ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 28 ทุกคน จัดการมัน! (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 28 ทุกคน จัดการมัน! (รีไรท์)
บทที่ 28 ทุกคน จัดการมัน! (รีไรท์)
ซ่งชิงหลันทำเพียงยิ้มจาง ๆ “ดูเหมือนว่าที่ข้าสั่งสอนเจ้าไปจะไม่ได้ทำให้เจ้ารู้สำนึกขึ้นมาเลยอย่างนั้นหรือ ยังจะกล้ามาเห่าหอนถึงที่นี่อีก”
ไป๋เย่เฮยไร้ซึ่งความเกรงกลัว เขายืนเขย่าขาอย่างไร้มารยาทแล้วพูดด้วยสีหน้าหาเรื่อง “ข้ากับลูกน้องต่างหากที่จะมาสอนบทเรียนให้เจ้าในวันนี้ กล้ามากที่มาทำให้แม่ข้าติดคุก เตรียมตัวโดนเอาคืนได้เลย”
ว่าแล้วก็โบกมือให้พรรคพวกที่พามาด้วยหนึ่งครั้ง “ทุกคน จัดการมัน!”
ถึงซ่งชิงหลันจะปล่อยมือจากรถเข็นด้วยท่าทางไม่ยี่หระ แต่แม่เฒ่าซ่งกลับกระวนกระวายใจ “หลันหลัน พวกมันมากันเยอะมาก เราจะทำอย่างไรกันดี”
ซ่งชิงหลันไม่ได้มีแววของความหวาดกลัว เพียงเอ่ยเบา ๆ อย่างมั่นใจว่า “ท่านย่า ไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ ฝากท่านช่วยดูลูก ๆ ทีเถิด ที่เหลือข้าจะจัดการเอง”
หลังพูดจบ หญิงสาวก็หันหน้ากลับไปทางคนพวกนั้น ดวงตาเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว แต่ยังคงมีรอยยิ้มสนุกสนานประดับอยู่บนใบหน้างาม
ไป๋เย่เฮยเข้าไปรวมกลุ่มกับพรรคพวก กรูกันเข้ามาทำร้ายสตรีร่างบางเพียงคนเดียว
ซ่งชิงหลันอยู่ในท่าเตรียมพร้อม จากนั้นก็ปล่อยหมัดเสยด้วยมือซ้ายสลับขวาไปมา พร้อมทั้งกระโดดวาดขาเตะเป็นวงกลมอย่างสวยงามและแม่นยำ นางเตะก้านคอของกลุ่มชายเหล่านั้นจนล้มลงกับพื้น อีกฝ่ายต้องร้องเรียกหาแม่ด้วยความเจ็บปวด
“พี่เฮย เหตุใดนางถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ได้”
“พี่เฮย นังนี่มันเป็นผู้ใดกันแน่ เป็นสตรีจริงหรือไม่”
“ไม่ ข้าควรถามมากกว่า ว่านางเป็นมนุษย์จริง ๆ หรือ”
“อ๊ากกก เจ็บ โธ่เว้ย!”
“พี่เฮย เราไม่ใช่คู่ประมือของนาง ลืมเรื่องแก้แค้นแล้วรักษาชีวิตก่อนเถิด!”
คำพูดที่น่าสมเพชตัวเองของลูกน้องเหล่านั้นทำให้ไป๋เย่เฮยยิ่งเจ็บใจมากกว่าเดิม “ไอ้พวกขี้ขลาด ดูเอาเถิด! ถ้าชาวบ้านคนอื่นรู้ว่าเราแพ้สตรีตัวเล็ก ๆ คนเดียว ต่อไปจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด”
คนเป็นหัวหน้าขึ้นเสียงพลางชักเอากริชออกมาจากเอว จากนั้นก็ตรงเข้าหาซ่งชิงหลันพร้อมคำรามลั่น
“อ๊ากกก ซ่งชิงหลัน นังแพศยา ตายซะ!”
ไป๋เย่เฮยสับเท้าไปข้างหน้าด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี ฝ่ายหญิงสาวก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง นางคว้าข้อมือหนานั้นด้วยมือเล็ก ๆ ของตนอย่างนิ่ง ๆ แล้วบีบอย่างแรง
เจ้าของกริชใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
ซ่งชิงหลันแย่งกริชนั่นมาได้อย่างง่ายดายในเวลาอันสั้น นางหันกลับมามองอย่างสมเพช หลังมัดร่างของไป๋เย่เฮยเอาไว้ได้ก็จ่อกริชเข้าที่คอของเจ้าคนชั่ว
ชายหนุ่มพลันรู้สึกถึงความเย็นของโลหะที่คอ ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยอารามตกใจ “ซะ… ซ่งชิงหลัน… เจ้า จะทำอันใด”
หญิงสาวขยับยิ้มอย่างเย็นชา “เจ้าคิดว่าข้าจะทำอันใดเล่า”
“อย่า… อย่าทำอันใดข้าเลย”
“มาร้องขอความเมตตาตอนนี้ก็ช้าไปแล้ว”
แสงสะท้อนจากคมกริชวาบจากดวงตาของซ่งชิงหลัน นางเงื้ออาวุธในมือขึ้น จงใจบาดที่คอของอีกฝากฝ่ายเพียงเบา ๆ พอให้มีเลือดไหลซึมออกมา
“อ๊ากกกก” ไป๋เย่เฮยร้องเสียงหลง อุทานออกมาอย่างหวาดกลัว “ซ่งชิงหลัน นี่เจ้า ทำจริงอย่างนั้นหรือ!”
“ไม่เช่นนั้นเจ้าจะคิดว่าข้าใจดี ปล่อยให้คนอย่างเจ้ามารังแกได้ง่าย ๆ”
ซ่งชิงหลันผลักเขาให้หมอบลงกับพื้น โน้มร่างบางของตนไปด้านหน้าพลางเช็ดเลือดจากกริชบนใบหน้าที่แนบอยู่กับพื้นของไป๋เย่เฮย ท่าทางบ้าดีเดือดของนางสำหรับเขาแล้วดูราวกับเป็นอสูรร้ายที่ผุดขึ้นมาจากนรก
นั่นทำให้เขาตกใจมากจนร้องออกมาอย่างทนไม่ได้ “อ๊ากกก”
ซ่งชิงหลันฟาดใบหน้าของเจ้าคนพาลด้วยกริชของเจ้าตัวเอง “ร้องอีก ร้องดัง ๆ ข้าจะได้ฟาดเจ้าอีกสักที”