ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 310 ไป๋เย่หาน ท่านจะทำอันใด?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 310 ไป๋เย่หาน ท่านจะทำอันใด?
บทที่ 310 ไป๋เย่หาน ท่านจะทำอันใด?
อาจเป็นเพราะเล่นมาทั้งวันจนเหนื่อยเกินไป เด็กทั้งสองคนที่นอนอยู่ระหว่างซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานจึงใช้เวลาเพียงไม่นานก่อนจะผล็อยหลับไป ทั้งยังส่งเสียงกรนเบา ๆ ออกมา
ส่วนเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดของไป๋เย่หานคือการที่เขาต้องนอนอยู่ริมนอกของเตียง และในอ้อมแขนไม่มีพระชายาที่นุ่มนิ่มอบอุ่นดั่งหยกเหมือนเคย ทำให้ชายหนุ่มนอนไม่หลับ ทว่าเขาก็ไม่กล้าขยับเนื่องจากกลัวว่าเด็กทั้งสองจะตื่น
และสุดท้ายจึงเกิดความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์จากนั้นก็ลุกขึ้นอย่างระแวดระวัง หมายจะย้ายเด็กทั้งสองที่หลับไปแล้วออกไปให้พ้นทาง
แต่เพิ่งจะยื่นมือออกไปไม่ทันได้สัมผัสกับตัวเด็ก ซ่งชิงหลันก็ลืมตาขึ้นและจับจ้องตรงมาที่ตนทันใด
ไป๋เย่หานตกตะลึง มือที่ยื่นออกไปนิ่งค้างอยู่กลางอากาศด้วยความกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ซ่งชิงหลันมองความคิดของอีกฝ่ายออกได้อย่างรวดเร็ว นางหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา “ไป๋เย่หาน ท่านจะทำอันใด?”
“พวกเขาหลับไปแล้ว” ไป๋เย่หานชี้ไปทางซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ แล้วพูดด้วยเสียงแผ่ว
ความหมายโดยนัยก็คือ สามารถส่งพวกเขากลับไปนอนที่ห้องได้แล้ว
ซ่งชิงหลันรู้สึกขบขันเล็กน้อยกับท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ของชายหนุ่ม นางกลั้นยิ้มเอาไว้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “ท่านกล้าหรือ? นอนลงเสีย ไม่เช่นนั้นก็กลับจวนอ๋องไป”
ไป๋เย่หานราวกับถูกแทงด้วยมีด
สุดท้ายเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องนอนลงอย่างไม่เต็มใจ เขากรอกตาขึ้นมองม่านเหนือศีรษะ แอบเอ่ยออกมาภายในใจ หากรู้เช่นนี้ คงไม่รีบร้อนพาเจ้าเด็กทั้งสองคนนี้กลับมาด้วยหรอก
เมื่อซ่งชิงหลันเห็นใบหน้าบูดบึ้งของเขา ก็แอบหัวเราะออกมาจากนั้นก็กอดเด็กทั้งสองแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไป
…
รุ่งสางวันต่อมา
หลังจากทานอาหารเข้าแล้ว ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ก็เดินไปที่ประตูด้วยกันภายใต้การเร่งรัดของซ่งชิงหลัน
ทว่าทันทีที่ไปถึงประตูทางเข้าจวนแม่ทัพ ก็มองเห็นอู่เชียนเชียนและฉูซื่อโม่วกำลังขี่ม้าเข้ามา
“ท่านน้าเชียนเชียน ท่านอาซื่อโม่ว…”
ซ่งซิงเยว่เห็นพวกเขาทั้งสอง ก็วิ่งเข้าไปหาอย่างเริงร่าทันใด
อู่เชียนเชียนลงจากหลังม้า บีบใบหน้ากลมดังซาลาเปาของเด็กทั้งสอง “เฉินเฉิน เยว่เยว่ ในที่สุดพวกเจ้าก็กลับมา ข้าคิดถึงพวกเจ้าเหลือเกิน”
“พวกข้าเองก็คิดถึงพวกท่านมากเจ้าค่ะ ใช่แล้ว…” ซ่งซิงเยว่กระพริบตาคู่โต ก่อนเอ่ยถาม “ท่านน้าเชียนเชียน ท่านอาซื่อโม่ว พวกท่านจะไปเล่นที่ไหนหรือ พาพวกข้าไปด้วยนะ!”
เมื่อพูดถึงการเล่น ภายในดวงตาของเด็กหญิงก็เป็นประกาย
หากมุมปากของซ่งชิงหลันกระตุก เอ่ยทำลายความคิดจินตนาการของเด็กน้อยโดยพลัน “ไม่ได้! พวกเจ้าไปเล่นมาสิบกว่าวันแล้ว วันนี้พวกเจ้าต้องไปสำนักศึกษา ไม่เช่นนั้นอาจารย์ต้องโกรธเป็นแน่ รีบไปเร็วเข้า”
“พวกเรารู้แล้วเจ้าค่ะ/ขอรับ” ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่เอ่ยปากออกมาพร้อมกัน
หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินจูงมือกันเดินไปยังสำนักศึกษา
ซ่งชิงหลันมองดูแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเด็กน้อยที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตา จากนั้นก็หันมามองคนทั้งสองคนที่อยู่เบื้องหน้าของนางพร้อมเอ่ยถาม “ใช่แล้ว พวกเจ้าขี่ม้ากำลังจะไปทำอันใดหรือ?”
อู่เชียนเชียนก้าวออกมาด้านหน้าแล้วเอ่ยอธิบาย “วันนี้เป็นวันไหว้ท่านแม่ของข้า ก่อนหน้านี้ศิษย์น้องกล่าวว่าจะไปไหว้มารดากับข้าด้วย ดังนั้น…”
ตอนนั้นเอง ซ่งชิงหนานก็เดินออกมาจากจวนแม่ทัพ
เมื่อเห็นซ่งชิงหลัน เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “เอ๊ะ? ท่านพี่ ท่านยังไม่ได้ไปภัตตาคารอวิ๋นหลายหรือขอรับ?”
ซ่งชิงหลันเอ่ยเสียงเบา “ชิงหนาน เจ้าต้องไปไหว้ภรรยาของอาจารย์ เหตุใดจึงไม่บอกข้าสักคำ จะได้เตรียมข้าวของเอาไว้ ไปมือเปล่าเช่นนี้….”
เห็นเช่นนี้แล้วอู่เชียนเชียนก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ท่านพี่ชิงหลัน ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ ไม่จำเป็นต้องเตรียมสิ่งใดหรอก ท่านพ่อและศิษย์พี่ใหญ่นำของขึ้นไปบนเขาล่วงหน้าแล้ว พวกเราแค่มารับศิษย์น้องไปด้วยเท่านั้น”
“ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็รีบไปเถิด อย่ามัวชักช้าอยู่เลย”
ซ่งชิงหลันก้าวออกไปด้านข้าง มองส่งพวกซ่งชิงหนานขี่ม้าออกไปด้านนอกเมือง
ในไม่ช้าพวกเขาก็ออกจากเมืองหลวง มาถึงยังเขาโดดเดี่ยวแห่งหนึ่ง
พวกเขาเดินทางบนถนนที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาทางการ บนเส้นทางไม่มีผู้คนให้พบเห็น ดังนั้นพวกเขาจึงควบม้าวิ่งอย่างรวดเร็ว
ทว่าในตอนนั้นเอง ขณะที่พวกเขาเลี้ยวโค้งก็พลันเห็นร่างหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาในสายตา
“ย่าห์!”
ซ่งชิงหนานดึงบังเหียนอย่างแรง รีบหยุดม้าลงทำให้มันยกขาหน้าขึ้นมาอย่างไม่พอใจ ทำให้คนที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันตกใจกลัวจนล้มลงไปกับพื้น
อู่เชียนเชียนและฉูซื่อโม่วเองก็หยุดม้าของพวกเขา ทั้งสามพากันลงจากหลังม้าเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของคนผู้นั้น
ตอนนั้นเองพวกเขาก็พบว่าคนที่ตกใจจนล้มไปบนพื้นเป็นสาวใช้ตัวน้อยอายุเพียงสิบเอ็ด สิบสองปี ดูจากวัตถุดิบที่ใช้ทำเสื้อผ้าบนร่างของนางแล้วน่าจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะ ทว่ายามนี้เสื้อผ้ากลับสกปรกขาดรุ่งริ่ง ทั้งมือและเท้าได้รับบาดเจ็บ ท่าทางกำลังวิ่งหนีผู้ใดอยู่
อู่เชียนเชียน สตรีเพียงผู้เดียวในกลุ่มก้าวออกมาเบื้องหน้า ก่อนจะคุกเข่าลงจับไหล่เล็ก ๆ ของนางเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง แล้วถามออกมา “สาวน้อย เจ้าเป็นอันใดหรือไม่?”
เห็นได้ชัดว่าสาวใช้น้อยผู้นี้กำลังหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ทั่งร่างสั่นสะท้าน
เมื่อนางได้ยินเสียงของอู่เชียนเชียน สติจึงค่อย ๆ กลับคืนมา นางคว้ามือของอู่เชียนเชียนเอาไว้ ก่อนพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก “คุณหนู! คุณชาย! ได้โปรด พวกท่านได้โปรด… ได้โปรดช่วยคุณหนูของข้าด้วย… คุณหนูกำลังถูกคนตามฆ่า… พวกท่านได้โปรดช่วยนางด้วย…”
ขณะเอ่ย น้ำตาก็ไหลคลอออกมาจากดวงตา
ซ่งชิงหนานตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ทันที เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนรีบถามขึ้นมา “ยามนี้คุณหนูของพวกเจ้าอยู่ที่ใด”
สาวใช้ตัวน้อยชี้ไปด้านหลังของนาง “รถม้าของคุณหนู…อยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ… คนชุดดำมีหลายคน…”
ซ่งชิงหนานกระโจนขึ้นหลังม้าอย่างไม่พูดไม่จา เหวี่ยงแส้อย่างแรงให้ม้าวิ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
อู่เชียนเชียนกังวลว่าซ่งชิงหนานอาจไม่สามารถจัดการได้โดยลำพัง ดังนั้นนางจึงหันไปทางฉูซื่อโม่วแล้วเอ่ยออกมา “ซื่อโม่ว เจ้าคอยดูนางอยู่ที่นี่ ส่วนข้าจะไปดูเอง”
“ตกลง เจ้าต้องระวังด้วยนะ” ฉูซื่อโม่วพยักหน้า
หลังจากนั้นอู่เชียนเชียนก็ขึ้นไปบนหลังม้า แล้วไล่ตามซ่งชิงหนานไป
ซ่งชิงหนานขี่ม้าไปได้ครู่หนึ่ง ก็พบกับรถม้าที่ถูกชายในชุดสีดำหลายคนบนหลังม้าไล่ตาม
ด้านหลังพวกเขาเองก็มีคนชุดดำนับสิบกำลังต่อสู้กับคนรับใช้เจ้าของรถม้า
ชายชุดดำเหล่านี้มองดูก็รู้ได้ทันทีว่าล้วนเป็นนักฆ่ามืออาชีพ แม้ว่าเหล่าคนรับใช้จะต่อสู้อย่างสุดความสามารถ แต่เพียงผ่านไปไม่นาน พวกเขาต่างก็บาดเจ็บสาหัสและอ่อนกำลังลง
แววตาของซ่งชิงหนานแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ เขาใช้วิชาตัวเบากระโจนออกจากหลังม้า ทะยานไปอยู่ด้านหน้าช่วยสะกัดกั้นชายชุดดำเหล่านั้นทันที
เหล่าชายชุดดำต่างตกตะลึงกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของยอดฝีมือ จึงเอ่ยใช้วาจาข่มขู่ “คนโสโครกผู้นี้มาจากที่ใดกัน! อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง!”
ซ่งชิงหนานยิ้มเย็นชา “พวกเจ้ากล้าดีเช่นไรจึงมาสังหารคนภายในอาณาเขตเมืองหลวง ช่างบังอาจยิ่งนัก!”
ขณะนั้นเองอู่เชียนเชียนก็มาถึง นางชักกระบี่ออกมาช่วยคนรับใช้ผู้หนึ่งจากคนในชุดดำทันที
นางถมึงตาจ้องไปที่เหล่าชายชุดดำ “ผู้ฝึกฝนวิชาควรปกป้องผู้อ่อนแอ เหตุใดพวกเจ้าจึงกระทำป่าเถื่อนไร้มโนธรรมเช่นนี้เพียงเพื่อเงิน!”
“รับเงินมาแล้วก็ต้องทำ พวกเจ้าสองคนอย่าได้มายุ่งไม่เข้าเรื่อง ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือน!”
จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด