ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 311 ข้าจะไปช่วยพวกเขา
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 311 ข้าจะไปช่วยพวกเขา
บทที่ 311 ข้าจะไปช่วยพวกเขา
แม้ซ่งชิงหนานและอู่เชียนเชียนจะมีทักษะด้านศิลปะการต่อสู้สูง ทว่าไม่อาจต้านทานจำนวนของฝ่ายศัตรูได้ อีกทั้งคนพวกนี้ยังเป็นนักฆ่ามืออาชีพ แค่หญิงสาวเพียงคนเดียวต้องต่อกรกับชายชุดดำสี่ถึงห้าคนก็หืดขึ้นคอพอสมควร
ยามนั้นเองที่ซ่งชิงหนานเห็นชายชุดดำผู้หนึ่งขี่ม้าไล่หลังรถม้าไป ก่อนจะใช้มีดฟันคนขับแล้วกระโดดขึ้นไปบนนั้น สายตามองม่านหมายจะเปิดเพื่อเข้าไปทำการสังหารคนด้านใน
แววตาชายหนุ่มจึงเบิกกว้าง “ไม่ดีแล้ว! ที่รถม้านั่น!”
เขามองไปยังศิษย์พี่ด้วยความกระวนกระวายใจ “ศิษย์พี่ ท่านรอประเดี๋ยว ข้าจะไปช่วยพวกเขา”
หญิงสาวฟาดฟันไปด้วย และหาจังหวะตอบไปด้วย “เข้าใจแล้ว”
จากนั้นซ่งชิงหนานทะยานไปข้างหน้าในทันที และใช้กระบี่อันคมกริบที่แฝงไปด้วยกำลังภายใน แล้วพุ่งเข้าไปหาชายคนนั้น
กระบี่ที่พุ่งเข้าใส่อย่างแม่นยำฟันคออีกฝ่ายจนร่วงลงมา
ตัวรถเสียการควบคุมในทันที ม้าร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนกก่อนวิ่งพล่านไปทั่วอย่างไร้จุดหมาย มันกระโดดไปมาดูน่ากลัว และสุดท้ายมันก็ตรงเข้าไปในป่าทึบ
ซ่งชิงหนานมองป่าแห่งนั้น แววตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและลังเลอยู่เพียงครู่ จากนั้นจึงตามเข้าไป
ในเวลาเดียวกัน คนใช้พวกนั้นถูกสังหารหมดแล้ว
อู่เชียนเชียนเป็นเพียงคนเดียวที่เหลือรอด ร่างกายของนางเต็มไปด้วยบาดแผลถูกแทงหลายแห่ง แล้วก็รู้ด้วยว่าสถานการณ์ของตนท่าไม่ดีสักนิด
ในยามที่ชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย อู่ต้าก่านและเสิ่นซิงเหอที่กำลังกราบไหว้กันอยู่บนเขาได้ยินเสียงต่อสู้จึงรีบลงมากัน
พอเห็นหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บพลันตกใจในทันที “ท่านอาจารย์! เป็นศิษย์น้องขอรับ!”
แววตาอู่ต้าก่านเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ ก่อนพุ่งตัวไปข้างหน้าจัดการชายชุดดำด้วยฝ่ามือที่เปี่ยมไปด้วยพลังจนพวกนั้นล้มลงไป
เสิ่นซิงเหอถือกระบี่ก้าวเข้าสู้บ้าง แต่เจ้าพวกนั้นกลับหมดแรงเสียแล้ว ทั้งยังเห็นผู้มากฝีมือมาเพิ่มอีกสองคนอีก ตอนนี้เป้าหมายเราก็หายไปเสียแล้ว พวกมันจึงมองหน้ากันและเลือกที่จะวิ่งหนีไป
อู่เชียนเชียนหมดเรี่ยวแรงจนล้มลงไปยามได้รับความช่วยเหลือ
โชคดีที่อู่ต้าก่านพุ่งเข้าไปประคองไว้ได้ ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นห่วง “เชียนเชียน! เชียนเชียน!”
หญิงสาวยิ้มพลางส่ายหัว “ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นไร”
ผู้เป็นบิดาตรวจสอบในทันทีก่อนจะพบว่าลูกเพียงสู้จนเหนื่อย ส่วนบาดแผลจากกระบี่บนร่างไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิต เขาถึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
อู่ต้าก่าน “เชียนเชียน เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดถึงเหลือเจ้าเพียงคนเดียวเล่า? ซื่อโม่วกับชิงหนานล่ะ?”
“พวกเขา…” นางรีบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น
เสิ่นซิงเหอเอ่ยถามอีกครั้ง “ศิษย์น้องชิงหนานล่ะ?”
นางชี้ไปยังป่าทึมเบื้องหน้า “ศิษย์น้องไล่ตามรถม้าเกวียนนั้นเข้าไปแล้วเจ้าค่ะ”
สีหน้าคนได้ยินตึงเครียดทันใด ก่อนสายตามองเจ้าของโรงสำนักด้วยความร้อนรน “ท่านอาจารย์ ท่าไม่ดีแล้ว นั่นคือป่าอนธการ เป็นอาณาเขตของกลุ่มอินทรีย์ดำ แล้วศิษย์น้องชิงหนานเขา
…”
กลุ่มอินทรีย์ดำเป็นจอมโจรที่มีชื่อเสียงล่ำลือแห่งยุค ว่ากันว่าทุกคนในกลุ่มนั้นเป็นคนชั่วช้าสามานย์ นิสัยใจคอโหดเหี้ยม เห็นค่าเงินไม่เห็นค่ามนุษย์ แม้แต่ราชสำนักยังเกรงกลัว”
ป่าอนธการเบื้องหน้าเป็นป้อมปราการธรรมชาติที่ปกป้องกลุ่มเหี้ยมทมิฬเอาไว้ ทำให้ยากต่อการแยกแยะทิศทาง นอกจากนั้นคนกลุ่มนั้นยังวางกับดักไว้มากมาย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถรอดชีวิตออกมาได้
อู่ต้าก่านขบคิดถึงความร้ายแรงของมันแล้วพลันขมวดคิ้ว
หญิงสาวมองคนทั้งสอง และรู้ว่านี่เป็นเรื่องรับมือยากเสียแล้ว จึงถามด้วยความกระวนกระวายใจ “เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดีเล่า? ศิษย์น้อง เราจะทำอย่างไรกันดี?”
“อืม…” อู่ต้าก่านครุ่นคิดก่อนเอ่ยด้วยเสียงทุ้ม “เชียนเชียนเองก็บาดเจ็บ พวกเราคงรีบร้อนเข้าไปไม่ได้ ในความคิดข้าควรกลับเมืองหลวงกันก่อน เรื่องนี้ต้องวางแผนกันอีกยาว”
เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็รีบเร่งกันกลับเมืองหลวง ก่อนตรงไปยังจวนแม่ทัพ
หลังจากซ่งชิงหลันทราบข่าว นางรีบกลับมาในทันที
ตอนนี้สาวใช้ที่ได้รับความช่วยเหลือหมดสติไปเพราะความหวาดกลัว ซ่งชิงหลันพันแผลให้นาง หลังจากที่อีกฝ่ายสงบลงก็มาจัดการกับอู่เชียนเชียน
คนเจ็บมองผู้เป็นพี่เบื้องหน้า และเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด “พี่ชิงหลัน ข้าขอโทษ ถ้าไม่ใช่เพราะข้า ศิษย์น้องคงไม่…”
“เหตุใดเจ้าต้องแบกรับทุกอย่างไว้กับตัวเองด้วยเล่า?” ซ่งชิงหลันเหลือบมอง ก่อนปลอบประโลม “ข้าไม่โทษเจ้าที่ช่วยเหลือผู้อื่นในยามเขาโดนรังแกหรอกนะ การชัดดาบออกมาปกป้องพวกเขาคือสิ่งที่พวกเจ้าฝึกฝนมาตลอดไม่ใช่หรือ? ข้าคิดว่าเจ้ากับชิงหนานทำในสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนเรื่องชิงหนานนั้น…”
พอพูดถึงเรื่องนี้ แม้นางจะเพิ่งได้ยินเรื่องราว แต่แววตายังคงมีประกายความกังวลต่อให้ปกปิดไว้ได้ดีเพียงใดก็ตาม ซ่งชิงหลันยิ้ม “ข้าเชื่อว่าเขาจะไม่เป็นอันใด…”
“เรียบร้อยแล้ว ดูแลบาดแผลเจ้าให้ดี สองสามวันนี้ระวังอย่าให้โดนน้ำล่ะ” นางช่วยผู้เป็นน้องสวมเสื้อผ้าก่อน และเดินไปโถงด้านหน้าด้วยกัน
ในยามนี้ไป๋เย่หาน ซ่งชิงตง ซ่งชิงซี และอู่ต้าก่านกำลังยืนสนทนากันอยู่ตรงนั้น ดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
ถึงจะไม่ได้ยินเนื้อความ แต่รู้อยู่แก่ใจว่าคงเป็นลางร้ายมากกว่าดี
ยามหญิงสาวทั้งสองเดินมา ฉูซื่อโม่วรีบรุดเข้าไปถามซ่งชิงหลันทันที “ท่านพี่ชิงหลัน เชียนเชียนเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
ซ่งชิงหลัน “ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ข้าพันแผลไว้ให้เรียบร้อย”
ซื่อโม่วได้ยินก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
อู่เชียนเชียนไม่สนใจอาการบาดเจ็บแต่อย่างใดเข้าร่วมวงสนทนาทันที และจ้องมองไป๋เย่หาน “ท่านอ๋องเพคะ ท่านต้องช่วยศิษย์น้องข้านะ”
แม้ไป๋เย่หานจะแลดูเย็นชาและไร้ความปรานีในความคิดนาง แต่เขามีอำนาจอยู่ในมือ และในสถานที่แห่งนี้ มีเขาเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยซ่งชิงหนานได้
“ไม่ได้นะ! ท่านอ๋องจะไปเสี่ยงไม่ได้!” ซ่งชิงหลันเอ่ยขัด
ทุกสายตาจับจ้องไปที่อีกฝ่ายทันที
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเล็กน้อยและอธิบายเสียงเบา “โจรกลุ่มนี้ตั้งถิ่นฐานอยู่บนยอดเขา และมีความไม่พอใจต่อราชสำนักเป็นทุนเดิม หลายปีที่ผ่านมายังสามารถยึดน่านน้ำฉู่ ถนนห่านได้มาโดยง่าย พวกมันกับราชสำนักคงสมดุลไว้ในบางเรื่องได้ก็จริง แต่หากท่านอ๋องนำกองกำลังบุกเข้าไป สมดุลที่ว่านี้จะพังลงมาอย่างแน่นอน”
ซ่งชิงซีพยักหน้าเห็นด้วย “ท่านพี่พูดถูก อีกอย่างคือโจรกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกชั่วช้า หากท่านพี่สามตกอยู่ในเงื้อมมือพวกมันจริง ๆ และได้รู้สถานะเมื่อไรรังแต่จะเกิดความยุ่งยากกับพวกมันทั้งนั้น สิ่งที่น่ากลัวคือผลที่ตามมามากกว่า”
สิ่งที่พวกเขาพูดคือสิ่งที่ไป่เย่หานกำลังกังวลอยู่ นี่คือเหตุผลที่เขาไม่ยกคนมาจัดการตั้งแต่คราแรก
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ให้พวกเรา โรงฝึกจิงอู่ออกโรงเถิด” อู่ต้าก่านเอ่ยขึ้น
เขารู้ว่าหากตนทำให้โจรกลุ่มนั้นขุ่นเคืองใจ สถานการณ์ของโรงฝึกจิงอู่ในภายภาคหน้าคงลำบากเป็นแน่ แต่ซ่งชิงหนานเองก็มาจากโรงฝึกแห่งนี้เช่นกัน ในฐานะที่ข้าเป็นเจ้าสำนัก จำต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว”
ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง “ข้าจะช่วยด้วยอีกแรง แล้วก็หาวิธีช่วยท่านพี่สามเช่นกัน”
ทุกคนมองไปยังต้นเสียง ก่อนจะพบกับซ่งชิงเป่ยในชุดสีขาวและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น