ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 277 ข้าเชื่อใจเจ้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 277 ข้าเชื่อใจเจ้า
บทที่ 277 ข้าเชื่อใจเจ้า
“ไม่ได้!”
“ไม่ได้!”
ซ่งชิงหลันและพระสนมเฉินพูดออกมาพร้อมกัน ทั้งสองคนล้วนเดินมาข้างกายของไป๋เย่หานแล้วหยุดยั้งเขาไว้
พระสนมเฉินดึงมือไป๋เย่หานเอาไว้อย่างเป็นกังวล “หานเอ๋อร์ ตอนนี้เสด็จพ่อของเจ้าชีวิตแขวนบนเส้นด้าย หากเจ้าเป็นอันใดไปอีกคน เช่นนั้นแม่จะทำอย่างไรเล่า อีกอย่าง การทดลองยานี้หาคนอื่นมาทดลองไม่ได้หรือ จะให้เจ้าทำด้วยตนเองได้อย่างไร”
กล่าวจบนางก็มองซ่งชิงหลันแวบหนึ่ง หวังว่านางและตนจะอยู่ฝั่งเดียวกันเพื่อช่วยเกลี้ยกล่อมเขา
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว และกล่าว “ยาพิษนี้รับมือได้ยาก ทางที่ดีที่สุดคงต้องหาคนที่ร่างกายแข็งแรงและมีวรยุทธ์ เช่นนั้นพิษจะกระจายในร่างเขาช้าลง ดังนั้น…”
กล่าวจบ นางก็มองไปยังไป๋เย่หาน แววตาเต็มไปด้วยความลังเลและสับสน
ความหมายโดยนัยก็คือ ไป๋เย่หานเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมคนหนึ่ง เพียงแต่ในใจนางกลับไม่อยากให้เขาต้องมาเสี่ยงกับเรื่องเช่นนี้
ไป๋เย่หานมองความคิดของนางออก ในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เขาดึงมือของซ่งชิงหลันไว้ กล่าวเสียงอ่อนโยน “ข้าเชื่อใจเจ้า”
“แต่ว่า…” ซ่งชิงหลันมองดวงตาของเขาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แต่ในใจนางกลับรู้สึกกังวลไม่คลาย
และอยู่ ๆ อู่ต้าหย่งที่ยืนอยู่ตรงมุมมาโดยตลอดและเห็นภาพทั้งหมดนี้ก็เอ่ยปากออกมา “ให้ข้าทำเถิด”
น้ำเสียงของเขาสั่นอย่างแปลกประหลาด
นั่นทำให้ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหันหน้าไปมอง จากนั้นก็พบว่าอู่ต้าหย่งหน้าซีด เต็มไปด้วยเหงื่อ
นางตกใจอย่างมาก “ท่านพี่อู่! ท่านบาดเจ็บนี่เจ้าคะ!”
ท่านหมอหวงรีบเดินไป จากนั้นก็พบว่าที่แท้แขนของอู่ต้าหย่งก็ถูกธนูดอกนั้นข่วนเอา เลือดที่ถูกพิษสีดำแข็งตัวแล้ว หมอหวงขมวดคิ้วแน่น และกล่าวกับซ่งชิงหลัน “แม่นางซ่ง เขาเองก็ถูกพิษ แต่โชคดีที่เขาเพียงแต่ถูกธนูอาบยาพิษข่วนเอาเท่านั้น อีกทั้งร่างกายแข็งแรง อาการจึงได้เพิ่งกำเริบตอนนี้”
“รีบพันแผลให้เขาเถิดเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันนำยาเม็ดหนึ่งยัดใส่ปากของอู่ต้าหย่ง มองเขาแล้วกล่าว “ท่านพี่อู่ เหตุใดท่านบาดเจ็บแล้วจึงไม่บอก”
ในตอนนี้ ไป๋เย่หานเองก็เดินเข้ามายืนข้างกายซ่งชิงหลัน เอ่ยถาม “บาดแผลของเขาสาหัสหรือไม่”
“ข้าไม่เป็นไร…” อู่ต้าหย่งขมวดคิ้ว ทนต่อความเจ็บปวดในร่างกาย และกัดฟันกล่าว “เช่นนั้นก็ดี ข้าจะได้เป็นตัวทดลองยาแทนฝ่าบาท”
กล่าวจบ เขาก็มองซ่งชิงหลันแล้วยิ้มออกมา
ทั้งที่เขาบาดเจ็บมาตั้งแต่แรก แต่นางกลับไม่สังเกตเห็น
อีกทั้งเมื่อได้เห็นท่าทางที่นางเป็นห่วงไป๋เย่หานเพียงนั้น ในใจของเขาก็เจ็บปวดขึ้นมา ท้ายที่สุด เขาก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในสายตาของนางได้
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวอันใด
ทั้งสองเป็นผู้ชายด้วยกัน เขาย่อมดูออกว่าอู่ต้าหย่งมีความรู้สึกเช่นไรกับซ่งชิงหลัน
และสิ่งเหล่านี้ที่เขาทำ ก็ไม่ใช่เพื่อให้ผู้ใดมาโปรดปรานหรือแลกกับความสำเร็จและชื่อเสียง แต่ก็เพื่อซ่งชิงหลันเพียงเท่านั้น
ความรักเช่นนี้ หายากยิ่งในโลก จนไป๋เย่หานรู้สึกให้เกียรติอีกขุนนางหนุ่มผู้นี้มาก
หากแต่ซ่งชิงหลันกลับไม่ได้คิดมากเหมือนชายทั้งสองคน ตอนนี้ต้องหายาถอนพิษให้ได้โดยเร็ว เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้
ดังนั้น ซ่งชิงหลันจึงให้คนพาอู่ต้าหย่งไปพักที่ห้องรับแขกข้าง ๆ ขณะเดียวกันก็ให้พ่อบ้านไปหายาสมุนไพรตามเทียบยา
ส่วนพระสนมเฉินอยู่ข้างเตียงจิ่งกวงเยี่ยไม่ห่าง ดวงตาของนางที่เต็มไปด้วยน้ำตาสั่นไหว นางไม่มีความคิดจะจากเขาไปเลยแม้แต่น้อย
ไป๋เย่หานยืนอยู่ด้านหลังนาง จึงกล่าวว่า “พระมารดาขอรับ เสด็จพ่ออยู่ที่นี่กับลูกจะต้องไม่เป็นอันใดเป็นแน่ ท่านกลับวังเสียก่อนเถิด”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ” พระสนมเฉินหันหน้ามา มองเขาด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ กล่าว “เสด็จพ่อของเจ้าทรงมีสภาพเช่นนี้แล้ว ข้าจะกลับวังหลวงอย่างสบายใจได้อย่างไร ไม่ได้ ข้าต้องอยู่ที่นี่ อยู่กับเสด็จพ่อของเจ้า”
ซ่งชิงหลันจัดการทางด้านอู่ต้าหย่งเสร็จแล้วก็กลับมา ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาแม่ลูก
นางยิ้มบาง แล้วเอ่ยออกมา “พระสนมเฉินคงไม่ได้ออกจากวังจนเสียสติไปใช่หรือไม่เพคะ เป็นเพราะฝ่าบาททรงบาดเจ็บ พระองค์จึงยิ่งต้องกลับวังหลวง นี่ถ้าหากฝ่าบาททรงไม่ได้เข้าราชสำนักหลายวันแล้วไม่มีผู้ใดได้เห็นพระพักตร์ จะต้องทำให้คนอื่น ๆ สงสัยเอาได้ ถึงตอนนั้นจะต้องมีข่าวลือไปทั่วเป็นแน่เพคะ”
ไป๋เย่หานพยักหน้า “ชิงหลันพูดถูก ลูกหมายความเช่นนั้นขอรับ”
แม้จิตใจของพระสนมเฉินจะว้าวุ่น แต่ตอนนี้ก็สงบลงมาก นางรู้สึกว่าซ่งชิงหลันพูดมีเหตุผล
ถ้าหากพวกมเหสีรู้เข้า จะต้องก่อให้เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตเป็นแน่ อย่างไร ในตอนนี้สถานการณ์ในวังหลวงก็ไม่ได้ส่งผลดีกับพวกเขาแม่ลูกเท่าไรนัก ถ้าหากมเหสีฉวยโอกาสนี้ยุยงเหล่าขุนนาง ให้ลี่อ๋องขึ้นเป็นรัชทายาท เช่นนั้นพวกนางแม่ลูกก็จะไม่มีทางรอดจริง ๆ
ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นางจะต้องปิดฟ้าข้ามทะเล จะให้ผู้ใดรู้เรื่องที่ฝ่าบาททรงได้รับบาดเจ็บไม่ได้
โชคดีที่เหล่าคนเฝ้าประตูเมืองเมื่อครู่ล้วนปิดปากเงียบ ดังนั้น ตอนนี้ขอเพียงสร้างภาพว่าฝ่าบาทยังอยู่ในวังหลวง และนางก็รออยู่ที่วังหลวงให้ฝ่าบาทรักษาตัวแล้วกลับวังเป็นใช้ได้
หลังจากคิดได้ถึงสถานการณ์ร้ายแรงในช่วงเวลานี้ พระสนมเฉินก็ยืนขึ้น มองจางอิงรั่งที่อยู่อีกด้านแล้วกล่าวว่า “ขุนนางจาง เจ้ากลับวังหลวงไปกับข้า”
หากต้องการเล่นละครฉากนี้ให้ดี แล้วขันทีข้างกายฮ่องเต้จะไม่อยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานส่งพวกเขาจากไปด้วยกัน และมองรถม้าของพระสนมเฉินค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปไกล ไป๋เย่หานก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องจะถามซ่งชิงหลัน “ข้าได้ยินมาว่า เสด็จพ่อไปหาเจ้าที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย เขาไปหาเจ้าด้วยเรื่องอันใดหรือ”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว เอ่ยว่า “ท่านเดาดูสิ”
ไป๋เย่หานถูกนางแกล้งด้วยท่าทางซุกซนเช่นนี้ก้ยิ้มออกมา
จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเดาด้วยซ้ำ เขาไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นเรื่องอันใด
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ดึงมือของซ่งชิงหลันมากุมไว้ แล้วกล่าว “เสด็จพ่อทรง… ทำให้เจ้าลำบากใจหรือไม่”
“ถ้าหากท่านอยากรู้ ก็รอให้ฝ่าบาททรงฟื้นขึ้นมาเสียก่อน ท่านค่อยถามพระองค์ด้วยตัวเองเถิดเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันขยิบตาให้เขา จากนั้นก็หมุนตัวเดินเข้าจวนหานอ๋อง
ไป๋เย่หานมองแผ่นหลังของนาง อดยิ้มออกมาไม่ได้ ตะโกนบอก “เจ้าจะไปไหนน่ะ”
ซ่งชิงหลันโบกมือให้เขาทั้งที่ยังหันหลัง “ไปต้มยาเจ้าค่ะ”
ในตอนนั้นเอง หานเฟยก็กลับมาที่จวนหานอ๋องอย่างเร่งรีบ
เมื่อเห็นไป๋เย่หานยืนอยู่ตรงประตูก็ผงะไป “ท่านอ๋อง”
ไป๋เย่หานเปลี่ยนกลับมาเป็นสีหน้าเย็นชาดั่งเช่นปกติในทันที แล้วเอ่ยถามเสียงทุ้ม “เจ้าได้ความอย่างไรบ้าง”
หานเฟยก้มหน้าลงเล็กน้อย กล่าวเบา ๆ “ได้ความมาแล้วขอรับ”
“กลับไปห้องตำราแล้วค่อยคุยกัน”
ทั้งสองคนเข้าห้องตำราไปด้วยกัน หานเฟยรีบปิดประตูห้อง หันกลับมากล่าวกับไป๋เย่หาน “เป็นไปตามที่ท่านอ๋องคาดขอรับ จวนลี่อ๋องในตอนนี้มีการคุ้มกันแน่นหนา แม้แต่แมลงวันสักตัวก็บินเข้าไปไม่ได้ ดูท่าทางผิดปกติเป็นอย่างมาก อีกทั้งข้าน้อยยังเห็นว่าพ่อบ้านของจวนแอบออกไปซื้อยาที่ร้านขายยา ดูท่าจะมีคนได้รับบาดเจ็บขอรับ”
ไป๋เย่หานฟังอย่างสงบ หากแต่สีหน้ากลับยิ่งเย็นชา
หานเฟยมองเขาแวบหนึ่งอย่างหวาดหวั่น “ท่านอ๋อง พวกเราควรนำคนไปที่จวนลี่อ๋องหรือไม่…”
ไป๋เย่หานเหลือบตาขึ้นทันที แล้วกล่าวเสียงเย็น “ไม่ควรแหวกหญ้าให้งูตื่น ให้คนจับตาดูลี่อ๋องต่อไป”
เขาอยากจะรู้ ว่าพวกนั้นคิดจะทำอันใดกันแน่
หานเฟยพยักหน้าตอบรับ “ขอรับ! ข้าน้อยทราบแล้ว”
กล่าวจบก็หมุนตัวออกจากห้องตำราไป