ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 285 ช่วงนี้แปลกไปเล็กน้อย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 285 ช่วงนี้แปลกไปเล็กน้อย
บทที่ 285 ช่วงนี้แปลกไปเล็กน้อย
จิ่งเทียนสิงนั่งลงข้างกายพระมเหสีอย่างอดรนทนไม่ไหว และกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เสด็จแม่ ที่ลูกมาในวันนี้ ก็เพราะต้องการคุยกับเสด็จแม่เรื่องเสด็จพ่อขอรับ”
“เสด็จพ่อของเจ้าจะมีเรื่องอันใดไปได้” พระมเหสีขมวดคิ้ว มองเขาด้วยสีหน้าสงสัย
จิ่งเทียนสิงกล่าวอย่างกระวนกระวายเล็กน้อย “เสด็จแม่ ทรงไม่เห็นหรือว่าช่วงนี้เสด็จพ่อทรงแปลกไป”
“ไม่เสียหน่อย”
“เช่นนั้น ลูกขอถามพระองค์ ช่วงนี้เสด็จพ่อไม่ได้เสด็จมาที่พระตำหนักจิ่งซิ่วเลยใช่หรือไม่”
“ฮ่า ๆ… สิงเอ๋อร์ เจ้าพูดเรื่องตลกอันใดกัน” พระมเหสีหัวเราะออกมา “แต่ไหนแต่ไรเสด็จพ่อของเจ้าก็ไม่ได้เสด็จมาที่พระตำหนักจิ่งซิ่วบ่อยนัก ทรงมีแต่จะชอบไปหาพระสนมเฉินที่พระตำหนังหยิงชุนนู่น”
เพียงคิดได้ว่าตนถูกองค์จักรพรรดิเมินเฉยมานานเพียงนี้ มเหสีก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโศกเศร้า
มุมปากของจิ่งเทียนสิงกระตุก คิดกับตนเองในใจว่า นั่นน่ะสิ เหตุใดเขาจึงลืม เสด็จแม่ของเขาเป็นมเหสีผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน แม้จะไม่ได้พบเสด็จพ่อมาตั้งนานเพียงนี้ ก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนคำพูด “เสด็จแม่ ช่วงหลายวันมานี้ เสด็จพ่อทรงไม่ได้เข้าสู่ราชสำนัก ล้วนให้จางอิงรั่งนำสาส์นกราบทูลไปส่งที่พระที่นั่งชิงซิน ในวังหลวงนี้ นอกจากขุนนางจางและพระสนมเฉินแล้ว ก็ไม่มีผูัใดได้พบเสด็จพ่อเลย พระองค์ไม่ทรงคิดว่าแปลกหรือขอรับ”
“นั่นสิ!” ในใจของพระมเหสีเต้นดัง ‘ตุบ!’
นางหันหน้ามามองจิ่งเทียนสิงด้วยใบหน้าจริงจังหนักแน่น เอ่ยถาม “ลูกแม่ นี่เจ้าคิดจะกล่าวอันใดกันแน่”
จิ่งเทียนสิงโค้งมุมปากยิ้มเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นชา กล่าวทีละคำ “ลูกสงสัยว่า เสด็จพ่อทรงไม่ได้อยู่ในวังหลวงขอรับ!”
“ว่าอย่างไรนะ” มเหสีเบิกตาอย่างประหลาดใจ “นั่น… เป็นไปไม่ได้กระมัง เช่นนั้น เช่นนั้นผู้ใดเป็นผู้อ่านสาส์นกราบทูลเหล่านั้นเล่า”
“ลูกเองก็กลุ้มใจอยู่ อีกอย่าง ลูกคิดว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับพระสนมเฉินและหานอ๋องด้วย ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะดึง จางอิงรั่งไปเป็นพวกแล้ว และอาจจะกำลังวางแผนแย่งชิงบัลลังก์อยู่ก็เป็นได้”
เพียงกล่าวเช่นนี้ออกไป สีหน้าของมเหสีก็ซีดเผือดด้วยความตกใจ
ตั้งแต่ไป๋เย่หานผู้ซึ่งเป็นองค์รัชทายาทที่นางพยายามทุกวิถีทางเพื่อไล่ออกจากวังกลับมา นางก็เป็นกังวลอยู่ตลอดไม่สามารถสงบใจได้ ด้วยกลัวว่าเขาจะแย่งตำแหน่งผู้สืบทอดบัลลังก์ซึ่งเป็นของบุตรตนไป
ช่วงนี้นางเองก็วางแผนที่จะชักจูงเหล่าขุนนางทุกคนมาเป็นพวกมาโดยตลอด ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องที่องค์จักรพรรดิแปลกไป
หรือว่าสนมเฉินจะลงมือแล้วจริง ๆ
มเหสีขมวดคิ้วแน่น “ลูกแม่ เรื่องนี้ไม่มีหลักฐาน เราไม่สามารถทำอันใดบุ่มบ่ามได้”
จิ่งเทียนสิ่งหัวเราะเสียงเย็น “หากอยากจะรู้ว่าเสด็จพ่อทรงอยู่ในวังหลวงจริงหรือไม่นั้น ขอเพียงหาวิธีมาทดสอบเสียหน่อย ก็จะได้รู้ความจริงแล้วขอรับ”
“เจ้ามีวิธีใดหรือ”
จิ่งเทียนสิงโน้มตัวเข้าใกล้หูของมเหสี กล่าวเบาๆ “เสด็จแม่ พวกเราเพียงต้องทำเช่นนี้… จากนั้น…”
ในวังหลวง มีคนกำลังวางแผนการใหญ่ แต่นอกหวังหลวงนั้นกลับมีคนใช้ชีวิตตามใจตนเองอย่างสบายใจอยู่
ช่วงหลายมาวันนี้ จิ่งกวงเยี่ยที่พักฟื้นร่างกายในจวนหานอ๋องเรียกได้ว่าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากเหลือเกิน
ทุกวันเขาล้วนเล่นอยู่กับเด็ก ๆ ทั้งสองคน อ่านหนังสือ ฝึกเขียนหนังสือ ฝึกวรยุทธ์ จับปลาล่านกกับเด็กน้อยทั้งสอง ไม่ต่างจากเฒ่าทารกนัก
อีกอย่าง ที่สำคัญที่สุดก็คือทุกวันยังได้กินอาหารอร่อย ๆ ที่ซ่งชิงหลันทำ วันเวลาที่สบายใจเช่นนี้ ช่างสบายเสียยิ่งกว่าตอนอยู่ในวังหลวงเสียอีก ถึงขนาดที่ว่า เขาลืมเรื่องที่ต้องกลับเข้าวังไปจนหมดสิ้น
วันนี้ ไป๋เย่หานเห็นว่าจิ่งกวงเยี่ยตกปลาอยู่ที่สระน้ำในสวนดอกไม้กับเด็ก ๆ อีกแล้ว คนแก่หนึ่งคนและเด็กทั้งสองหัวเราะร่วน ภาพของคนแก่ที่ได้อยู่กับลูกหลานนี้ ทำให้อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อย
เขาเองก็หวังว่าตนและซ่งชิงหลันก็จะได้มีชีวิตที่สบายใจและพึงพอใจเช่นกัน
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงร้องของซ่งซิงเยว่ดังขึ้นมา “โอ้โห้! ตกได้ปลาตัวใหญ่แล้ว! ท่านปู่ เร็วเข้าเจ้าค่ะ! รีบดึงมันมาเร็ว!”
“ได้เลย! รอเดี๋ยว!” กล่าวจบ จิ่งกวงเยี่ยก็ออกแรงดึงคันเบ็ดเล็กน้อย จากนั้นก็จับปลาไนสีแดงขึ้นมา
ซ่งซิงเยว่ปรบมืออย่างมีความสุข “ว้าวฮ่า ๆ… ท่านยอดเยี่ยมมากเลยเจ้าค่ะ!”
ซ่งซิงเฉินที่อยู่ข้าง ๆ กลับเอ่ยออกมา “ปลาตัวนี้ดูคุ้นตาเหลือเกิน เหมือนเสี่ยวหงที่เราตกได้เมื่อวานเลย”
“จริงหรือ ข้าขอดูหน่อย” ซ่งซิงเยว่เดินหน้าขึ้นมา เบิกตาโตใส ยื่นมือออกไปพลิกปลาตัวนั้นดูรอบหนึ่ง “ใช่เสี่ยวหงจริงด้วย เหตุใดมันจึงชอบมากินเบ็ดนัก”
ซ่งซิงเฉินมองปลาไนสีแดงตัวนั้นอย่างชื่นชม “เจ้าเสี่ยวหงช่างเป็นปลาที่ฉลาด รู้ว่าพวกเราจะปล่อยมัน จึงได้มาลองกินเบ็ดน่ะสิ”
ในตอนนี้ ซ่งชิงหลันกลับมาแล้ว
นางเดินข้างกายไป๋เย่หาน มองชายแก่กับเด็กสองคนตกปลาอีกครั้ง ก็อดปวดหัวขึ้นมาไม่ได้
ทุกวันพวกเขาล้วนตกปลาจากนั้นก็ปล่อยไป จากนั้นก็จับอีก แล้วก็ปล่อยไปอีก วนไปวนมาเช่นนั้น คงสมใจและดื่มด่ำกับมัน ทุกวันยังคงมีความสุข ไม่รู้ว่ากำลังมีความสุขกับอันใดนัก
ในที่สุดซ่งชิงหลันก็อดไม่ได้ที่จะถามไป๋เย่หาน “นี่ เสด็จพ่อของท่านจะทรงตกปลาอยู่ที่นี่อีกนานเพียงใดกัน วรกายของพระองค์ก็หายดีแล้วนะ”
ไม่เพียงแต่จะหายดีแล้ว ช่วงเวลานี้ภายใต้การจัดแจงอาหารเพื่อสุขภาพของซ่งชิงหลัน รวมไปถึงนอนหลับสบาย มีความสุขทุกวัน ร่างกายของเขาก็แข็งแรงสดใสเสียจนสามารถกระโดดโลดเต้นไปกับหลาน ๆ ทั้งสองได้แล้ว
ไป๋เย่หานย่อมรู้ว่าซ่งชิงหลันหมายความว่าอย่างไรโดยไม่ต้องกล่าว
เขายิ้มให้นาง “เจ้าวางใจเถิด บ้านเมืองอยู่ไม่ได้หากไม่มีกษัตริย์ ไม่ช้าก็เร็วพระองค์ก็ต้องเสด็จกลับไป”
เพียงแต่ว่าไม่ช้าก็เร็วนี้จะอีกนานเพียงใด เรื่องนั้นเขาก็ไม่รู้
ซ่งชิงหลันเองก็ไม่สงสัยอันใดอีก นางตะโกนไปยังทั้งสามคนที่อยู่ตรงบ่อน้ำ “รีบมากินข้าวได้แล้ว!”
“ท่านแม่ของพวกเจ้าเรียกกลับไปกินข้าวแล้ว พวกเราต้องรีบปล่อยปลานี้แล้วล่ะ”
กล่าวจบ จิ่งกวงเยี่ยก็พาเด็กทั้งสองคนนำปลาที่ตกมาได้นี้ปล่อยกลับลงบ่อน้ำไปอีกครั้ง
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย จิ่งกวงเยี่ยก็พาพวกเขาเดินกลับไป
“ท่านแม่…”
ซ่งซิงเยว่และซ่งซิงเฉินพุ่งตัวเข้าหาซ่งชิงหลันในทันที
ซ่งชิงหลันมองเด็กทั้งสอง ด้วยความไม่พอใจผสมกับความเอ็นดู“ดูเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนสิ เล่นเสียจนเหงื่อท่วม ตัวเปรอะเปื้อนไปหมด ไป ไปล้างมือกับแม่แล้วกินข้าวกัน”
กล่าวจบก็พาพวกเขาจากไป
ไป๋เย่หานและจิ่งกวงเยี่ยอยู่ด้านหลังอีกครั้ง
จิ่งกวงเยี่ยมองภาพด้านหลังของเด็กทั้งสองคน ยิ่งมองก็ยิ่งเอ็นดู อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม “ข้าชอบเฉินเฉินและเยว่เยว่จริง ๆ เยว่เยว่ทั้งฉลาดซุกซน มีไหวพริบ ทั้งยังปากหวาน ทำให้ข้ามีความสุขในทุกวัน เฉินเฉินเองก็สุขุม ละเอียดอ่อนคำนึงถึงผู้อื่น สองสามวันก่อนเขามาอ่านสาส์นกราบทูลกับข้า ก็สามารถกล่าวออกมาได้อย่างมีเหตุผล ฟังแล้วดูเข้าท่า เด็กคนนี้มีความสามารถในการเป็นจักรพรรดิ ดูท่าชิงหลันจะสั่งสอนทั้งสองคนมาอย่างดี”
ไป๋เย่หานเห็นรอยยิ้มที่ไม่อาจกลั้นได้บนใบหน้าพระบิดา ในใจก็ปลื้มปริ่ม แต่ก็ยังเอ่ยออกมา “เสด็จพ่อ ทรงวางแผนจะเสด็จกลับวังหลวงเมื่อใดหรือขอรับ”
คำถามนี้ทำให้จิ่งกวงเยี่ยนิ่งไป
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อย ๆ จางหาย กระแอมออกมาเบา ๆ แล้วกล่าวตอบ “เร็ว ๆ นี้ล่ะ”
ว่ากันตามจริง ที่นี่มีหลานเชื่อฟังและน่ารัก ทั้งยังมีอาหารอร่อย ๆ เขาทำใจจากไปไม่ได้จริง ๆ