ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 309 เริ่มคิดถึงพวกเขาเสียแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 309 เริ่มคิดถึงพวกเขาเสียแล้ว
บทที่ 309 เริ่มคิดถึงพวกเขาเสียแล้ว
จิ่งกวงเยี่ยรู้สึกวูบโหวงภายในใจ เดินเข้าไปในตำหนักหยิงชุนโดยไม่รู้ตัว
พระสนมเฉินมองไปยังท่าทางว้าวุ่นใจของเขา ก็สามารถคาดเดาเหตุผลได้
นางรินชาชั้นยอดให้กับจิ่งกวงเยี่ยหนึ่งถ้วย “ฝ่าบาท หม่อมฉันได้ยินมาว่าเฉินเฉินกับเยว่เยว่ออกจากวังไปแล้ว?”
“ใช่…” จิ่งกวนเยี่ยจิบชาแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ “เพียงแต่… เพิ่งแยกจากกันได้เพียงครู่เดียว ข้าก็เริ่มคิดถึงพวกเขาเสียแล้ว”
พระสนมเฉินอยู่ในวังมานาน ลูกหลานในวังก็มีมากมาย ทว่านางยังไม่เคยเห็นฝ่าบาทโปรดปราดบุตรหรือหลานคนใดมากเท่านี้มาก่อน
ประกายความคิดพลันแล่นวาบในหัวของนาง บางทีเด็กสองคนนี้อาจเป็นเครื่องมือชั้นยอดทำให้หานอ๋องได้รับตำแหน่งรัชทายาทก็เป็นได้
คิดเช่นนี้แล้ว พระสนมเฉินก็ลอบยิ้มขึ้นมา
ขณะเดียวกัน ภายในใจของจิ่งกวงเยี่ยก็เกิดความคิดหนึ่งเช่นกัน
เขามองไปที่พระสนมเฉินด้วยดวงตาเป็นประกายแล้วเอ่ยออกมา “สนมข้า ในเมื่อพวกเราพูดถึงเรื่องเฉินเฉินกับเยว่เยว่แล้ว ข้าก็มีเรื่องอยากจะบอกกับเจ้าเช่นกัน”
“เรื่องอันใดหรือเพคะ?” แววตาของพระสนมเฉินสั่นไหว นางมองไปที่จิ่งกวงเยี่ยอย่างคาดหวัง
นางแอบคิดขึ้นมาในใจ หวังว่าสิ่งที่ฝ่าบาทต้องการพูดจะเป็นสิ่งที่นางคิดเอาไว้
จิ่งกวงเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยออกมา “ข้าคิดว่าเฉินเฉินกับเยว่เยว่เป็นเชื้อสายจักรพรรดิ หากเก็บงำเอาไว้เช่นนี้ต่อไปย่อมไม่ใช่เรื่องดี อีกทั้งตอนนี้ยังเป็นช่วงไหว้บรรพชน ส่วนเรื่องของชิงหลัน อย่างไรเสียนางก็เป็นมารดาผู้ให้กำเนิด สมควรแก่การให้ฐานะด้วย”
รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าของพระสนมเฉินทันใด หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นมา
นางขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วรีบถามออกมาอย่างเคร่งเครียด “ฝ่าบาท ที่ท่านกล่าวหมายความว่าอย่างไรเพคะ? ท่านต้องการให้หานอ๋องตบแต่งชิงหลันเข้าจวนอ๋องหรือ?”
จิ่งกวงเยี่ยพยักหน้า “เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้หานอ๋องเองก็เคยกล่าวกับข้าแล้วหรือ หลังจากข้าลองคิดดูแล้วก็รู้สึกว่า…”
ยังไม่ทันที่จิ่งกวงเยี่ยจะพูดจบ พระสนมก็ออกความคิดขัดจังหวะโดยพลัน “ฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าหานอ๋องสามารถเอาซ่งชิงหลันมาไว้ข้างกายได้ แต่ทว่าพวกเรายังต้องคิดพิจารณาเรื่องของเฉินเฉินกับเยว่เยว่ให้ดีเพคะ”
“สนมข้า เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
สนมเฉินรีบอธิบายขึ้นอย่างอดทนรอไม่ไหว “ฝ่าบาทเพคะ สิ่งที่สำคัญที่สุดของราชวงศ์คือชาติกำเนิด เฉินเฉินกับเยว่เยว่มีมารดาผู้ให้กำเนิดเช่นนี้ก็ย่ำแย่แล้ว วันข้างหน้าคงไม่พ้นถูกคนนินทาลับหลัง หากฝ่าบาทรู้สึกดีต่อเฉินเฉินกับเยว่เยว่จริง เช่นนั้นการหาสตรีมีชาติตระกูลมาตบแต่งเป็นพระชายาให้หานอ๋องจึงนับว่าเหมาะสมยิ่งเพคะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของสนมเฉินแล้ว จิ่งกวงเยี่ยก็อดพยักหน้าไม่ได้ รู้สึกว่าวาจาของนางก็ดูมีเหตุผลอยู่บ้าง
พระสนมเฉินรีบอาศัยโอกาสนี้เติมไฟ “ดังนั้นกระหม่อมคิดว่า หานอ๋องสามารถแต่งซ่งชิงหลันเข้ามาเป็นชายารอง เช่นนั้นนางก็ยังสามารถคอยดูแลเฉินเฉินกับเยว่เยว่ได้ ส่วนชายาเอกของหานอ๋องหม่อมฉันรู้สึกว่าบุตรสาวของมหาเสนาบดีหลิวนั้นเหมาะสมที่สุดเพคะ”
แววตาของจิ่งกวงเยี่ยเย็นเยียบลงเล็กน้อย เขาย่อมรู้ดีว่าภายในใจของพระสนมเฉินคิดสิ่งใดอยู่
ตั้งแต่สมัยโบราณมา เหล่าองค์ชายต่างแก่งแย่งตำแหน่งรัชทายาท เหล่านางสนมในวังเองก็ลอบเร้นวางแผนการ
จิ่งกวงเยี่ยถอนหายใจอย่างแผ่วเบา เขาลูบมือของพระสนมเฉินแล้วกล่าวออกมา “เรื่องนี้ ให้ข้ากลับไปคิดทบทวนดูก่อน”
“เพคะ”
พระสนมเฉินถอนหายใจอย่างโล่งอก ขอเพียงแค่ฝ่าบาทยังไม่ตัดสินใจให้หานอ๋องตบแต่งซ่งชิงหลันเป็นพระชายาในทันทีก็นับเป็นเรื่องดีแล้ว แต่ทว่านางก็ต้องรีบเกี่ยวดองหานอ๋องเข้ากับหลิวหรูเยว่โดยไว
…
เมื่อซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ได้กลับมายังจวนแม่ทัพ คนตระกูลซ่งก็ต่างมีความสุขเป็นอย่างมาก
ไม่ได้เจอหน้ากันมานับสิบวัน แม่เฒ่าซ่งรู้สึกราวกับไม่ได้เจอหน้าเหลนรักทั้งสองมาสิบปี จึงกอดพวกเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยมือ
แม่เฒ่าซ่งบีบแก้มน้อย ๆ ของทั้งสอง ก่อนจะหัวเราะออกมา “ไอ้หยา เฉินเฉินกับเยว่เยว่เหมือนจะอ้วนขึ้นหรือนี่ ดูท่าในพระราชวังจะมีอาหารอร่อยมากมายให้ทานใช่หรือไม่? เป็นอย่างไรบ้าง? ด้านในพระราชวังสนุกหรือไม่?”
“สนุกเจ้าค่ะ สนุกมาก!” ซ่งซิงเยว่เบิกดวงตากลมโต ส่งเสียงพูดเจื้อยแจ้ว “พระราชวังทั้งใหญ่โตทั้งสนุก ข้ายังไปเล่นไม่หมดด้วยซ้ำ! แต่ไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ ท่านปู่กล่าวว่าหากพวกเราต้องการเข้าไปเมื่อไหร่ก็เข้าไปได้ ท่านทวดเจ้าคะ เมื่อถึงตอนนั้นแล้วท่านจะไปกับพวกเราหรือไม่?”
แม่เฒ่าซ่งรีบโบกไม้โบกมือกล่าวขึ้นมา “ไอ้หยา ไม่ได้ ๆ ข้าเองก็แก่แล้ว ไม่สามารถไปเล่นกับพวกเจ้าได้ตลอด! นอกเหนือจากนั้น…” กล่าวแล้วนางก็ขยับเข้าไปใกล้หูเด็กทั้งสอง เอ่ยต่อด้วยเสียงแผ่วเบา “พระราชวังก็ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้ใดก็สามารถเข้าไปได้นะ”
เพราะการกลับมาของซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ จวนแม่ทัพจึงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ล่วงเข้ายามราตรี ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานกำลังจะดับเทียนเข้านอน ทว่าขณะนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ซ่งชิงหลันตะโกนออกมาด้วยความสงสัย “ผู้ใดกัน?”
ด้านนอกประตูพลันมีสองเสียงเล็ก ๆ น่ารักดังขึ้น “ท่านแม่เจ้าคะ พวกข้าเอง!”
“เฉินเฉินกับเยว่เยว่?” ซ่งชิงหลันได้ยินแล้วก็ร้อนใจ เกรงว่าพวกเขาอาจไม่สบายตรงไหนอีก นางจึงรีบลุกจากเตียงเตรียมไปเปิดประตู
หากแต่ไป๋เย่หานหยุดนางเอาไว้ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้ม “ไม่ต้อง ข้าไปเปิดเอง”
ทันทีที่เขาเปิดประตู ร่างเล็ก ๆ เด็กน้อยก็พุ่งตรงไปยังเตียงราวกับบินได้
ขณะที่วิ่งมาก็ยังร้องออกมาพร้อมกัน “ท่านแม่… ท่านแม่…”
หลังจากนั้นซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ก็รีบถอดรองเท้าออกไว้ข้างเตียง ก่อนกลิ้งลงบนเตียงเข้าไปในอ้อมแขนของซ่งซิงหลัน
ภายในดวงตาของซ่งชิงหลันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรักของมารดา นางลูบหัวน้อย ๆ ของทั้งสอง แล้วกล่าวออกมาอย่างเอ็นดู “เป็นอันใดกัน? พวกเจ้าเพิ่งจะเข้านอนกันไม่ใช่หรือ?”
ซ่งซิงเยว่ที่อยู่ในอ้อมกอดของซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมโตกวาดไปมา ก่อนเอ่ยออกมาด้วยเสียงเล็ก ๆ “ท่านแม่ ข้าไม่ได้พบท่านนานจึงคิดถึงท่านมากเจ้าค่ะ คืนนี้ข้านอนกับท่านได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ข้าด้วย ข้าก็อยากนอนด้วยขอรับ!” ซ่งซิงเฉินเองก็ขยับตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของซ่งชิงหลันเช่นกัน
ซ่งชิงหลันเห็นเด็กน้อยทั้งสองคนทำท่าทางออดอ้อนก็อดรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาในใจไม่ได้ นางส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม “ได้ ๆ ตามใจพวกเจ้า”
ขณะนั้นเอง ใบหน้าหล่อเหลาของไป๋เย่หานที่อยู่ข้างเตียงก็เคร่งเครียดโดยพลัน เขามองไปทางลูกทั้งสองที่ครอบครองที่นอนบนเตียงเขาไป “นี่พวกเจ้าทั้งสองคิดทำอันใดกัน? รีบกลับไปนอนที่ห้องของพวกเจ้าเสีย”
ซ่งซิงเยว่เบิกตากว้าง ก่อนจะมุ่ยปากเล็ก ๆ นั้น และมองไปทางไป๋เยว่หาน “วันนี้พวกเราจะนอนกับท่านแม่เจ้าค่ะ”
“ข้าไม่เห็นด้วย” ไป๋เย่หานปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“แต่ว่าท่านแม่เห็นชอบแล้วนะขอรับ” ซ่งซิงเยว่ใช้ทั้งมือและเท้าเกาะซ่งชิงหลันเอาไว้เหมือนปลาหมึก
ไป๋เย่หานขมวดคิ้ว มองไปที่ซ่งชิงหลันอย่างไม่ยินยอม “ข้าควรทำอย่างไรดี?”
ซ่งซิงเยว่หัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจ “ท่านพ่อ เหตุใดท่านไม่กลับไปนอนที่จวนอ๋องเสียเล่า”
ซ่งชิงหลันหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนทำหน้าจริงจังมองไปทางไป๋เย่หาน “เช่นนั้นคืนนี้ท่านอ๋องต้องกลับไปเสียแล้วเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่เห็นด้วย!” กล่าวจบแล้วไป๋เย่หานก็ทิ้งตัวลงนอนลงบนเตียงทันที
สุดท้ายแล้ว ครอบครัวของพวกเขาทั้งสี่คนก็พากันหลับใหลไปบนเตียงเดียวอย่างมีความสุข