ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 300 เป็นที่โปรดปรานมาหลายปี
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 300 เป็นที่โปรดปรานมาหลายปี
บทที่ 300 เป็นที่โปรดปรานมาหลายปี
เหล่านางสนมในวังพากันวิจารณ์อย่างนั้นอย่างนี้ ไม่จบสิ้น พระสนมเฉินฟังแล้วก็ปวดหัว
ในใจนางนั้นรู้อย่างชัดแจ้ง พวกนางแต่ละคนเบื้องหน้าก็บ่นเรื่องสาวงามผู้ลึกลับ แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือใช้มันเป็นข้ออ้างในการเยาะเย้ยใบหน้าอันแก่ชราของนาง ที่ไม่อาจหวนคืนได้ และไม่ได้รับความโปรดปรานอีกต่อไปก็เท่านั้น
เหล่านางสนมขององค์จักรพรรดิเหล่านี้ ทุกคนล้วนคาดเดาได้ไม่ยาก
พระสนมเฉินวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะหยกข้างตัวอย่างแรงจนเสียงดัง ‘ปัง!’
เหล่านางสนมนั้นรู้ว่านางโกรธ ก็หุบปากลงทันใด แต่ละคนล้วนมองหน้าสบตากัน
จากนั้นพระสนมเฉินหัวเราะเสียงเย็น “เรื่องที่พวกเจ้าพูดมา ข้าล้วนรู้หมดแล้ว พวกเจ้าทุกคนช่างกล่าวได้อย่างมีเหตุผลนัก ข้าเองก็จะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อพูดคุยเสียหน่อย ข้าเหนื่อยแล้ว พวกเจ้ากลับไปเถิด”
“เพคะ พระสนมเฉิน”
เหล่าพระสนมลุกขึ้นทำความเคารพ จากนั้นก็ออกจากพระตำหนักหยิงชุนไป
แม้พระสนมเฉินจะยกยิ้ม แต่เมื่อเห็นเหล่านางสนมไปจากพระตำหนักหยิงชุนกันหมดแล้ว สีหน้าของนางก็ทะมึนลง นางยกมือขาวขึ้น กวาดถ้วยชาบนโต๊ะชาลงไปบนพื้น เกิดเป็นเสียงกระเบื้องลายครามแตกเป็นชิ้น ๆ
ส่งผลให้นางข้าหลวงที่คอยรับใช้อยู่ด้านข้างตกใจอย่างมาก
หากแต่นางข้าหลวงกุ้ยจือกลับสงบที่สุด นางกวาดตามองเหล่านางข้าหลวงที่ตกใจ ก่อนจะกล่าวเสียงแสบแก้วหู “ยังมัวตะลึงอันใดอยู่ ยังไม่รีบไปยกชากาใหม่มาให้พระสนมอีก”
พระสนมเฉินตะโกนเสียงแหลม “จะชงชาอันใดก็ระงับความโกรธในใจข้าไม่ได้ทั้งนั้น!”
นางข้าหลวงเหล่านั้นตกใจเสียจนยืนตะลึงอยู่ที่เดิม ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
นางข้าหลวงกุ้ยจือรีบส่งสายตาให้พวกนาง กล่าวเสียงเบา “ยังไม่รีบออกไปอีก”
“เพคะ ๆ หม่อมฉันขอตัวเพคะ” นางข้าหลวงเหล่านั้นรีบออกไป กลัวว่าพระสนมเฉินจะโกรธเสียจนพาลมาถึงพวกนาง
นางข้าหลวงกุ้ยจือรีบเดินตามหลังของพระสนมเฉินไป กล่าวปลอบ “เหนียงเหนียง ทรงหายกริ้วเถิดเพคะ พระองค์ทรงอย่าได้ลดตัวไปยุ่งกับพวกนางเลย หากโกรธก็มีแต่จะทำร้ายสุขภาพของพระองค์นะเพคะ”
“เฮ้อ…” พระสนมเฉินยิ้มเย็น “กุ้ยจือ เจ้าฟังสิว่าพวกนางพูดอันใดกัน เห็น ๆ กันอยู่ว่าพูดถึงหญิงงามลึกลับของฝ่าบาท แต่จริง ๆ แล้วคือเหน็บแนมข้าอย่างลับ ๆ ต่างหาก!”
พระสนมเฉินเป็นที่โปรดปรานมาหลายปี เดิมทีนางก็ตกเป็นเป้าของเหล่าพระสนมในวังหลวงอยู่แล้ว ครั้งนี้เมื่อเห็นแนวโน้มว่านางไม่เป็นที่โปรดปรานอีกแล้ว ก็ย่อมไม่ปล่อยโอกาสในการได้ถากถางไป!
“พระสนมเพคะ พระองค์ไม่จำเป็นต้องโกรธหรอกเพคะ ฝ่าบาทปฏิบัติกับพระองค์เช่นไร ก็ทรงรู้มิใช่หรือเพคะ!”
“ก่อนหน้านี้ข้าได้รับความรักความโปรดปรานจากฝ่าบาท ก็ย่อมไม่กลัวอันใด แต่กุ้ยจือ เจ้านับวันดูสิ ฝ่าบาทไม่เสด็จมาที่ตำหนักหยิงชุนนานเพียงใดแล้ว” กล่าวจบ สีหน้าของพระสนมเฉินก็เผยความเป็นกังวล
ถึงแม้หญิงเหล่านี้จะปากไม่มีหูรูด แต่คำพูดที่กล่าวก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล เหล่าหญิงในวังหลวงนี้เปลี่ยนไปอยู่ทุกวัน ไม่อาจรับประกันได้ว่าวันไหนฝ่าบาทจะเลิกสนใจนาง
คิดถึงตรงนี้ พระสนมเฉินก็ยืนขึ้นอย่างเคร่งเครียด “กุ้ยจือ ไปยังพระที่นั่งชิงซินกับข้า!”
พระสนมเฉินมาถึงด้านหน้าพระที่นั่งซิงชิน ก็ถูกอู่ต้าหย่งขวางไว้นอกประตูพระที่นั่งอย่างไม่ต้องสงสัย “พระสนมเฉินได้โปรดหยุดก่อนพ่ะย่ะค่ะ!”
พระสนมเฉินขมวดคิ้วในทันที นางหันหน้ามามองก็เห็นชายหนุ่มรูปงามที่ไม่คุ้นหน้า สวมใส่ชุดหัวหน้าองครักษ์ส่วนพระองค์หน้าพระที่นั่ง จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างสงสัย “เจ้าคือ…”
นางข้าหลวงกุ้ยจือที่อยู่ข้าง ๆ รีบเตือนเสียงเบา “พระสนม นี่คืออู่ต้าหย่ง หัวหน้าองครักษ์ส่วนพระองค์หน้าพระที่นั่งที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งเพคะ”
“อ้อ… ที่แท้เจ้าก็คืออู่ต้าหย่งนี่เอง” พระสนมเฉินยิ้มเล็กน้อย “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นผู้ใด เช่นนั้นก็ควรรู้ว่าข้าไม่ใช่คนที่เจ้าจะขวางเอาไว้ได้!”
อู่ต้าหย่งไม่เปลี่ยนสีหน้า กล่าวอย่างไม่ยโสแต่ก็ไม่ถ่อมตน “ข้าน้อยเพียงแต่ทำตามรับสั่ง ฝ่าบาทรับสั่งไว้ว่าห้ามผู้ใดก็ตามเข้าไปด้านในพ่ะย่ะค่ะ”
พระสนมเฉินสีหน้าย่ำแย่เสียยิ่งกว่าเดิม
เป็นเพียงหัวหน้าองครักษ์ส่วนพระองค์ผู้ต่ำต้อย แต่กลับกระด้างกระเดื่องกับนาง ช่างบังอาจนัก!
นางข้าหลวงกุ้ยจือเองก็รีบกล่าว “ใต้เท้าอู่ ท่านยังใหม่ก็คงจะไม่รู้ ผู้ใดก็ตามที่ฝ่าบาทตรัสถึง ไม่รวมพระสนมเฉินของพวกข้าเสียหน่อย”
อู่ต้าหย่งเองก็ตอบตามตรง “ข้าน้อยไม่ทราบจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
นางข้าหลวงกุ้ยจือจงใจกล่าวเสียงดัง “ใต้เท้าอู่ ในเมื่อตอนนี้ท่านรู้แล้ว ยังไม่รีบเปิดทางให้อีกหรือ”
“โปรดอภัยที่ข้าน้อยไม่อาจขัดรับสั่ง”
เดิมทีพระสนมเฉินโกรธมากพออยู่แล้ว ตอนนี้ยังต้องมาพบอู่ต้าหย่งที่หัวรั้นทั้งยังพูดไม่รู้เรื่อง ความโกรธในใจยิ่งมากขึ้นกว่าเดิม นางชี้อู่ต้าหย่ง และกล่าว “เจ้า…”
ยังไม่รอให้นางกล่าวจบ ประตูพระที่นั่งชิงซินก็เปิดออกในทันที จางอิงรั่งเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ที่แท้ก็เป็นพระสนมเฉินนี่เอง”
เพียงนางข้าหลวงกุ้ยจือเห็นเขา ก็โกรธขึ้นมาทันที “ท่านขุนนางจาง ในที่สุดก็มาเสียที ท่านนี่ก็จริง ๆ เลย เหตุใดจึงให้คนที่มีตาหามีแววไม่มาเฝ้าประตูกันเพคะ”
อู่ต้าหย่งยังคงไม่เปลี่ยนสีหน้า อย่างไรเสียอยู่ในวังหลวง เขาก็ต้องฟังเพียงรับสั่งของฝ่าบาท คุ้มครองฝ่าบาทเป็นใช้ได้ เรื่องอื่น ๆ เขาไม่สนใจสักนิด
จางอิงรั่งเป็นคนมีไหวพริบ พอได้ยินนางข้าหลวงกุ้ยจือโมโหเช่นนี้ สมองของเขาก็คาดเดาได้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
เขายกยิ้ม รีบกำมือคำนับแล้วกล่าว “พระสนมเฉิน ทรงอย่าได้กล่าวโทษใต้เท้าอู่เลย นี่ล้วนเป็นความผิดของข้าน้อย ข้าน้อยไม่ได้บอกกล่าวใต้เท้าอู่ให้ชัดเจน ว่าพระองค์เป็น…”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเจ้าก็อย่าขวางไม่ให้ข้าไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท” พระสนมเฉินไม่มีกะจิตกะใจจะฟัง เขามัวแต่ลีลาอยู่ตรงนี้ จึงได้เดินผ่านจางอิงรั่งจะเข้าไปในพระที่นั่งชิงซินทันที
จางอิงรั่งตกใจอย่างมาก “พระสนมเฉิน ไม่ได้นะขอรับ…”
ในตอนที่พระสนมเฉินกำลังจะยกเท้าก้าวเข้าไปในพระที่นั่งชิงซิน อยู่ ๆ ก็มีร่างสีทองเรืองอร่ามปรากฏตรงหน้า
พระสนมเฉินตะลึง รีบเงยหน้าขึ้น ก็เห็นใบหน้างดงามน่าเกรงขามของจิ่งกวงเยี่ย “ฝ่าบาทเพคะ!”
“พระสนม เจ้ามาได้อย่างไร” จิ่งกวงเยี่ยยิ้ม พยายามยืนขวางสายตาของพระสนมเฉินเอาไว้ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่ให้นางมองเข้าไปเห็นคนในพระที่นั่งชิงซิน
ซึ่งพระสนมเฉินดูออกแต่ไม่กล่าวอันใด ยังคงทำเหมือนปกติ และกล่าวออดอ้อน “ฝ่าบาทเพคะ หลายวันแล้วที่พระองค์ไม่เสด็จมาพระตำหนักหยิงชุน หม่อมฉันก็ทำได้เพียงมาที่นี่เพื่อเข้าเฝ้าสิเพคะ!”
จิ่งกวงเยี่ยจิ้งจอกเฒ่าจับมือของนางเอาไว้ทันที “พอดีเลย วันนี้เดิมทีข้าก็คิดจะไปกินอาหารเที่ยงกับเจ้าอยู่พอดี เช่นนั้นเราก็ไปที่พระตำหนักหยิงชุนด้วยกันเถิด”
กล่าวจบก็พาพระสนมเฉินเดินไปข้างหน้า
จางอิงรั่งรีบเดินตามไป อู่ต้าหย่งเคลื่อนไหว คิดจะตามไปด้วย
ในตอนนี้ จิ่งกวงเยี่ยก็หันหน้ามาเล็กน้อย พร้อมเอ่ยสั่งเขาเสียงเบา “เจ้าไม่ต้องตามไป”
อู่ต้าหย่งพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ”
พระสนมเฉินไม่ได้โง่ นางรู้ว่าจิ่งกวงเยี่ยจงใจให้อู่ต้าหย่งอยู่ที่นี่ เพื่อคุ้มครองคนที่ถูกซ่อนไว้ในพระที่นั่งชิงซิน
หากแต่นางแสร้งเดินตามจิ่งกวงเยี่ยไป พลางลอบหันหน้ากลับมา มองประตูพระที่นั่งซิงชินที่ค่อย ๆ ปิดลง ในใจก็ลอบวางแผน นางจะต้องดูให้ได้ว่าข้างในนั้นเป็นผู้ใดกันแน่!