ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 294 ข้าจะหาทางแก้ไข
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 294 ข้าจะหาทางแก้ไข
บทที่ 294 ข้าจะหาทางแก้ไข
ทันทีที่คำพูดอันแข็งกร้าวของซ่งชิงหลันเอ่ยออกมา เหล่าลูกค้ารอบ ๆ ก็ยิ่งชื่นชมนาง ทั้งยังวิจารณ์การกระทำของหลิวหรูเยว่
“ข้าคิดว่าเครื่องประดับของเยวียนยางถังนี้ทั้งมีเอกลักษณ์และงดงามเป็นพิเศษ คุณหนูหลิวนี่ดูจะหาเรื่องจับผิดไปหน่อยแล้ว”
“นั่นน่ะสิ! แม่นางซ่งทำกิจการอย่างซื่อสัตย์มาโดยตลอด เครื่องประดับเหล่านี้ข้าเองก็ซื้อกลับไป แม้กระทั่งสามีของข้าก็บอกว่างดงาม ดังนั้นข้าจึงได้กลับมาซื้ออีก”
“แต่คุณหนูหลิวและแม่นางซ่งไม่มีความขุ่นเคืองใจต่อกัน เหตุใดต้องจงใจหาเรื่องด้วยเล่า”
“คุณหนูจากจวนมหาเสนาบดีผู้นี้ ปกติดูแล้วก็เป็นหญิงชั้นสูงที่อ่อนโยนและเพียบพร้อม เหตุใดวันนี้จึงทำตัวเหมือนหญิงไร้เหตุผลได้เล่า”
“คงไม่ใช่เพราะทุกคนล้วนบอกว่าแม่นางซ่งคือยอดหญิงแห่งเมืองหลวง บดบังรัศมีของหญิงผู้เพียบพร้อมอันดับหนึ่งอย่างนางใช่หรือไม่”
“ฮ่า ๆ ๆ… ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง คุณหนูหลิวผู้นี้ก็จะใจแคบเกินไปแล้ว…”
เสียงวิจารณ์ของคนเหล่านี้ไม่ดังและไม่เบาเกินไป แต่ก็ล้วนดังเข้ามาในหูของหลิวหรูเยว่
นางขายหน้าอย่างมาก เดิมทีนางต้องการจะทำให้ซ่งชิงหลันขายหน้าต่อหน้าทุกคน คิดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นสร้างปัญหาเข้าตัว!
หลิวหรูเยว่จึงยืนขึ้นทันที และยังยังคงรักษาท่าทางเย่อหยิ่งเอาไว้ พร้อมกล่าวเสียงเย็น “ของธรรมดาที่นี่ไม่สามารถดึงดูดสายตาข้าได้จริง ๆ ชิงเถา เราไปกันเถิด ไปดูที่ร้านไป๋อวี้ถังข้าง ๆ กัน”
กล่าวจบก็หมุนตัวจะจากไป
ในตอนนั้น ซ่งชิงหลันก็ตามหลังของนางไป “ในเมื่อคุณหนูหลิวดูถูกสินค้าของเรา เช่นนั้นก็อย่าได้ฝืนใจเลยเจ้าค่ะ ทุกคนล้วนได้ยินแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นเยวียนยางถังหรือร้านเสื้อซิงเยว่ ก็ล้วนจะไม่ขายของให้คุณหนูหลิวอีก เช่นนี้ ท่านคงจะพอใจแล้วกระมัง”
หลิวหรูเยว่ผงะไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าซ่งชิงหลันจะพูดคำเช่นนี้ออกมาได้
หากแต่นางหมุนตัวกลับมา รักษารอยยิ้มอันมีเกียรติเอาไว้ และกล่าวอย่างปากแข็ง “แม่นางซ่งอย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน!”
อย่างไรเสียนางก็ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ เงินที่ใช้จับจ่ายให้ร้านเสื้อซิงเยว่ต่อเดือนก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ นางไม่เชื่อว่าซ่งชิงหลันที่โลภมากผู้นั้นจะยอมปล่อยเงินไปเปล่า ๆ!
แต่นางก็ยังประเมิณซ่งชิงหลันต่ำเกินไป เพราะตอนนี้แม่นางผู้นี้ก็เป็นคนร่ำรวยมากอยู่แล้ว
ซ่งชิงหลันสบสายตายั่วยุของนาง ยกยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “ใช่ว่าในโลกนี้จะมีแค่ตระกูลมหาเสนาบดีหลิวเพียงผู้เดียว ต่อให้เสียลูกค้าอย่างคุณหนูหลิวไปคนหนึ่ง ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอันใดกับพวกข้านักเจ้าค่ะ แต่ท่านนี่สิ เกรงว่าตั้งแต่นี้ไปจะไม่สามารถสวมใส่เสื้อผ้าอันเป็นที่นิยมที่สุดของร้านเสื้อซิงเยว่เสียแล้ว แต่ต้องไปหาซื้อเสื้อผ้าร้านอื่นแทน เกรงว่าถึงตอนนั้น คนที่เสียใจภายหลังจะเป็นคุณหนูหลิวเสียมากกว่า”
กล่าวจบ นางก็จงใจมองเสื้อผ้าแบบใหม่ล่าสุดของร้านเสื้อซิงเยว่ที่หลิวหรูเยว่กำลังสวมใส่
หลิวหรูเยว่ตกตะลึงไปโดยพลัน ก้มหน้าลงมองก็พบว่าชุดที่นางใส่ออกจากบ้านในวันนี้กลับเป็นเสื้อผ้าใหม่ล่าสุดของร้านเสื้อซิงเยว่ เป็นการตบหน้ากันอย่างรวดเร็วและเจ็บแสบจริง ๆ
นางเงยหน้ามองไปรอบ ๆ ราวกับเห็นใบหน้าของผู้คนที่ไม่คิดว่าจะได้มาชมความตื่นเต้นนี้
หลิวหรูเยว่ยิ่งรู้สึกอับอายขายขี้หน้า นางรีบหมุนตัวออกจากเยวียนยางถังไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากเห็นหลิวหรูเยว่จากไปด้วยความโกรธแล้ว ลูกค้าประจำสองสามคนก็ล้วนเดินมาสนับสนุนซ่งชิงหลัน
“แม่นางซ่ง ถึงแม้ครอบครัวเราจะไม่ได้มีอำนาจเท่าครอบครัวมหาเสนาบดีหลิว แต่ข้าก็ชื่นชอบคนที่สดใสอย่างแม่นางซ่งนัก ขอเพียงเป็นกิจการของแม่นางซ่ง จากนี้ข้าก็จะสนับสนุนต่อไป!”
“ข้าด้วย! ข้าก็ด้วย! แม่นางซ่ง เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่พวกท่านขายงดงามเพียงนี้ หากคนอื่นไม่ซื้อ เช่นนั้นนางก็เป็นคนที่ต้องขาดทุนเสียแล้ว!”
“ข้าจะบอกพวกท่านให้นะ ข้ามีญาติอยู่ที่อวี๋เฉิง รู้หรือไม่ว่านางอิจฉาข้าเพียงใดที่ได้อยู่เมืองหลวงและได้ซื้อเสื้อผ้ารูปแบบใหม่ของร้านเสื้อซิงเยว่ ทุกครั้งนางมักจะขอให้ข้าฝากคนเอาไปให้นางเลยด้วย!”
“ก็นั่นน่ะสิ! แม่นางซ่งนั้นตามีแววยิ่งนัก! พวกข้าไม่มีทางผิดหวังที่ได้อุดหนุนแม่นางซ่งเป็นแน่!”
……
ฟังทุกคนประเมินและชื่นชมอย่างอบอุ่นเช่นนี้ ในใจของซ่งชิงหลันก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น
นางกล่าวกับทุกๆ คน “ต้องขอบคุณพวกท่านมากที่สนับสนุนข้า ซ่งชิงหลันมาโดยตลอดเจ้าค่ะ พวกข้าสัญญาว่าจะต้องออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่งดงามต่อไปเรื่อย ๆ จะไม่ให้ทุกท่านต้องผิดหวัง ขอเพียงถึงวันนั้นพวกท่านยังต้องการข้า ร้านของข้าก็จะยังเปิดต่อไป!”
“ดี!”
“พูดได้ดี!”
“สนับสนุนแม่นางซ่ง!”
ระหว่างนั้น บรรยากาศของทั่วทั้งร้านเยวียนยางถังก็ดูตื่นเต้นขึ้นมา ทุกคนล้วนลืมเรื่องที่หลิวหรูเยว่มาหาเรื่องเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
ถึงแม้จะควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่หลี่ซิ่วซิ่วก็ยังเป็นกังวลอยู่เล็กน้อย
นางลากซ่งชิงหลันเข้าไปมาในโถงด้านใน และกล่าวอย่างกังวล “ท่านพี่เจ้าคะ วันนี้พวกเราทำให้คุณหนูหลิวขุ่นเคืองใจ นางจะมาสร้างปัญหาให้เราหรือไม่”
ถึงแม้หลี่ซิ่วซิ่วจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราชการมากนัก แต่ก็ทำงานอยู่ในร้านเสื้อซิงเยว่มานาน เคยได้ติดต่อกับคุณหนูและฮูหยินของเหล่าข้าราชการมาไม่น้อย จากคำพูดของพวกนางในยามปกติก็พอจะเดาออก หากแต่ใต้เท้ามหาเสนาบดีผู้นี้มีอำนาจล้นเหลือ ไม่ใช่คนที่พวกนางจะไปทำให้ขุ่นเคืองได้เลยนี่สิ!
ซ่งชิงหลันเห็นท่าทางเป็นกังวลของนางก็ยิ้ม “เจ้าวางใจเถิด นางจะต้องสร้างปัญหาให้พวกเราแน่”
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรเล่าเจ้าคะ ต้องไปขอให้ท่านอ๋องช่วยหรือไม่”
ซ่งชิงหลันหรี่ตาเล็กน้อย กล่าว “เรื่องเล็กๆ เช่นนี้ ไม่ต้องไปรับกวนให้ท่านอ๋องออกหน้าหรอก ข้าจะคิดหาวิธีแก้ไขเอง”
“วิธีอันใดหรือเจ้าคะ”
“เราจะนั่งรออยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องลงมือก่อนจึงจะควบคุมสถานการณ์ได้” ซ่งชิงหลันเอ่ยคำพูดออกมาอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็เดินออกโถงด้านในแล้วจากไป
วันต่อมา
ทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนบอกต่อถึงเรื่องที่หลิวหรูเยว่ก่อเรื่องในวันเปิดร้านของร้านเยวียนยางถังเมื่อวานนี้ หนึ่งคนบอกต่อไปสิบ สิบคนบอกต่อไปร้อย ทุกคนล้วนพูดคุยถึงเรื่องนี้อย่างคึกคัก
ซึ่งประเด็นล้วนอยู่ที่ซ่งชิงหลันรับมือกับคุณหนูแห่งจวนมหาเสนาบดี ว่ากล้าหาญและชาญฉลาดอย่างไรบ้าง ถึงขนาดกล่าวออกมาอย่างไม่เกรงกลัวว่าต่อไปจะไม่ทำการค้ากับคุณหนูหลิวจากตระกูลหลิวอีก
ในระหว่างนี้ ทุกคนล้วนเปลี่ยนแปลงมุมมองที่มีต่อซ่งชิงหลัน ภาพลักษณ์ยอดหญิงอันดับหนึ่งของเมืองหลวงนั้นยิ่งติดตราตรึงอยู่ในใจผู้คนมากว่าเดิม
ถึงขนาดที่ว่ามีคนตั้งใจไปที่เยวียนยางถังเพื่อซื้อเครื่องประดับสองสามชิ้นที่หลิวหรูเยว่กล่าวดูถูกเมื่อวานนี้โดยเฉพาะ ทำให้ในวันที่สองที่เยวียนยางถังเปิดกิจการ ลูกค้านั้นมีมากกว่าเมื่อวานเสียอีก
เดิมทีหลี่ซิ่วซิ่วยังกังวลว่าจะถูกแก้แค้นจากจวนมหาเสนาบดีหลิว แต่คิดไม่ถึงว่าเพียงเปิดร้านก็มีกลุ่มลูกค้าแห่กันมาเช่นนี้ และทั้งหมดล้วนแย่งกันจะซื้อเครื่องประดับที่หลิวหรูเยว่ดูถูกเอาไว้เมื่อวานนี้
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ นางก็ตกใจอย่างมาก ต้องยอมรับในความเก่งกาจของซ่งชิงหลันจริง ๆ
“ท่านพี่ ท่านเก่งกาจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ! ท่านทำได้อย่างไรกัน”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว และกล่าว “เจ้ารู้หรือไม่ว่าในเมืองหลวงนี้ คนที่สามารถปล่อยข่าวได้รวดเร็วที่สุดคือผู้ใด”
หลี่ซิ่วซิ่วขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง กล่าว “นักเล่านิทานหรือเจ้าคะ”
ปกติแล้วนางเองก็ชอบไปฟังคนเล่านิทาน แล้วก็ได้ยินเรื่องซุบซิบในเมืองจากที่นั่นเช่นกัน
ซ่งชิงหลันยิ้มพลางส่ายหน้า “ขอทานต่างหาก ก่อนหน้านี้ข้าบอกท่านอาสะใภ้เอาไว้ว่าทุกวันให้นำอาหารที่เหลือจากภัตตาคารอวิ๋นหลายไปให้ขอทานในเมืองกิน ผลลัพธ์ของการให้พวกเขาช่วยงานนั้นดีมาก”
จากนั้นหลี่ซิ่วซิ่วจึงได้ตอบสนอง “ดังนั้น การที่ข่าวนี้แฟร่สะพัดไปในเมืองหลวง ก็เป็นเพราะท่านให้ขอทานปล่อยข่าวไปทั่วนี่เอง”
“ใช่แล้ว” ซ่งชิงหลันพยักหน้า “การตลาดแบบความเห็นสาธารณะนั้นก็สำคัญอย่างมาก ตราบใดที่เราคว้าโอกาสในการชี้นำความเห็นของประชาชน ก็จะใช้โอกาสนั้นโฆษณาตนเองได้ อีกอย่าง เมื่อควบคุมขีดจำกัดได้แล้ว ก็จะใช้โอกาสที่อีกฝ่ายไม่ตั้งตัว เปลี่ยนจากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุกได้”
“อีกทั้งสถานการณ์เช่นตอนนี้ หลิวหรูเยว่ไม่มีทางลงมือกับพวกเราได้ ไม่อย่างนั้นก็จะยิ่งเป็นการยืนยันในภาพลักษณ์ของนาง มหาเสนาบดีหลิวก็ไม่มีทางปล่อยให้นางสร้างปัญหาแน่”
หลี่ซิ่วซิ่วฟังแล้วก็ตะลึงไป สีหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม “ท่านพี่เจ้าคะ ถึงแม้ข้าจะฟังไม่เข้าใจว่าท่านกล่าวอันใด แต่ท่านเก่งกาจมากจริง ๆ เจ้าค่ะ!”