ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 286 รอดูว่านางจะภูมิใจได้อีกนานเพียงใด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 286 รอดูว่านางจะภูมิใจได้อีกนานเพียงใด
บทที่ 286 รอดูว่านางจะภูมิใจได้อีกนานเพียงใด
จิ่งกวงเยี่ยมองอาหารน่าอร่อยบนโต๊ะอาหาร ก็อยากอาหารขึ้นมา
เมื่อไม่มีจางอิงรั่งคอยรับใช้อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่มีผู้ใดคอยห้ามปราม อาหารทุกมื้อ เขาล้วนกินจนเต็มอิ่ม เวลากว่าครึ่งเดือนมานี้ เขาจึงมีน้ำหนักขึ้นมาไม่น้อย
จิ่งกวงเยี่ยที่พึ่งจะกินปลาเจี๋ยนน้ำแดงหนึ่งคำ หานเฟยก็เดินเข้ามา เขาเห็นว่าซ่งชิงหลันก็อยู่ด้วย ก็อ้าปากและเริ่มลังเลขึ้นมา
ไป๋เย่หานมองเขาแวบหนึ่งอย่างไร้อารมณ์ และกล่าวเสียงทุ้ม “เจ้ามีเรื่อง”
“ท่านอ๋อง คุณหนูหลิวมาพบขอรับ”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วขึ้นมา มองไปยังซ่งชิงหลันที่อยู่ข้างๆ โดยไม่รู้ตัว
ก็เห็นว่าซ่งชิงหลันทำราวกับไม่สนใจ เติมน้ำแกงให้กับเด็กทั้งสองอย่างซ่งซิงเยว่และซ่งซิงเฉิน ก็อดไม่ได้ที่จะประหม่าขึ้นมา และกล่าวกับหานเฟย “ไล่นางไปเสีย หากนางมาอีกก็บอกว่าข้าไม่อยู่”
ความเย็นยะเยือกของซ่งชิงหลันยิ่งแผ่ออกมา หานเฟยเองก็ประหม่าขึ้นมาอีกคน และกล่าวด้วยเสียงสั่น ๆ “แต่ว่า… คุณหนูหลิวบอกว่า พระสนมเฉินให้นางมาพบท่านอ๋องขอรับ”
เพียงได้ยินชื่อพระสนมเฉิน มือของจิ่งกวงเยี่ยที่คีบอาหารอยู่ก็ชะงักไป ขมวดคิ้วแล้วกล่าว “เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นในวัง”
ไป๋เย่หานเองก็มีความคิดเช่นนั้น
ซ่งชิงหลันเองก็ย่อมคิดถึงเรื่องนี้ได้ นางยิ้มให้ไป๋เย่หานแล้วกล่าวเสียงอ่อนโยน “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านอ๋องก็ออกไปพบนางเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะ ให้คุณหนูท่านหนึ่งมารอที่ประตูจวนอ๋องนานเพียงนี้ คนอื่นจะเข้าใจผิดได้ว่าท่านอ๋องทำเรื่องผิดต่อคุณหนูหลิวไปได้”
หานเฟยที่อยู่ข้าง ๆ มองรอยยิ้มอ่อนโยนของนาง ฟังน้ำเสียงอ่อนโยนของนาง แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด กลับมีความรู้สึกเหมือนผิวหนังชาขึ้นมาเสียอย่างนั้น จนลอบมองการตอบสนองของไป๋เย่หาน
ไป๋เย่หานเม้มปากยิ้มบาง ฟังแล้วเหมือนกับว่านางใส่ใจเขา เขาจึงมองซ่งชิงหลันอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าว “พระชายากล่าวได้ถูกต้องแล้ว”
กล่าวจบก็ลุกขึ้นจะเดินตามหานเฟยออกไป
“รอเดี๋ยว” ซ่งชิงหลันเรียกเขาไว้ จากนั้นก็วางตะเกียบในมือ กล่าวด้วยรอยยิ้มน่าขนลุก “ข้าจะไปกับท่านด้วย”
หานเฟยมองภาพด้านหลังของทั้งสองคนเดินไปด้านหน้า หากแต่ซ่งชิงหลันกลับให้ความรู้สึกเหมือนนางกำลังจะขึ้นไปทำการแสดง
เขาถูมืออย่างตื่นเต้น และตั้งตารอเป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นท่านพ่อและท่านแม่เดินไปแล้ว ซ่งซิงเยว่ก็วางตะเกียบลง ใช้มือเท้าคาง ส่ายหน้า ท่าทางดูใช้ความคิด
จิ่งกวงเยี่ยเห็นท่าทางนางเช่นนั้นก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “เยว่เยว่ เป็นอันใดหรือ วันนี้มีหมูผัดเปรี้ยวหวานที่เจ้าชอบกินมากที่สุดนะ เหตุใดจึงไม่กินเล่า”
ดวงตากลมโตสดใสของซ่งซิงเยว่กลอกไปมา มองจิ่งกวงเยี่ย เม้มปากแล้วกล่าว “ปรมาจารย์ชงชาผู้นั้นมายุ่งกับท่านพ่ออีกแล้ว ข้าไม่ชอบนางเจ้าค่ะ จึงไม่อยากอาหาร”
“ปรมาจารย์ชงชาหรือ บุตรสาวมหาเสนาบดีหลิวไปชงชาตั้งแต่เมื่อใดกัน เหตุใดข้าจึงไม่รู้” จิ่งกวงเยี่ยสีหน้างุนงง ทั้งยังคิดจริงจังว่าตนนั้นพลาดข่าวสำคัญไป
“ฮ่า ๆ ๆ…”
เด็กทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ซ่งซิงเฉินรีบอธิบาย “ท่านปู่ ปรมาจารย์ชงชานี้ ไม่ใช่ปรมาจารย์ชงชาขอรับ”
“เช่นนั้นมันหมายความว่าอย่างไรเล่า”
“ท่านแม่บอกว่า ชาเขียวอธิบายถึงหญิงสาวที่ดูภายนอกไม่มีพิษมีภัยต่อผู้ใด ไร้เดียงสาน่ารัก แต่เบื้องหลังนั้นเต็มไปด้วยเล่ห์กลชั่วร้าย คดในข้อ งอในกระดูกขอรับ ‘ปรมาจารย์ชงชา’ จึงอธิบายถึงหญิงที่ใช้ ‘ลูกไม้ชาเขียว’ เป็นอย่างมากจนไปถึงระดับสุดยอดขอรับ”
ซ่งซิงเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวเสริมอีกประโยคหนึ่ง “ท่านแม่ยังบอกอีกว่า พวกผู้ชายอย่างท่านนั้นยากที่จะมองปรมาจารย์ชงชาออก มีแต่ผู้หญิงที่เข้าใจผู้หญิงด้วยกันเจ้าค่ะ”
จิ่งกวงเยี่ยฟังแล้วก็ตะลึงไป “ที่แท้ ชาเขียวก็มีความหมายลึกซึ้งเช่นนี้ด้วย ท่านแม่ของพวกเจ้าช่างมีความรู้มากมายจริง ๆ ข้าถือว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”
……
ในตอนนี้ หลิวหรูเยว่ยืนอยู่ที่ประตูจวนหานอ๋องมานานจนเมื่อยขาไปหมดแล้ว นางผู้เป็นหญิงสาวจากตระกูลร่ำรวย เป็นถึงคุณหนูจากจวนมหาเสนาบดี ไม่ว่าจะไปที่ใดก็ล้วนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นพิเศษ เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้เสียที่ไหน
ชิงเถาที่อยู่ข้าง ๆ ก็อารมณ์ไม่ดีเช่นกัน และรู้สึกไม่พอใจเสียแล้วจริง ๆ เดินไปข้างหน้า คิดจะบุกเข้าไปในจวนหานอ๋องโดยตรง
ผู้คุ้มกันที่เฝ้าประตูจวนหานอ๋องอยู่นั้นไม่ง่ายที่จะจัดการ พวกเขาดูออกถึงความตั้งใจของชิงเถา ผู้คุ้มกันด้านซ้ายและขวาเดินเข้ามาตรงกลางอย่างพร้อมเพรียง ขวางทางชิงเถาเอาไว้ราวกับเป็นเทพพิทักษ์ประตู และกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ผู้ไม่เกี่ยวข้อง ห้ามเข้า”
เห็นเช่นนั้นชิงเถาอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที นางจ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าดูถูก และร้องเอะอะโวยวายออกมา “พวกข้าไม่เกี่ยวข้องอย่างนั้นหรือ พวกเจ้าช่างมีตาหามีแววไม่ คุณหนูของข้าเป็นคุณหนูจากจวนมหาเสนาบดี แต่พวกเจ้า…”
“ชิงเถา!” หลิวหรูเยว่ตำหนิจากด้านหลัง “กลับมา!”
“คุณหนู…” ชิงเถาเบ้ปาก “รองแม่ทัพหานผู้นั้นเข้าไปข้างในตั้งนานแล้ว เห็นชัด ๆ ว่าต้องการจะให้พวกเรารอจนแห้งอยู่ตรงนี้ คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดท่านต้องถูกรังแกเช่นนี้…”
สีหน้าของหลิวหรูเยว่ก็ไม่น่าดูเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อย และกำลังคิดจะกล่าวอันใดบางอย่าง
ในตอนนั้นเอง ร่างสูงของไป๋เย่หานก็ปรากฏขึ้นมาอย่างน่าตกใจ ยามที่ใบหน้าหล่อเหลาที่นางคิดถึงอยู่ทุกเมื่อปรากฏขึ้น หลิวหรูเยว่ก็เปลี่ยนกลับไปเป็นใบหน้าอ่อนหวานราวกับเปลี่ยนใบหน้าใหม่ “หานอ๋อง ข้า…”
นางยังไม่ทันได้กล่าวจบ หลังจากเห็นซ่งชิงหลันที่เดินตามมาติด ๆ อีกคน รอยยิ้มก็พลันหายไป
เหตุใดหญิงผู้นี้จึงอยู่กับท่านอ๋องเล่า อีกอย่างยังเดินออกมาจากจวนอ๋อง หรือว่า…
หลิวหรูเยว่คิดถึงเรื่องที่ไม่ควรคิด จากนั้นก็ใช้แววตาโกรธเกรี้ยวและหึงหวงจ้องมองซ่งชิงหลัน
ด้วยสัมผัสที่หกของผู้หญิง ทำให้ซ่งชิงหลันรู้สึกได้ถึงความริษยาของนางในทันที
นางจึงหันหน้ามา หลิวหรูเยว่ก็เปลี่ยนกลับไปเป็นแววตาใสราวกับหยดน้ำในทันใด
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว ในใจลอบเอ่ย ‘ช่างเป็นนังชาเขียวจริง ๆ’
จากนั้น หลิวหรูเยว่ก็มองไป๋เย่หานอย่างลึกซึ้ง “ท่านอ๋อง ข้าขอคุยด้วยได้หรือไม่เพคะ”
ท่าทางน่ารักชวนให้คนหวั่นไหวนั้น อย่าว่าแต่ผู้ชายเลย แม้แต่ซ่งชิงหลันที่ได้เห็นก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม เก่งเสียจริง!
ไป๋เย่หานยังคงไม่ขยับ กล่าวเสียงเย็นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “คุณหนูหลิวมีเรื่อง ก็กล่าวมาตรงนี้ได้เลย”
หลิวหรูเยว่คิดไม่ถึงว่าไป๋เย่หานจะไม่หวั่นไหวกับคำพูดของนาง นางกัดริมฝีปากอย่างไม่เต็มใจนัก “ท่านอ๋อง พระสนมเฉินฝากข้อความให้ข้ามาบอกท่านเพคะ พระสนมเฉินตรัสว่าคำพูดนี้ห้ามไม่ให้คนนอกได้ยินเพคะ”
กล่าวจบ นางก็เหลือบมองซ่งชิงหลันแวบหนึ่งราวกับตั้งใจแต่ก็ไม่ตั้งใจ
คำว่า ‘คนนอก’ ที่นางกล่าวถึงคือผู้ใด ความหมายนั้นชัดเจนมากอยู่แล้ว
ไป๋เย่หานตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง “พระชายาไม่ใช่คนนอก หากข้าฟังได้ พระชายาก็ย่อมฟังได้ เจ้าว่ามาเถิด”
เมื่อได้ยินไป๋เย่หานกล่าวเช่นนั้น หลิวหรูเยว่ก็รู้สึกราวกับว่าถูกมีดแทงเข้าที่หัวใจ
แต่นางก็สงบอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรเสีย ตำแหน่ง ‘พระชายา’ ของซ่งชิงหลันนี้ก็เป็นเพียงคำที่หานอ๋องกล่าวออกมาเท่านั้น พระสนมเฉินนั้นบอกนางแล้ว ว่าจะให้นางได้แต่งเข้าจวนหานอ๋องเป็นแน่
ตอนนี้ นางทำได้เพียงทำหน้าที่ที่พระสนมเฉินฝากฝังมาให้เรียบร้อย ขอเพียงทำให้พระสนมเฉินโปรดปรานได้ ซ่งชิงหลันก็ไม่มีอันใดน่ากลัว
นางจะรอดูว่าซ่งชิงหลันผู้นี้จะภาคภูมิใจไปได้อีกนานเพียงใด