพิษร้ายแรงมาผสมเข้าด้วยกัน”
“เช่นนั้นควรแก้พิษอย่างไรเล่า” จางอิงรั่งรีบเอ่ยถาม อย่างไรเสีย พิษนี้ฟังดูแล้วไม่ธรรมดาเลย
ท่านหมอหวงกล่าวตอบ “พิษชนิดนี้นั้นใช่ว่าจะแก้ไม่ได้ เพียงแต่ต้องรู้ก่อนว่ายาพิษชนิดนี้ใช้พิษชนิดใดบ้างมารวมกันเจ็ดชนิด เราจึงจะได้รักษาได้ตรงจุด”
“แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือ เราไม่รู้ว่าหญ้าพิษเจ็ดชนิดนี้คือชนิดใดบ้าง” ซ่งชิงหลันกล่าวพลางมองไปยังไป๋เย่หาน “ข้าจำแนกได้เพียงพิษหกชนิดเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่กล้าผสมยาอย่างลวก ๆ”
กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็เอาใบสั่งยาที่ตนเขียนออกมา เริ่มหารือกับท่านหมอหวง
สุดท้ายทั้งสองคนก็ทำได้เพียงตรวจสอบหาหญ้าพิษชนิดสุดท้าย ซึ่งมีความเป็นไปได้ห้าชนิด
ในตอนนั้นเอง ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งอย่างเร่งรีบดังขึ้นมา
ทุกคนเงยหน้าไปมอง ก็เห็นพระสนมเฉินที่แต่งชุดฮั่นฝูเดินเข้ามาด้านใน
ทันทีที่นางเห็นจิ่งกวงเยี่ยที่นอนอยู่บนเตียง นางก็ตกใจเสียจนหน้าซีด เกือบจะล้มลงกับพื้น แต่โชคดีที่ด้านข้างมีนางข้าหลวงกุ้ยจือพยุงอยู่ และพานางมายังข้างเตียง
แววตาสองข้างของพระสนมเฉินเต็มไปด้วยน้ำตา นางจับมือของจิ่งกวงเยี่ยไว้แน่น “ฝ่าบาท! ฝ่าบาท…”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ พวกเจ้าทำงานกันอย่างไร! เหตุใดจึงปล่อยให้ฝ่าบาททรงบาดเจ็บ!” ขณะกล่าว พระสนมเฉินก็จ้องมอง จางอิงรั่งและคนอื่น ๆ เขม็ง
จากนั้นพวกเขาต่างก็คุกเข่าลง “เพราะข้าน้อยคุ้มกันฝ่าบาทได้ไม่ดี พระสนมโปรดลงโทษ!”
ไป๋เย่หานเดินไปข้างหน้า มองพระสนมเฉินแล้วกล่าว “พระมารดา ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาโทษพวกเขานะขอรับ เสด็จพ่อทรงถูกพิษ สิ่งที่เร่งด่วนในตอนนี้คือต้องถอนพิษโดยเร็ว”
“หานอ๋องกล่าวได้ถูกต้อง” พระสนมเฉินพยักหน้า จากนั้นก็ออกคำสั่งกับจางอิงรั่ง “ยังไม่รีบไปเตรียมการพาฝ่าบาทกลับวังหลวง อีกอย่าง ตามหมอหลวงจากสถาบันแพทย์หลวงทั้งหมดมา!”
ซ่งชิงหลันหัวเราะเยาะ “ถ้าหากฝ่าบาทเสด็จกลับวังกลวง เกรงว่าจะช่วยกลับมาไม่ได้แล้วเพคะ”
กล่าวจบ นางก็มองไปยังไป๋เย่หานอย่างสื่อความ
ซึ่งไป๋เย่หานเข้าใจถึงความหมายจากสายตาของนาง
ครั้งนั้นที่พวกเขาได้พบกลุ่มคนที่ลอบโจมตีค่ายทหารกลางดึกที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย ก็ได้ยินว่าแผนภาพภูมิประเทศในมือพวกเขานั้นมีคนมอบให้ ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลัง เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นลี่อ๋อง
และตอนนี้ เรื่องการลอบสังหารก็เป็นฝีมือชาวซีหลิง เป็นไปได้สูงว่าก็จะเป็นฝีมือลี่อ๋องเช่นกัน
คิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าถึงขั้นนี้ และถ้าหากฮ่องเต้กลับไปยังวังหลวงจริง ไม่แน่ว่าเขาก็จะฉวยโอกาสลงมืออย่างโหดเหี้ยมอีกครั้ง
เมื่อคิดถึงเรื่องร้ายแรงนี้ ไป๋เย่หานก็เอ่ยปากห้าม “พระมารดา ให้เสด็จพ่อรักษาตัวที่จวนของลูกเถิดขอรับ”
กล่าวจบ เขาก็มองไปยังซ่งชิงหลันและหมอหวง “ยาพิษนี้ควรแก้อย่างไร”
ซ่งชิงหลันเผยรอยยิ้มจนปัญญา และกล่าว “ตอนนี้เราทำได้เพียงใช้วิธีที่โง่ที่สุด ก็คือทดลองยา ใช้ยาแก้พิษทั้งห้าอย่างนี้มาเดิมพัน ดูว่ายาชนิดใดจะใช้ได้ เพียงแต่ว่า…”
กล่าวจบ นางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ลังเลที่จะกล่าว
“เพียงแต่อันใดหรือ” ไป๋เย่หานจับมือของนางอย่างเป็นกังวล
หมอหวงรีบอธิบาย “เพียงแต่อาการของฝ่าบาทอ่อนแอเกินไป อีกทั้งการทดลองยานี้ก็จะเป็นอันตราย เกรงว่าฝ่าบาทจะทรงรับไม่ไหวขอรับ…”
แววตาของไป๋เย่หานมืดมน “เช่นนั้นก็ใช้ข้าเพื่อทดลองยาเถิด”
ขอเพียงเขาเองก็ถูกพิษ ก็จะสามารถทดลองยาได้
ขณะกล่าว ไป๋เย่หานก็จะหยิบเอาลูกดอกอาบยาพิษขึ้นมา และปักลงไปที่มือของตน!