ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 282 ทำธุระของตน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 282 ทำธุระของตน
บทที่ 282 ทำธุระของตน
ในที่สุด ก็ถอนพิษให้จิ่งกวงเยี่ยได้อย่างหมดสิ้น ที่เหลือก็เพียงแค่ต้องดูแลร่างกายให้ดี
ซึ่งในช่วงเวลานี้ ซ่งชิงหลันอยู่ที่จวนหานอ๋องโดยตลอด ไม่ได้ไปที่ร้านระยะหนึ่งแล้ว
ดังนั้น เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนที่ถูกพิษใกล้จะหายดีแล้ว นางก็ออกจากบ้านไปทำธุระของตนบ้าง
ซึ่งช่วงนี้หลี่ซิ่วซิ่วก็ไม่ได้อยู่เฉย เรื่องร้านเครื่องประดับนั้นก็เตรียมการเกือบครบทุกอย่างแล้ว
ร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามร้านเสื้อซิงเยว่ ถึงแม้จะต้องเสียเงินมากหน่อย แต่เช่นนี้เวลาไปกลับระหว่างสองร้านก็จะสะดวก
ซ่งชิงหลันตรงไปยังร้านใหม่ หลี่ซิ่วซิ่วกำลังทำงานอยู่ด้านใน สั่งการให้ลูกจ้างทำงาน ท่าทางเช่นนั้นช่างเหมือนท่าทางเจ้าของร้านจริง ๆ ไม่มีผิด
ซ่งชิงหลันมองแล้วก็ปลื้มใจอย่างมาก
หลี่ซิ่วซิ่วหันหน้ามาก็เห็นว่าซ่งชิงหลันมาแล้ว ทันใดนั้นก็วางงานในมือลงแล้วเดินเข้ามา “ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว! เช่นนั้นก็แปลว่า…”
“อืม ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” ซ่งชิงหลันพยักหน้า
“ดีจริง ๆ เจ้าค่ะ หลายวันนี้ข้าเองก็ยุ่งมาก ท่านพี่ชิงตงบอกว่าทางที่ดีอย่าไปรบกวนท่าน ดังนั้นร้านนี้ข้าจึงจัดการเอง ท่านพี่ ท่านคิดว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
กล่าวจบ หลี่ซิ่วซิ่วก็มองซ่งชิงหลันด้วยใบหน้าเป็นกังวล เหมือนกับเด็กที่รอให้ครูอาจารย์ตำหนิอย่างไรอย่างนั้น
ซ่งชิงหลันอดยิ้มออกมาไม่ได้ นางบีบมือของหลี่ซิ่วซิ่ว และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ซิ่วซิ่ว เจ้าไม่ต้องกังวลไป นี่เป็นร้านของเจ้าเอง เจ้าอยากจะทำอย่างไรก็ทำเช่นนั้นเถิด ไม่ต้องรอให้พวกข้าอนุมัติ”
ความจริงแล้วตั้งแต่เดินเข้าร้านมา ซ่งชิงหลันก็แอบพิจารณาร้านนี้อยู่ในใจ
ร้านตกแต่งได้อย่างทันสมัยและสวยงาม เมื่อดูทั้งหมดแล้วรู้สึกสบายตาอย่างมาก
หลี่ซิ่วซิ่วยิ้มอย่างเขินอาย และกล่าว “ท่านพี่ ท่านกล่าวเข่นนี้ ข้ากลับรู้สึกผิดแปลก ๆ”
“มีอันใดให้รู้สึกผิดเล่า ต่อไปเจ้าก็จะเป็นเจ้าของร้านแล้ว มั่นใจในตัวเองเสียหน่อย” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็เลิกคิ้วให้นาง
“คิก!” หลี่ซิ่วซิ่วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา และดึงมือของซ่งชิงหลันเอาไว้ กล่าวอย่างซาบซึ้ง “ท่านพี่เจ้าคะ ท่านเป็นผู้มีพระคุณของข้าจริง ๆ หากไม่ได้พบท่าน และชวนข้ามาปักผ้าที่ร้านเสื้อซิงเยว่ ทั้งยังสอนข้าทีละขั้นตอน ข้าก็คงไม่ได้กลายเป็นอย่างทุกวันนี้”
บางครั้งชีวิตคนเราก็ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ได้พบคนคนหนึ่ง ที่เปลี่ยนทั้งชีวิตไป
ซ่งชิงหลันเองก็กล่าวต่อจากนางอย่างหยอกล้อ “ข้าไม่เพียงแต่เป็นผู้มีพระคุณของเจ้า ข้ายังเป็นแม่สื่อให้เจ้าด้วย!”
เพียงหลี่ซิ่วซิ่วได้ฟังก็หน้าแดง เป็นอย่างที่นางว่า หากไม่ใช่เพราะได้พบซ่งชิงหลัน นางก็คงไม่ได้รู้จักซ่งชิงตง ทั้งยังไม่มีทางได้แต่งงานกับสามีที่ดีเพียงนี้
ซ่งชิงหลันรู้ดีว่านางเป็นคนขี้อาย เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของสาวน้อยก็ยิ้มออกมา และกล่าว “เอาเถิด ไม่แกล้งเจ้าแล้ว เรามาคุยธุระดีกว่า เครื่องประดับชุดแรกที่ทำเสร็จ แล้วก็ยังมีสมุดภาพอยู่ตรงนั้น รีบเอามาให้ข้าดูเสีย”
เพียงพูดถึงธุระ หลี่ซิ่วซิ่วก็ดูจริงจังขึ้นมา รีบหันหลังกลับไปหยิบเอาสมุดภาพเล่มหนึ่งมา นางเลือกเครื่องประดับบางชิ้นที่วางอยู่บนผ้าปักมาให้ซ่งชิงหลันดู
เมื่อเห็นว่าบนผ้าปักนั้นมีทั้งทอง เงิน หยก หินโมรา และอื่น ๆ ที่ถูกนำไปทำเป็นปิ่นระย้า ปิ่นเกล้าผม ปิ่นปักผม ที่ติดผม แผ่นประดับผม และปิ่นสับ
ซ่งชิงหลันจึงไม่ต้องเป็นกังวลกับวัสดุที่ทำเครื่องประดับ เพราะซ่งชิงตงเป็นพ่อค้า ย่อมมีวิธีหาวัสดุคุณภาพดีในราคาถูกได้ ดังนั้นสิ่งที่นางให้ความสำคัญที่สุด ก็คือฝีมือการทำเครื่องประดับนี้
นางหยิบเอาปิ่นระย้ามุกและหยกในนั้นมาอันหนึ่ง ตรวจดูอย่างละเอียด เห็นว่างานฝีมือละเอียด เครื่องประดับประณีต อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าแล้วเอ่ยถาม “เจ้าไปหาช่างฝีมือมาจากที่ใดหรือ ฝีมือไม่เลวเลย”
หลี่ซิ่วซิ่วยิ้ม “ข้าให้ค่าแรงมากกว่าร้านเครื่องประดับอื่น ๆ กว่าครึ่ง ดังนั้นจึงมีช่างฝีมือทำเครื่องประดับมาจากที่อื่น ๆ เจ้าค่ะ”
“ใช้แค่เงินอย่างเดียวไม่อาจรั้งตัวคนเอาไว้ได้ ที่สำคัญคือการดูแลอย่างจริงใจ วันนี้เจ้าใช้เงินล่อพวกเขามาได้ วันหลังคนอื่นก็ใช้เงินที่มากกว่าล่อพวกเขาจากไปได้เช่นกัน ดังนั้นการส่งต่อจึงสำคัญมาก เจ้าเองก็ต้องจำไว้ว่าต้องหาคนที่ไว้ใจได้แล้วฝึกฝนพวกเขา”
หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้าจดจำทุกคำเอาไว้ “เจ้าค่ะ ท่านพี่ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะหาเด็กฝึกงานต่อไป”
จากนั้นซ่งชิงหลันก็เปิดดูสมุดภาพ
หลี่ซิ่วซิ่วทำตามคำแนะนำของนางจริง ๆ แบ่งเครื่องประดับเป็นลำดับชั้น มีแบบธรรมดาที่ราคาถูกหน่อย ทั้งยังมีแบบที่จับคู่ได้กับทุกสิ่ง และมีแบบที่พิเศษหน่อย เช่นเครื่องประดับวันแต่งงาน หรือเครื่องประดับที่ทำเพื่อใช้ในโอกาสสำคัญเป็นพิเศษ ล้วนแบ่งระดับชั้นทีละขั้น อีกทั้งราคาก็ตั้งเอาไว้อย่างสมเหตุสมผล
ซ่งชิงหลันเปิดดูผ่าน ๆ อย่างรวดเร็วจนเสร็จ จากนั้นก็ถามต่อ “กำหนดวันเปิดร้านหรือยัง”
“กำหนดแล้วเจ้าค่ะ เป็นวันที่ห้าของเดือนหน้า”
“คิดแผนการประชาสัมพันธ์เปิดร้านหรือยัง”
“อืม มีแผนการขั้นต้นแล้วเจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้า “ข้าคิดว่าเปิดร้านสามวันแรก เครื่องประดับทั้งร้านจะลดราคาสิบห้าส่วน หากซื้อเครื่องประดับสิบชิ้นในคราวเดียวก็จะสามารถสมัครสมาชิกของร้านได้ ก็จะได้รับส่วนลด ท่านพี่ ท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”
วิธีเช่นนี้ของนางคล้ายกับตอนที่เปิดร้านเสื้อซิงเยว่อย่างมาก
ซ่งชิงหลันยิ้มเล็กน้อย และกล่าว “ซิ่วซิ่ว เจ้าไปทำตราประทับสักอันก็ได้ ทำบัตรลดราคาร้านเสื้อซิงเยว่สิบส่วน จากนั้นในช่วงสามวันแรกที่เปิดร้าน หากยอดซื้อต่อครั้งถึงห้าสิบตำลึง เจ้าก็ประทับตราให้พวกเขาหนึ่งอัน ถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะได้นำมันมาซื้อเสื้อผ้าที่ร้านเสื้อซิงเยว่ ได้รับส่วนลดสิบส่วน หมดอายุในสามวัน”
เพียงกล่าวออกไป หลี่ซิ่วซิ่วก็ตะลึงในทันที
หลังจากนั้นก็มองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าเลื่อมใส ยกนิ้วโป้งให้แล้วกล่าว “ท่านพี่ ท่านเก่งกาจเกินไปแล้ว สมองท่านทำมาจากอะไรกันเจ้าคะ”
หากทำเช่นนี้ จะต้องมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่เห็นชื่อเสียงของร้านเสื้อชิงเยว่ พุ่งตัวมาซื้อของมากหน่อยเพื่อส่วนลดสิบส่วนนั้น และในขณะเดียวกัน ในระยะเวลาภายในสามวัน ก็จะมีลูกค้าเข้ามาที่ร้านเสื้อซิงเยว่มากขึ้น นี่ถือว่าช่วยโฆษณาให้ทั้งสองฝ่าย เป็นวิธีที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
ทั้งสองคนปรึกษาหารือกัน จนเวลาก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
ที่จวนหานอ๋อง
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ เด็ก ๆ ทั้งสองคนเดินผ่านประตูโค้งที่กำแพงเข้าไปยังสวนด้านหน้าของจวนหานอ๋อง อีกทั้งยังเดินไปยังบ้านพักที่สวนด้านหลังอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
พวกเขาคิดว่าตนทำได้อย่างลับ ๆ แต่ความจริงแล้วการเคลื่อนไหวอันน่ารักของเด็กทั้งสองคนล้วนอยู่ในสายตาของผู้คุ้มกันจวนหานอ๋อง เพียงแต่เป็นเพราะพวกเขาเป็นนายน้อย ทุกคนจึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
เด็กทั้งสองคนเดินผ่านทางเดินยาว และในที่สุดก็มาถึงตรงหน้าตำหนักที่เงียบเชียบ
ซ่งซิงเยว่ยกยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา ทำท่าทางจะเดินเข้าไปในตำหนัก
หากแต่ซ่งซิงเฉินรีบเอื้อมมือไปดึงนางไว้ “เยว่เยว่ ช่างมันเสียจะดีกว่าหรือไม่”
ดวงตาของซ่งซิงเยว่จ้องเขม็งราวกับกระดิ่ง มุ่ยปากมองซ่งซิงเฉิน “เฉินเฉิน เราคุยกันแล้วไม่ใช่หรือ เจ้าจะหนีไปกลางคันได้อย่างไร อีกอย่าง เจ้าไม่สงสัยหรือว่าท่านปู่หน้าตาเป็นอย่างไร”
ถูกต้อง ที่พวกเขาทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ฉวยโอกาสตอนที่ซ่งชิงหลันไม่อยู่แอบเข้ามา ก็เพื่อมาดูจิ่งกวงเยี่ย