ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 30 หัวหน้าตกหลุมรักแม่นางซ่งเข้าแล้ว (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 30 หัวหน้าตกหลุมรักแม่นางซ่งเข้าแล้ว (รีไรท์)
บทที่ 30 หัวหน้าตกหลุมรักแม่นางซ่งเข้าแล้ว (รีไรท์)
หลังจากกินมื้อกลางวันด้วยกันแล้ว สี่พี่น้องก็กำลังจะออกจากบ้านเพื่อไปทำงานต่อ
ซ่งชิงหลันมองไปที่ด้านนอกผ่านช่องประตู อากาศข้างนอกหนาวเย็นมาก ลูกน้อยทั้งสองเพิ่งจะหลับสนิทหลังจากได้กินนมแพะ นางเองก็ไม่อยากจะให้หญิงชราและทารกทั้งสองต้องออกไปทรมานอีก
หลานสาวคนโตจึงเอ่ยแก่ท่านย่าของนางว่า “ท่านย่า ข้างนอกอากาศเย็นมาก บ่ายนี้ท่านกับเฉินเฉิน และเยว่เยว่ รออยู่ที่บ้านจะดีกว่า ประเดี๋ยวพวกเราจะออกไปข้างนอกแล้วจะรีบกลับมา”
แม่เฒ่าซ่งเห็นว่าใบหน้าหวานใสราวกับตุ๊กตาของหลานสาวยังปรากฏรอยแดงเรื่อจากความหนาวเย็นที่ข้างแก้มทั้งสอง ก็รู้สึกว่าคงหนาวจนทนได้ยากจึงเห็นด้วยกับหญิงสาว
ช่วงบ่ายมีคนออกไปที่ประตูเมืองไม่มากนัก ในหนึ่งชั่วยามพวกเขาขายเจียนปิ่งได้ไม่กี่สิบชิ้นเท่านั้น
ซ่งชิงหลันจึงวางแผนปิดร้านก่อนเวลาเพื่อจะได้กลับไปหาลูก ๆ ที่บ้าน
แม้ว่าอู่ต้าหย่งจะยืนประจำที่ประตู แต่เขาก็มักจะลอบสังเกตความเคลื่อนไหวของเจ้าของร้านเจียนปิ่งสาวผู้นี้อยู่เสมอ
ชายหนุ่มมองไปยังหวังจู้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วเริ่มถามบรรดาลูกน้องที่ยืนอยู่ด้วยกัน “พวกเจ้าหิวหรือเปล่า อยากกินเจียนปิ่งหรือไม่”
นัยน์ตาของหวังจู้เป็นประกายขึ้นมาทันที “หัวหน้า?”
อู่ต้าหย่งหันเหสายตามาทางเขา “เจ้าอยากกินหรือ”
หวังจู้รีบรับคำเสียงดัง “กินขอรับ ข้ากิน ข้ากิน!”
เจ้าหน้าที่อีกหลายคนเองก็ตอบรับอย่างรวดเร็ว “เราเองก็อยากกินเหมือนกันขอรับ”
ในตอนนี้เขามีเหตุผลเหมาะ ๆ แล้วจึงเริ่มจัดเครื่องแบบที่สวมอยู่ให้เข้าที่แล้วรีบตรงไปยังร้านของซ่งชิงหลัน
เจ้าหน้าที่ประจำประตูเมืองหลายคนเริ่มรวมตัวกันด้วยความใคร่รู้ และเริ่มประเด็นสนทนาแสนน่าสนใจขึ้น “นี่ ข้าสงสัยมาสักพักแล้วว่าเหตุใดช่วงนี้หัวหน้าถึงชอบกินเจียนปิ่งนัก ข้าจำได้ว่าเคยเห็นหัวหน้ายืนทำงานทั้งวันโดยไม่แตะอาหารสักคำ”
รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวังจู้ เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วรีบเล่าว่า “เจ้านี่ ไม่รู้จักสังเกตเอาเสียเลย หัวหน้าไม่ได้ชอบเจียนปิ่ง ที่ท่านชอบคือแม่นางซ่ง คนขายเจียนปิ่งต่างหากเล่า”
“จริงด้วย ถึงว่า เหตุใดหัวหน้าถึงชอบช่วยเหลือแม่นางนัก” เจ้าหน้าที่เอ่ยพลางหัวเราะ
อีกด้านหนึ่ง ซ่งชิงหลันกำลังจะเก็บร้านกับซ่งชิงตง
แต่เสียงของอู๋ต้าหย่งก็ดังขึ้นเสียก่อน “แม่นางซ่ง เจ้าจะปิดร้านแล้วอย่างนั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้น “อากาศวันนี้หนาวจัด แทบไม่มีผู้ใดมาแถวนี้เลย ข้าเลยคิดว่าจะปิดร้านเร็วกว่าปกติ”
“อ้อ…” อู่ต้าหย่งเกาท้ายทอยแล้วยิ้มอย่างเก้อเขิน “ข้าอยากได้เจียนปิ่งห้าชิ้น ทันอยู่หรือไม่”
“ได้สิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าทำให้” นัยน์ตาของซ่งชิงตงพลันสดใสขึ้นเมื่อได้ยิน
“พี่อู่ เจ้าหน้าที่อย่างท่านทำงานอย่างหนักเพื่อเฝ้าประตูเมือง ต้องทำเจียนปิ่งให้ชิ้นใหญ่ขึ้นหน่อย จริงไหมท่านพี่”
ซ่งชิงหลันเองก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน เราสองคนควรทำให้เร็วด้วย ชิงเป่ยอย่าเพิ่งดับไฟนะ”
“ขอรับ ตอนนี้ไฟยังลุกได้ที่อยู่”
หลังจากนั้นไม่นานเจียนปิ่งม้วนห้าชิ้นก็พร้อมสำหรับเหล่าเจ้าหน้าที่
ซ่งชิงหลันห่อมันด้วยกระดาษทาน้ำมันแล้วยื่นให้กับลูกค้าคนสุดท้ายของวัน “นี่เจ้าค่ะพี่อู่ ระวังร้อนนะเจ้าคะ”
“อืม”
อู่ต้าหย่งยิ้มซื่อแล้วหันหลังกลับอย่างไม่เต็มใจนัก
หญิงสาวมองแผ่นหลังกว้างของเขาแล้วพูดกับน้อง ๆ ทั้งสามของตนว่า “เอาล่ะ ปิดร้านเถิด กลับบ้านกัน พวกเจ้าทั้งสามเก็บของแล้วกลับไปก่อน ข้าจะไปหาซื้อของกินที่ตลาดเสียหน่อย”
ซ่งชิงหลันไปที่ร้านตีเหล็กพร้อมกับเจียนปิ่งในมือ
นางไม่กล้าจะเดินเข้าไปตอนนี้จึงเริ่มด้วยการลอบสังเกตอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม
สิ่งที่หญิงสาวไม่ได้คาดคิดคือเห็นซ่งชิงหนานสวมเสื้อผ้าเนื้อบาง ถือมีดขนาดใหญ่แกว่งมันไปมาในร้าน อีกทั้งยังไม่เห็นวี่แววของหวังกุ้ยที่นั่น