ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 299 ลืมบอกข่าวดีกับท่าน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 299 ลืมบอกข่าวดีกับท่าน
บทที่ 299 ลืมบอกข่าวดีกับท่าน
ซ่งชิงหลันมองตามรถม้าหรูหราของจวนอ๋องที่ค่อย ๆ ไกลออกไป จนกระทั่งหายลับไปจากสายตา นางจึงได้หันหลังกลับมา วางแผนจะไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
หากแต่เพียงนางหันหลังกลับมาก็ต้องตกใจกับร่างของคนคนหนึ่งที่ปรากฏตัวอย่างไม่ทันตั้งตัว “ไอ้หยา! เชียนเชียน เหตุใดเจ้าเดินมาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงเล่า”
อู่เชียนเชียนหัวเราะฮิ ๆ “ข้าเป็นคนมีวรยุทธ์ เวลาเดินย่อมรวดเร็วอยู่แล้วเจ้าค่ะ อ้อ จริงสิ เฉินเฉินและเยว่เยว่จะไปที่ใดหรือ เหตุใดท่านจึงไม่ได้ไปด้วยเล่า”
“ไป๋เย่หานพาพวกเขาส่งเข้าไปอยู่ที่วังสักระยะ”
“หา” อู่เชียนเชียนถลึงตาสองข้างอย่างตกใจ กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง “ดูท่า ช่วงที่ข้าไม่อยู่นี้จะเกิดเรื่องมากมายกับท่านอ๋องกระมัง เร็ว ๆ ๆ รีบบอกข้ามา! พวกท่านคบหากันได้อย่างไร”
เมื่อคืนนี้นางคิดเรื่องนี้อยู่ทั้งคืน อยากรู้อยากเห็นกับเรื่องของพวกเขาอย่างมาก ดังนั้นวันนี้เพียงฟ้าสว่าง นางก็มาเยี่ยมเพื่อถามหาความจริงพร้อมดวงตาสีดำขลับที่อดรนทนไม่ไหว
“คบหาหรือ” ซ่งชิงหลันกระตุกมุมปาก เหตุใดจึงดูเหมือนพวกเขาทำเรื่องน่าอายอย่างไรอย่างนั้น
อู่เชียนเชียนหัวเราะคิกคัก “ไอ้หยา ไม่ต้องสนใจรายละเอียดพวกนี้แล้ว รีบบอกมาเถิด…”
“เรื่องนี้… มันยาวน่ะสิ…”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เช่นนั้นเราไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย แทะเมล็ดแตงโมไปพลาง จิบสุราไปพลาง ค่อย ๆ คุยกันก็ได้…”
ซ่งชิงหลันมองนางแวบหนึ่ง “เจ้าว่างมากหรือ”
อู่เชียนเชียนพยักหน้า “ใช่น่ะสิเจ้าคะ วันนี้ท่านพ่อข้าพาท่านลุงฉู่ไปเดินเล่นทั่วเมืองหลวง ซื่อโม่วก็วาดรูป ดังนั้นวันนี้ข้าจึงมีเวลาฟังท่านมากมาย”
“ไปกันเถิด” ซ่งชิงหลันหมดหนทาง ทำได้เพียงทำตามความต้องการของนาง ทั้งสองคนไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายด้วยกัน
นางรู้ อู่เชียนเชียนคนนี้ ถ้าหากได้คุยเรื่องซุบซิบ ก็จะคุยได้ไม่หยุด แล้วจะต้องซักไซ้จนทะลุปรุโปร่งแน่
ทันทีที่ทั้งสองคนมาถึงภัตตาคารอวิ๋นหลาย หวงเสี่ยวโต้วก็นำสุราชั้นดีมาให้อย่างรู้ความ รวมไปถึงกับแกล้มด้วย
ดังนั้น ซ่งชิงหลันก็เล่าเรื่องราวโดยสรุป บอกกล่าวนางถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจากที่อู่เชียนเชียนไปจากเมืองหลวง
“เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้แหละ…”
อู่เชียนเชียนหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาแล้วจิบคำหนึ่ง รู้สึกยังไม่หนำใจนัก “ไอ้หยา… ที่แท้หลังจากที่พวกข้าจากไปแล้วก็เกิดเรื่องน่าสนุกขึ้นมากมายเชียว โธ่เอ๊ย! ช่างน่าเสียดายจริง ๆ! ถ้าหากข้าไม่ได้ไปก็คงดี!”
ซ่งชิงหลันดูท่าทางเสียดายของนาง ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
นางมองอู่เชียนเชียนแวบหนึ่ง ยิ้มแล้วกล่าวหยอก “ถ้าหากพวกเจ้าไม่ไปหลี่โจว งานแต่งนี้จะตกลงกันได้อย่างไร จริงสิ เมื่อคืนได้ยินนายท่านฉู่บอกเป็นนัย ว่าพวกเขาจะอยู่ที่เมืองหลวงนานหน่อยหรือ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ! เหตุใดข้าจึงลืมบอกข่าวดีนี้กับท่านได้นะ!” เพียงกล่าวถึงเรื่องนี้ อู่เชียนเชียนก็ตื่นเต้นขึ้นมา
นางโน้มตัวเข้าหาซ่งชิงหลัน ยิ้มแล้วเอ่ยออกมา “หลังจากพวกข้าสองครอบครัวหารือกันแล้ว ก็ตกลงว่าข้ากับซื่อโม่วจะแต่งงานกันที่เมืองหลวง ต่อไปก็จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ส่วนท่านลุงฉู่นั้น ตอนแรกก็ยังลังเลว่าจะอยู่ที่นี่ด้วยดีหรือไม่ ดังนั้นพ่อข้าจึงได้โน้มน้าวให้เขามาที่เมืองหลวงกับพวกเราสักครั้ง จริง ๆ แล้ว ก็ต้องขอบคุณเป็ดย่างเลิศรสของท่านเมื่อคืนนี้เจ้าค่ะ ตอนนี้เขายิ่งอยากจะอยู่ที่เมืองหลวงเสียแล้ว”
“เช่นนั้นแล้ว เป็ดย่างของข้าก็มีความดีความชอบไม่น้อยเลย ทำให้ท่านจิตรกรแห่งยุคอยู่ที่นี่ได้”
“อย่าบอกว่าเป็นจิตรกรแห่งยุคเลย ข้าเดาว่าถ้าหากฝ่าบาทได้เสวย ก็จะต้องชื่นชมไม่ขาดปากเป็นแน่เจ้าค่ะ อ้อ จริงสิ ท่านพี่ชิงหลัน…” กล่าวจบ อู่เชียนเชียนก็อยากรู้ขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าได้ยินว่าในวังหลวงนั้นเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ท่านส่งเด็กน้อยน่ารักอย่างเฉินเฉินและเยว่เยว่ทั้งสองคนเข้าวัง ไม่เป็นห่วงพวกเขาหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย ดื่มสุราอึกหนึ่ง “วางใจเถิด พวกเขาเก่งกาจจะตายไป เจ้าควรกังวลว่าคนในวังหลวงจะถูกพวกเขารังแกหรือไม่ดีกว่า”
อู่เชียนเชียนกระตุกมุมปาก อดไม่ได้ที่จะชื่นชม มารดาอย่างท่านพี่ชิงหลันนี้ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ
พระราชวังในเหมืองหลวง
ระยะนี้มีข่าวลือหนึ่งแพร่สะพัดอยู่ในวังหลวง บอกว่าองค์จักรพรรดินั้นรักใคร่กับนางสนมลึกลับคนใหม่ ทุกวันจะให้นางอยู่ในพระที่นั่งชิงซินเพื่อหาความสำราญ เหล่านางข้าหลวงและขันทีที่ผ่านพระที่นั่งชิงซินทุกวันก็จะได้ยินเสียงหัวเราะสดใสมีความสุขขององค์จักรพรรดิดังมาจากด้านใน
องค์จักรพรรดิถึงขนาดสั่งปิดอุทยานหลวงเพื่อรอยยิ้มของสาวงาม เพียงแต่อยู่ข้างในกับสาวงามอย่างมีความสุข ทำให้ในหมู่พระสนมก็มีคนพูดคุยกันอย่างลับ ๆ ว่า ในที่สุดพระสนมเฉินอันเป็นที่รักอันดับหนึ่งอยู่ในวังมาหลายสิบปีก็กลายเป็นดอกไม้งามที่โรยรา สนมคนใหม่อันเป็นที่รักจะงอกเงยมาแทนที่เสียแล้ว
สิ่งที่ลึกลับที่สุดก็คือ จนถึงตอนนี้พระสนมผู้เป็นที่รักอันแสนลึกลับผู้นี้ กลับไม่เคยมีผู้ใดเห็นหน้าค่าตาของนางเลย ไม่รู้ว่ามีกี่คนจากเหล่าพระสนมที่ไปติดสินบนจางอิงรั่ง เพียงเพราะอยากจะสืบหาข้อมูลจากเขา แต่เขากลับปิดปากสนิท ตอนนี้ยิ่งทำให้พระสนมผู้เป็นที่รักอันแสนลึกลับนี้ยิ่งลึกลับเข้าไปอีก
พระที่นั่งชิงซินในวันนี้ถูกคุ้มกันแน่นหนา มีอู่ต้าหย่งผู้เป็นหัวหน้าองครักษ์ส่วนพระองค์คอยเฝ้าอยู่หน้าประตูพระที่นั่งชิงซินด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าแม้แต่แมลงวันตัวเดียวก็ไม่สามารถบินเข้าไปได้
ในตอนนี้ เสียงบทเพลงดังออกมาจากพระที่นั่งชิงซินอย่างเอื่อย ๆ เช่นเดียวกันกับเสียงหัวเราะร่าเริงและโห่ร้องปรบมือให้กัน
มีการทำการแสดงกายกรรมอยู่ในพระที่นั่งชิงซินอยู่หรืออย่างไร
จิ่งกวงเยี่ยนั่งอยู่บนบัลลังก์กลางลานพระที่นั่ง พิงโต๊ะหยก ในอ้อมแขนอุ้มซ่งซิงเยว่ผิวขาวอมชมพูน่ารัก ข้างกายมีซ่งซิงเฉินที่นั่งอยู่อย่างสุขุม ปู่หลานทั้งสามคนกำลังดูนักแสดงที่ทำการแสดงตรงลานด้านล่างอย่างตั้งอกตั้งใจ
มีทั้งเสลี่ยงสั่น การแสดงลูกกลม ควงถ้วย รูดเสา เดินบนคานไม้ไผ่ ห้อยบนผ้าไหม การแสดงร่ม มายากล ไต่ลวด พยุงจานบนหัว การแสดงผาดโผน พ่นควัน ทุกสิ่งที่ควรมี
ซ่งซิงเยว่ดูโดยไม่ละสายตา และเอ่ยปากชมไม่หยุด
“หวา! สุดยอดมากเจ้าค่ะ! เอาอีก! เอาอีก!” ซ่งซิงเยว่ปรบมือเล็กอย่างตื่นเต้น ใบหน้าเล็กอันงดงามน่ารักนั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตอันชาญฉลาดสดใสนั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ซ่งซิงเฉินที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตื่นเต้นเช่นกัน ถึงแม้ปกติตามท้องถนนจะมีการแสดงโยนของ พวกท่านน้าเองก็จะพาพวกเขาไปดู แต่ในวังหลวงนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิง มันดูน่าพึงพอใจยิ่งกว่าเสียอีก
จิ่งกวงเยี่ยเห็นว่าเด็กทั้งสองคนยังคงไม่หนำใจ ก็ยื่นแขนน่าเกรงขามออกมาโบกแล้วออกคำสั่ง “แสดงต่อไป หากองค์หญิงน้อยและท่านอ๋องน้อยพอใจ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม!”
ทันทีที่องค์จักรพรรดิกล่าวอย่าง เหล่าข้าหลวงจากสำนักสังคีตก็ยิ่งพยายามทำการแสดงอย่างหนัก
ผู้ใดก็คิดไม่ถึง ที่แท้พระสนมลึกลับผู้เป็นที่โปรดปรานที่ลือกันในวัง กลับเป็นเด็กน้อยสองคน
แน่นอนว่าเพื่อรักษาชีวิตไว้ ข้าหลวงเหล่านี้ที่ได้พบซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ ย่อมล้วนไม่กล้าพูดออกมา และยิ่งไม่กล้าคาดเดา ว่าองค์หญิงน้อยและท่านอ๋องน้อยที่องค์จักรพรรดิเรียกนี้เป็นผู้ใดมาจากไหน
ในตอนนี้ ข่าวลือที่ว่าองค์จักรพรรดิมียอดรักคนใหม่ก็ยิ่งแพร่ไปในเหล่านางสนมอย่างหนาหู
ด้วยเพราะพระมเหสีที่ถูกกักบริเวณอยู่ในพระตำหนักจิ่งซิ่ว ทำให้ธุระภายในเหล่านางสนมนั้นมีพระสนมเฉินมาดูแลแทนชั่วคราว หลายวันมานี้นางยุ่งอยู่กับการงานในบรรดาเหล่านางสนมเสียจนหัวหมุน คิดไม่ถึงว่าวันนี้ตอนได้รับการคารวะจากเหล่านางสนม ความโกรธก็ปะทุขึ้นมาอีก
เหล่าพระสนมที่เพิ่งจะเข้าวังมาได้ไม่นานเหล่านั้น อดไม่ได้ที่จะบ่นต่อหน้านาง
“พระสนมเฉินเพคะ พวกข้าล้วนได้ยินมาว่ามีพระสนมผู้เป็นที่โปรดปรานผู้หนึ่งเข้ามาอยู่ในวังหลวง ท่านทราบหรือไม่เพคะ”
“นั่นน่ะสิ! ได้ยินว่าสาวงามผู้นี้รูปงามและเยาว์วัยนัก งดงามเสียจนจันทร์ต้องหลบ มวลดอกไม้ต้องอับอาย ปลายังลืมว่าย นกร่วงจากท้องนภาเชียวนะเจ้าคะ!”
“หากไม่ใช่ความงามที่หาได้ยากยิ่ง ฝ่าบาทจะทรงหลงใหลในตัวนางเช่นนี้ได้อย่างไรกัน หึ! พวกท่านน่ะไม่รู้อันใด ฝ่าบาทไม่ได้เสด็จมาหาข้านานมากแล้ว!”
“ก็นั่นน่ะสิ! พระสนมเฉินเพคะ ตั้งแต่สาวงามผู้นั้นเข้ามา ฝ่าบาทก็เสด็จมาที่ตำหนักหยิงชุนน้อยลงใช่หรือไม่”
“เมื่อก่อนพระมเหสีทรงจัดการตำหนักทั้งหก ก็ตรัสไว้แล้วว่าเหล่าสนมอย่างเราล้วนเป็นพี่น้อง มักจะทรงบอกกล่าวให้ฝ่าบาททรงปฏิบัติอย่างเท่าเทียม พระสนมเฉิน ท่านเองก็ควรไปเกลี้ยกล่อมพระองค์เสียหน่อยหรือไม่เพคะ”