ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 303 นี่กลับเป็นโอกาสอันดี
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 303 นี่กลับเป็นโอกาสอันดี
บทที่ 303 นี่กลับเป็นโอกาสอันดี
พระสนมเฉินสีหน้าเคร่งขรึมในทันที และกล่าวเสียงต่ำ “หรือว่าจะเป็นหญิงที่ถูกฝ่าบาทซุกซ่อนเอาไว้ไปที่สวนหลวงอีกหรือ”
จ้าวหรูไห่พยักหน้า “เป็นไปได้มากเพคะ ได้ยินว่าทั่วทั้งสวนหลวงได้รับการคุ้มกันแน่นหนา ผู้ใดก็ห้ามย่างกรายเข้าไปเพคะ”
“เหอะ… เพื่อนางแล้ว ฝ่าบาททรงทำถึงเพียงนี้” กล่าวจบ พระสนมเฉินก็ลอบกำหมัดแน่น ความรู้สึกอิจฉาริษยาแผ่ซ่านไปทั่ว
นางและฝ่าบาทรักกันมาหลายปี แต่ก็ไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้
หลิวหรูเยว่เห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวของนาง ทันใดนั้นก็ผุดแผนการขึ้นมาในใจ “พระสนมเฉินเพคะ หรูเยว่คิดว่า นี่กลับเป็นโอกาสอันดีเพคะ”
พระสนมเฉินเปลี่ยนสีหน้า มองหลิวหรูเยว่อย่างสงสัย “โอกาสที่ดีอันใดกัน”
“ว่ากันว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งเพคะ พวกเราจะต้องรู้เสียก่อนว่าหญิงผู้นี้เป็นผู้ใดกันแน่ จึงจะหาวิธีจัดการนางได้อย่างเหมาะสมเพคะ”
“ข้าเข้าใจเหตุผลทั้งหมด…” พระสนมเฉินขมวดคิ้ว “แต่ฝ่าบาททรงปกป้องนางอย่างดี ข้าจึงไม่เคยเห็นหน้านางเลยสักครั้ง”
ทันใดนั้นหลิวหรูเยว่ก็โค้งมุมปาก และกล่าว “ดังนั้น หม่อมฉันจึงบอกว่านี่คือโอกาสอันดีเพคะ หากนางอยู่ที่พระตำหนักชิงซิน และพระสนมเฉินเพคะทรงบุกเข้าไปก็ย่อมจะถูกฝ่าบาททรงโกรธเป็นแน่ แต่ตอนนี้นางกลับอยู่ที่สวนหลวง สวนหลวงยิ่งใหญ่เพียงนี้ อย่างไรก็ต้องมีจุดที่ไม่อาจคุ้มกันไว้ได้ ขอเพียงพระสนมเฉินต้องการ จะต้องมีวิธีเข้าไปได้เป็นแน่เพคะ”
กล่าวจบนางก็ยังมองพระสนมเฉินอย่างมีเลศนัย
พระสนมเข้าใจในทันที จึงยิ้มแล้วกล่าว “เจ้าพูดถูกแล้ว วันนี้ข้าจะดูสิว่า หญิงงามผู้นี้เป็นผู้ใดมาจากไหนกันแน่!”
กล่าวจบ พระสนมเฉินก็พาคนไปที่สวนหลวง หลิวหรูเยว่เองก็ตามไปด้วย
ด้านหน้าของสวนหลวงมีการคุ้มกันแน่นหนา ทุกคนที่เข้าไปล้วนถูกกันเอาไว้
จ้าวหรูไห่ทำตามหลิวหรูเยว่ หาคนขี้ขลาดที่สามารถซื้อตัวได้ เขาจ่ายเงินให้จำนวนหนึ่ง จากนั้นก็ข่มขู่สองสามประโยคแล้วจัดการให้เรียบร้อย
พระสนมเฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็เดินเข้าไปในสวนหลวง
นางมองสวนหลวงอันกว้างใหญ่ พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย “สวนหลวงยิ่งใหญ่เพียงนี้ จะหาได้อย่างไรกัน”
หลิวหรูเยว่ออกความคิดเห็นทันที “ปกติหญิงสาวมักจะชอบศาลากลางน้ำ เช่นนั้นไปดูยังทะเลสาบหมื่นปีก่อนเถิดเพคะ”
“ได้สิ” พระสนมเฉินพยักหน้าเห็นด้วย กลุ่มคนมุ่งหน้าเดินไปสู่ทะเลสาบหมื่นปี
ยามที่เตรียมตัวไปทะเลสาบหมื่นปี อยู่ ๆ พระสนมเฉินก็หยุดฝีเท้า มุ่นคิ้วแล้วกล่าว “เสียงอันใดกัน”
นางข้าหลวงกุ้ยจือที่อยู่ข้าง ๆ เอียงหูฟังอย่างตั้งใจ “พระสนมเฉินเพคะ เหมือนจะเป็นเสียงหัวเราะเพคะ ดังมาจากทางด้านทะเลสาบหมื่นปี แต่ทว่าฟังดูแล้วเหตุใดจึงเหมือน…”
ไม่รอให้นางกล่าวจบ พระสนมเฉินก็แค่นหัวเราะแล้วกล่าว “เหอะ ดูท่าวันนี้ข้าจะต้องจับหญิงร้ายนางนั้นให้ได้เสียแล้ว! จ้าวหรูไห่ เดินให้ไวกว่านี้! รีบไปจับนางหญิงร้ายผู้นั้นไว้!
ทุกคนพากันเดินไปอย่างโกรธเกรี้ยว เมื่อเห็นร่างของคนที่อยู่ตรงข้างทะเลสาบหมื่นปี ทันใดนั้นก็ตะลึงอยู่ที่เดิม
เป็นเพราะนางไม่ใช่หญิงงามล่มเมืองดั่งที่ผู้คนลือกัน แต่เป็นเด็กน้อยรูปงามดั่งหยก ตัวขาวอมชมพูและน่ารักน่าชังต่างหาก!
ซึ่งเด็กน้อยสองคนนั้นก็คือซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่
เพราะเช้าวันนี้ หลังจากจิ่งกวงเยี่ยเข้าราชสำนักยามเช้า เด็กทั้งสองคนก็รู้สึกเบื่อ อยากจะมาตกปลาที่ทะเลสาบหมื่นปี
พวกเขาตกปลากันตลอดเช้ากว่าจะตกปลาได้สักตัว แต่ยังดีใจได้ไม่นานเท่าไร ปลาตัวใหญ่นั้นก็หลุดไป กระโดดกลับลงไปในทะเลสาบเสียอย่างนั้น
และในตอนนั้นเอง พวกพระสนมเฉินก็มาถึง
ซ่งซิงเยว่ยู่ปากอย่างโกรธเกรี้ยว ตะโกนใส่พระสนมเฉิน “พวกท่านทำปลาของข้าตกใจจนหนีไปแล้วนะเจ้าคะ! เฮอะ!”
นางข้าหลวงกุ้ยจือเห็นท่าทางหัวดื้อของนางก็อดไม่ได้ที่จะปกป้องนายตน ตะโกนบอก “สามหาว! เหตุใดพวกเจ้าจึงพูดจากับพระสนมเช่นนี้!”
พระสนมเฉินยื่นมือไปห้ามนางไว้ เดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ มองเด็กทั้งสองคนแล้วเอ่ยถาม “พวกเจ้าสองคน เหตุใดจึงมาอยู่ในวังหลวงนี้ได้”
หลิวหรูเยว่ที่อยู่ด้านหลังกัดฟันแน่น เรื่องนี้นางเองก็สงสัยเช่นกัน
ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด ในใจนางจึงรู้สึกไม่สงบอย่างมาก เอาแต่คิดว่าการปรากฏตัวของพวกเขาทั้งสองคนที่นี่ไม่ใช่เรื่องดี ความรู้สึกเช่นนี้ เหมือนกับว่าซ่งชิงหลันสามารถเหยียบเท้าเข้ามาในวังหลวง แล้วแย่งทุกสิ่งที่นางต้องการไปได้อย่างไรอย่างนั้น
ซ่งซิงเฉินกล่าวตอบด้วยท่าทางเลียนแบบ “เพราะเสด็จปู่คิดถึงพวกข้า ท่านพ่อจึงพาพวกข้าเข้ามาขอรับ”
พระสนมเฉินรู้แล้วว่าคนที่ฝ่าบาทปกป้องเอาไว้อย่างดีนั้นเป็นเพียงเด็กสองคนในใจก็โล่งอก อย่างน้อย นี่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าฝ่าบาทไม่ได้ถูกสาวงามล่อลวง และฐานะของนางก็ยังไม่สั่นคลอน
จ้าวหรูไห่ที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยเตือนเสียงเบา “พระสนมเฉินเพคะ ในเมื่อตอนนี้ความจริงก็ถูกเปิดเผยแล้ว พวกเรารีบกลับกันดีหรือไม่เพคะ ถ้าหากฝ่าบาททรงรู้เข้า…”
พระสนมเฉินผู้เป็นนายนั้นไม่ได้สำคัญ แต่พวกนางที่เป็นคนตัวเล็ก ๆ คงทำได้เพียงรับโทษ
ในตอนนั้นเอง อยู่ ๆ หลิวหรูเยว่ก็กล่าวออกมาประโยคหนึ่ง “พระสนมเฉินเพคะ ในเมื่อพวกเรามีวิธีเข้ามา เช่นนั้นคนอื่น ๆ เองก็คิดวิธีนี้ออกเพคะ ถ้าหากถูกคนอื่น ๆ เห็นเข้า เช่นนั้น…”
พระสนมเฉินย่อมรู้ความหมายแฝงของนาง
ฝ่าบาทคุ้มกันแน่นหนาเช่นนี้ ก็เป็นเพราะไม่อยากให้ผู้ใดรู้ถึงการมีอยู่ของเด็กทั้งสองคน หากพูดให้แน่ชัด ก็คือไม่อยากให้คนรู้เข้าว่าพวกเขาเป็นบุตรของไป๋เย่หาน
อย่างไรเสีย ในสายตาคนนอก หานอ๋องก็ยังไม่ได้แต่งงาน
ถ้าหากเด็กเหล่านี้ถูกเปิดเผยตัว ถึงตอนนั้นฐานะของมารดาผู้ให้กำเนิดของพวกเขาก็ย่อมถูกเปิดเผยด้วยเช่นกัน
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของการชิงบัลลังก์ นางไม่สามารถให้หญิงคนนี้มาทำลายอนาคตของหานอ๋องได้
พระสนมเฉินสีหน้าเคร่งเครียด กล่าวกับซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ “พวกเจ้าทั้งสองคน รีบกลับไปยังพระที่นั่งชิงซินเสีย ถ้าหากพวกเจ้าถูกคนอื่นเห็นเข้าจะแย่เอา ข้าเองก็จะให้พ่อของพวกเจ้ารีบพาพวกเจ้าออกจากวังโดยเร็วที่สุด”
การที่เด็กน้อยทั้งสองอยู่ในวังหลวง ช่างเป็นอันตรายเกินไปจริง ๆ
หากไม่ถูกพบเข้าก็ยังดี แต่ถ้าถูกผู้ใดรู้เข้าเช่นนั้นก็จบกัน
ได้ยินคำสั่งเช่นนี้ของพระสนมเฉิน หลิวหรูเยว่ก็โค้งมุมปากยิ้ม เผยให้เห็นรอยยิ้มกระลิ้มกระเหลี่ย
เหอะ ซ่งชิงหลัน เจ้าคิดจะใช้ลูกไต่เต้าอย่างนั้นหรือ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก
นางคิดถูกจริง ๆ ที่นางเข้าวังมาในวันนี้
หากแต่ซ่งซิงเยว่ยังเล่นไม่พอใจ นางมองพระสนมเฉินอย่างเบื่อหน่าย และกล่าว “ข้ายังเล่นไม่พอใจเลยเจ้าค่ะ เสด็จปู่ตรัสว่า ในวังหลวงนี้เป็นบ้านของพวกข้า พวกข้าอยากจะไปที่ใดก็ได้ ใช่หรือไม่เฉินเฉิน”
ซ่งซิงเฉินเม้มปาก มองพระสนมเฉินแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “เสด็จย่า วางใจเถิดขอรับ รอให้เยว่เยว่ตกปลาได้อีกตัวหนึ่ง พวกเราก็จะกลับกันแล้ว”
พระสนมเฉินมองท่าทางเชื่อฟังของซ่งซิงเฉิน ราวกับเห็นไป๋เย่หานตัวจิ๋ว
นางในฐานะแม่ ไม่ได้อยู่ดูไป๋เย่หานเติบใหญ่ ในใจมีความเสียดายที่ไม่อาจลบล้างได้มาโดยตลอด ตอนนี้เมื่อเห็นซ่งซิงเฉิน นางก็รู้สึกโหยหาอย่างมาก
แต่อย่างไรเสียเหตุผลก็เอาชนะความรู้สึกของนางได้
นางกล่าวอย่างไม่รอให้อธิบาย “ไม่ได้ อย่างไรก็ต้องไปตอนนี้!”
กล่าวจบ นางก็ยังยื่นมือออกไปจับแขนเล็กของซ่งซิงเยว่อย่างแรง
“ไอหยา! ท่านมาจับข้าด้วยเหตุใดกัน!” มือสองข้างของซ่งซิงเยว่ที่จับเบ็ดตกปลาอยู่จึงลดลงโดยสัญชาติญาณ
หากแต่เมื่อเบ็ดตกปลาถูกดึงกลับ เหยื่อตกปลาก็ถูกเหวี่ยงลงบนหัวของพระสนมเฉินโดยบังเอิญ