ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 304 ไม่ต้องขยับแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 304 ไม่ต้องขยับแล้ว
บทที่ 304 ไม่ต้องขยับแล้ว
“โอ๊ย! ผมข้า!” พระสนมเฉินร้องอย่างตกใจ ใบหน้าซีด กลัวว่าจะทำให้ผมสวยที่นางดูแลรักษามาอย่างดีต้องเสียหาย
นางเด้งตัวขึ้นมา ตะโกนเรียกคนด้านหลัง “กุ้ยจือ จ้าวหรูไห่! พวกเจ้ายังมัวตะลึงอันใดอยู่ ยังไม่รีบมาช่วยข้าอีก!”
ซ่งซิงเยว่เองก็ตะลึงไป นางยังไม่ปล่อยมือจากเบ็ดตกปลา เพียงพระสนมเฉินขยับ นางก็ถูกดึงไปอีกครั้ง เด็กหญิงจึงดึงคันเบ็ดกลับโดยสัญชาติญาณ
แต่เพียงนางดึงคันเบ็ด ผมของพระสนมเฉินก็ถูกดึง จนนางเจ็บหนังศีรษะจนแทบจะร้องไห้ออกมา
จากนั้นนางดึงแขนเสื้อของซ่งซิงเยว่ ตะโกนเสียงดัง “เจ้าไม่ต้องขยับแล้ว!”
ซ่งซิงเยว่เองก็ไม่ยอมแพ้ และกล่าวตอบ “ท่านนั่นแหละไม่ต้องขยับแล้ว!”
ทั้งสองคนดึงกันไปกันมา อยู่ ๆ ซ่งซิงเยว่ก็ลื่นล้มและตกลงไปในทะเลสาบหมื่นปี
ส่งผลให้คันเบ็ดในมือของนางที่ไปเกี่ยวผมของพระสนมเฉินดึงให้พระสนมเฉินตกลงไปในทะเลสาบหมื่นปีด้วยเช่นกัน
“โอ๊ย! ช่วยข้าด้วย…”
เสียงตะโกนอย่างน่าอดสูดังขึ้นในสวนหลวง แต่ทันใดนั้น ไม่นานนางก็หายไปในทะเลสาบ
“พระสนมเพคะ!”
“พระสนม!”
นางข้าหลวงกุ้ยจือและจ้าวหรูไห่ตะโกนอย่างตกใจพร้อมกัน
“แย่แล้ว! พระสนมทรงว่ายน้ำไม่เป็น!” นางข้าหลวงกุ้ยจือกังวลเสียจนแทบจะร้องไห้
จ้าวหรูไห่ไม่กล่าวอันใด รีบกระโดดลงไปในทะเลสาบหมื่นปี
ส่วนอู่ต้าหย่งที่เฝ้าอยู่ด้านนอกสวนหลวงได้ยินวุ่นวายด้านในสวนหลวง ก็รู้สึกฉงนในใจ จึงได้รีบวิ่งเข้ามา ก็เห็นภาพของซ่งซิงเยว่ที่ตกลงไปในทะเลสาบพอดี
เขาตกใจอย่างมาก หัวใจแทบจะทะลุออกมาจากอก จึงใช้วิชาตัวเบาเหาะไปทันที
ซ่งซิงเฉินรู้สึกเพียงว่าตรงหน้ามีร่างหนึ่งผ่านไป เมื่อรู้สึกตัว อู่ต้าหย่งก็ก้าวลงไปบนผิวน้ำราวกับตั๊กแตน ยื่นแขนยาวออกไปแล้วอุ้มเอาซ่งซิงเยว่ขึ้นมาจากทะเลสาบ
อู่ต้าหย่งหน้าซีด เขาตบใบหน้าเล็กของซ่งซิงเยว่อย่างเป็นกังวล และตะโกนว่า “เยว่เยว่! เยว่เยว่!”
เขาที่เป็นผู้ชายอกสามศอก แต่กลับกังวลเสียจนแทบร้องไห้
ต่อจากนั้น อยู่ ๆ ซ่งซิงเยว่ก็ลืมตาทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตใสแป๋วกลอกไปมา เผยให้เห็นรอยยิ้มขี้เล่น และกล่าว “ท่านลุงอู่ ข้าหลอกท่าน ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ!”
อู่ต้าหย่งกอดนางเอาไว้แน่นทันที กล่าวอย่างหวาดกลัว “เยว่เยว่ เจ้าทำข้าตกใจแทบตาย หากเจ้าเป็นอันใดไป ข้าจะไปบอกท่านแม่เจ้าอย่างไรเล่า!”
ซ่งซิงเฉินเดินมา ตบไหล่ของเขาราวกับเข้าใจหัวอก และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านลุงอู่ ท่านกังวลเกินไปแล้ว ข้ากับเยว่เยว่นั้นถูกท่านแม่สอนให้ว่ายน้ำตั้งแต่เด็ก เยว่เยว่ว่ายน้ำเก่งจะตายขอรับ!”
ภาพนี้อยู่ในสายตาของหลิวหรูเยว่
นางหรี่ตาลงเล็กน้อย ในใจมีแผนการผุดขึ้นมา เห็นอู่ต้าหย่งผู้นี้เป็นห่วงลูก ๆ ของซ่งชิงหลันถึงเพียงนี้ ความสัมพันธ์ของเขาและซ่งชิงหลันต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!
ในตอนนี้ จ้าวหรูไห่เองก็ช่วยพระสนมเฉินขึ้นฝั่งมากแล้ว
นางข้าหลวงกุ้ยจือและหลิวหรูเยว่รีบเดินหน้าเข้าไปช่วย ดึงคนขึ้นมา
“พระสนม! พระสนม! พระสนมเพคะ… ทรงอย่าทำข้าตกใจสิเพคะ…” นางข้าหลวงกุ้ยจือเป็นกังวลเสียจนน้ำตาแทบไหล
พระสนมเฉินสำลักน้ำออกมาแล้วลืมตาอย่างช้า ๆ
หลิวหรูเยว่กล่าวอย่างกระวนกระวาย “นางข้าหลวงกุ้ยจือ พระสนมทรงฟื้นแล้วเจ้าค่ะ!”
ซ่งซิงเฉินดึงแขนเสื้อของซ่งซิงเยว่ และกล่าว “เยว่เยว่…”
ว่ากันว่าฝาแฝดมีใจสื่อถึงกัน สายตาของซ่งซิงเฉินนั้น ซ่งซิงเยว่รู้ดีว่าเขาต้องการจะกล่าวสิ่งใด
นางพยักหน้า ทั้งสองคนเดินไปตรงหน้าพระสนมเฉินพร้อมกัน
ซ่งซิงเฉินเลื่อนตัวไปตรงหน้าพระสนมเฉิน เห็นว่าริมฝีปากนางซีด ใบหน้าก็ซีดขาว จึงอดเป็นกังวลขึ้นมาไม่ได้ “เสด็จย่า ทรงไม่เป็นอะไรใช่ไหมขอรับ”
เห็นท่าทางว่าง่ายรู้ความของเขา พระสนมเฉินก็อุ่นใจขึ้นมาทันที นางส่ายหน้าแล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ย่าไม่เป็นไร…”
ซ่งซิงเยว่กัดริมฝีปาก กล่าวเสียงเบา “เสด็จย่า ข้าขอโทษเพคะ ข้าผิดไปแล้ว…”
ท่านแม่สอนพวกเขามาตั้งแต่เล็ก หากทำผิดก็ต้องรู้จักยอมรับผิด
เดิมที พระสนมเฉินยังคิดว่าซ่งซิงเยว่เป็นเด็กดื้อที่ชอบสร้างปัญหา อีกทั้งยังเป็นเพราะนางมีหน้าตาคล้ายกับซ่งชิงหลัน จึงได้พาลไม่ชอบเด็กหญิงไปโดยไม่รู้ตัว
แต่ในตอนนี้เอง ความสัมพันธ์ทางสายเลือดก็ทำให้นางใจอ่อน เด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง จะมีความผิดอันใดได้เล่า
นางดึงมือเล็กของซ่งซิงเยว่และกล่าวเบา ๆ “ไม่เป็นไร…”
ในตอนนั้นเอง จิ่งกวงเยี่ยก็เดินเข้ามาอย่างร้อนรน
เพียงเขาได้ยินว่าซ่งซิงเยว่ตกน้ำก็ตกใจเสียจนแทบเสียสติ จึงรีบเดินมาที่สวนหลวงอย่างร้อนใจ
“เยว่เยว่! เยว่เยว่! ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่” เพียงจิ่งกวงเยี่ยมาถึงก็กอดซ่งซิงเยว่ไว้ในอก
ขณะเดียวกันก็ตะโกนบอกคนด้านหลัง “ยังไม่รีบไปเอาผ้านวมสะอาดมาอีก ถ้าหากองค์หญิงน้อยไม่สบาย พวกเจ้าทุกคนต้องรับผิดชอบ!”
จางอิงรั่งรีบนำผ้านวมมาห่มให้ซ่งซิงเยว่ และกล่าวตอบอย่างเป็นกังวล “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมให้หมอหลวงไปรอที่พระที่นั่งชิงซินแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ในใจของเขาขอพรอย่างเงียบ ๆ ให้องค์หญิงน้อยผู้นี้ อย่าเป็นอะไรไปเลย!
จิ่งกวงเยี่ยโกรธเสียจนหน้าดำหน้าแดง กำลังจะหันหลังเดินไป อยู่ ๆ ในตอนนั้นก็มีเสียงอ่อนแรงดังขึ้น “ฝ่าบาท…”
เมื่อจิ่งกวงเยี่ยหันมามอง ก็ถึงได้เห็นว่าพระสนมเฉินอยู่ด้วย
เมื่อเห็นว่านางเปียกโชกไปทั้งร่างเขาก็หน้าซีด อดไม่ได้ที่จะถามอย่างเป็นกังวล “สนมข้า เจ้าตกน้ำไปได้อย่างไร”
“เอ่อ… หม่อมฉัน…” พระสนมเฉินกัดริมฝีปาก ไม่รู้ว่าจะกล่าวเช่นไร
นางจะบอกไม่ได้เด็ดขาด ว่านางบุกเข้ามาในสวนหลวงเพื่อจะจับตัวหญิงร้าย
อยู่ ๆ ในตอนนั้นนางก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา นางจึงกลอกตาแล้วแกล้งหมดสติไป
หลิวหรูเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ เห็นทุกอย่าง ก็อดไม่ได้ที่จะลอบตะโกนในใจว่า ‘ยอดเยี่ยมเหลือเกิน!’
จิ่งกวงเยี่ยขมวดคิ้ว มองจ้าวหรูไห่แล้วออกคำสั่ง “พาพระสนมเฉินไปยังพระที่นั่งชิงซิน ให้หมอหลวงตรวจดูอาการด้วย”
กล่าวจบก็อุ้มซ่งซิงเยว่ แล้ว รีบวิ่งออกไปโดยพลัน
ส่วนอู่ต้าหย่งอุ้มซ่งซิงเฉินและรีบรุดตามไปด้วย
หลิวหรูเยว่เห็นว่าตนเองไม่มีธุระอันใดแล้ว ก็จึงได้ออกจากวังไป
ระหว่างทางกลับจวนมหาเสนาบดี หลิวหรูเยว่ที่นั่งอยู่ในรถม้า ก็หน้าตาบูดบึ้งไม่กล่าวอันใด
ชิงเถาเห็นแล้วก็เป็นกังวล “คุณหนูเจ้าคะ เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ เกิดเรื่องอันใดขึ้นในวังหลวงหรือ”
หลิวหรูเยว่เปิดเปลือกตาขึ้นมาเล็กน้อย แววตาสองข้างเป็นประกายเย็นยะเยือกเสียจนชิงเถาขนลุก หลังชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
นางพยักหน้า และกล่าว “ใช่ มีเรื่องใหญ่ที่คิดไม่ถึงเกิดขึ้นจริง ๆ”
จากนั้น หลิวหรูเยว่ก็เล่าเรื่องที่ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่อยู่ในวังหลวงให้คนรับใช้คนสนิทฟัง
ชิงเถาเองก็ตะลึงไป “สวรรค์! มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือเจ้าคะ! ดูท่าทางแล้ว ฝ่าบาทคงจะทรงโปรดเด็กสองคนนั้นจริง ๆ! คุณหนู เช่นนั้นท่าน…”
สีหน้าของหลิวหรูเยว่ย่ำแย่กว่าเดิม “อย่างที่เขาว่า มารดาต้อยต่ำ แต่บุตรสูงส่ง ข้าเป็นกังวลเหลือเกินว่าซ่งชิงหลันจะใช้ลูกทั้งสองของตนจนได้รับการยอมรับจากฝ่าบาท ไม่แน่ว่าถึงตอนนั้นฝ่าบาทก็จะพระราชทานงานแต่งให้นางและท่านอ๋องเข้าจริง ๆ”
และที่ทำให้นางกังวลยิ่งกว่าก็คือ นางดูออกว่าพระสนมเฉินเองก็เริ่มถูกใจเด็กสองคนนั้นแล้ว
นี่จะส่งผลร้ายต่อนางเกินไป นางจะต้องหาวิธีมารับมือให้จงได้
ดังนั้นหลิวหรูเยว่จึงหันหน้ามา มองชิงเถาอย่างเยือกเย็น “ที่ให้เจ้าไปสืบเรื่องอู่ต้าหย่งครั้งก่อน เป็นอย่างไรบ้าง”
ชิงเถาพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “เจ้าค่ะ มีความคืบหน้าแล้ว อีกอย่าง คุณหนู ข้ายังสืบได้ถึงข่าวอื่นที่เกี่ยวกับแม่นางซ่งอีกด้วย…”