ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 314 ขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตข้าไว้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 314 ขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตข้าไว้
บทที่ 314 ขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตข้าไว้
ในถ้ำถัดจากแม่น้ำชิงสุ่ย
ซ่งชิงหนานก่อกองไฟ ช่วยผิงเสื้อผ้าของซุนอิงหนิงให้แห้ง
ซุนอิงหนิงทำได้เพียงซ่อนอยู่หลังหินใหญ่ก้อนหนึ่ง มองเขาอย่างระแวดระวัง เกรงว่าหากนางคลาดสายตาแม้เพียงเล็กน้อย เขาจะแอบมองนาง
“ฮัดชิ้ว… ฮัดชิ้ว…”
เนื่องจากนางตกลงไปในธารน้ำทำให้ได้รับอายเย็น ซุนอิงหนิงจึงจามแล้วจามอีกไม่หยุด
ถึงตอนนี้ ซ่งชิงหนานก็ยกเสื้อผ้าของนางขึ้นมา “แม่นาง เสื้อผ้าของเจ้าแห้งดีแล้ว”
ซุนอิงหนิงยังคงหลบอยู่หลังหินใหญ่ก้อนนั้น ใบหน้าแดงฉาน นางเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา “เช่นนั้น… รบกวนคุณชายโยนเสื้อผ้ามาให้ข้าทีเจ้าค่ะ”
“ได้”
ซ่งชิงหนานโยนเสื้อผ้ามาทางนาง โยนลงมาตรงหน้านางพอดิบพอดี
ซุนอิงหนิงสวมเสื้อผ้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงเดินออกมานั่งลงตรงข้ามซ่งชิงหนาน แล้วเอ่ยขึ้นเสียงเบา “ขอบคุณคุณชายที่ช่วยข้าไว้ ข้า… ฮัดชิ้ว…”
ซ่งชิงหนานขมวดคิ้วเล็กน้อย โยนท่อนไม้สองสามท่อนลงไปในกองไฟ เอ่ยเบา ๆ “แม่นางเข้ามานั่งใกล้ ๆ อีกหน่อยสิ ร่างกายท่านจะได้อบอุ่นเร็วขึ้น”
ซุนอิงหนิงลองขยับเข้าไปอีกสองสามก้าว จากนั้นจึงพยักหน้าให้ซ่งชิงหนาน “ขอบคุณ…”
“จริงสิ ท่านเป็นผู้ใดกันแน่? เหตุใดชายในชุดดำพวกนั้นถึงไล่ล่าท่าน?”
ซ่งชิงหนานเห็นการแต่งกายของนางก็รู้ทันทีว่านางจะต้องมาจากตระกูลผู้สูงศักดิ์ ชีวิตของนางย่อมมีค่าพอให้ศัตรูจ้างวานชายชุดดำจำนวนมากเช่นนั้น และดูเหมือนสถานะของนางจะไม่ธรรมดา
ซุนอิงหนิงยังคงรักษาระยะห่าง และเอ่ยตอบ “ข้าชื่อซุนอิงหนิง อาศัยอยู่ในเมืองเปี้ยนเจียง ชายชุดดำเหล่านั้นไล่ตามข้าเพราะ… อ๊ะ…”
กล่าวถึงตรงนี้ ซุนอิงหนิงพลางนึกบางสิ่งขึ้นได้
นางรีบนำซองจดหมายออกมาจากด้านในเสื้อ เปิดซองนั้นนำจดหมายด้านในออกมา เพียงเพื่อพบว่าตัวอักษรข้างในเลือนลางไปหมดแล้วเนื่องจากนางตกน้ำเมื่อครู่นี้
ซุนอิงหนิงร้องไห้ออกมาด้วยความตื่นตระหนก “สิ้นแล้ว… จบสิ้นแล้ว… สิ่งพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อข้า ไม่เหลืออีกแล้ว… ฮือ ๆ ๆ ๆ… ”
สิ่งที่ซ่งชิงหนานไม่อยากเห็นที่สุดคือสตรีร้องไห้ เมื่อเห็นนางร้องไห้ราวกับหัวใจแตกสลาย เขาจึงถามขึ้นด้วยความเป็นกังวล “คุณหนูซุน จดหมายนี้คือสิ่งใดแน่ เหตุใดท่าน…”
“ไม่… ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ…” ซุนอิงหนิงปาดน้ำตาอย่างเศร้าใจ สอดจดหมายใส่เข้าไปในซองตามเดิม จากนั้นเอ่ยถาม “จริงสิ ข้ายังมิได้ถามว่าคุณชายชื่อเสียงเรียงนามอันใด?”
“ข้าชื่อซ่งชิงหนาน ข้าอาศัยอยู่ในเมืองหลวง…”
“ซ่งชิงหนาน?” ซุนอิงหนิงพึมพำชื่อนั้นแผ่วเบา ทันใดนั้นสายตาของนางพลันเปล่งประกายขึ้นมา นางมองเขาด้วยความตื่นเต้น แล้วเอ่ย “เช่นนั้นท่านรู้จักใต้เท้าซ่ง ผู้ตรวจการที่ดูแลหอจดหมายเหตุ ซ่งชิงซีหรือไม่?”
ซ่งชิงหนานพยักหน้าตอบ “รู้จักสิ เขาเป็นน้องสี่ของข้า”
“จริงหรือ? ดียิ่งนัก!” ซุนอิงหนิงหัวเราะด้วยความดีใจ แสงสว่างจากกองไฟอาบย้อมใบหน้าเล็กละมุนละไมของนาง ทำให้นางดูเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม
นางกล่าวต่อด้วยความตื่นเต้น “พี่ใหญ่ซ่ง อันที่จริง ข้าคือบุตรสาวของซุนเหยียนหมิงผู้ตรวจการเกลือเมืองเปี้ยนเจียง”
“ท่านหมายถึง… ผู้ตรวจการเกลือของเมืองเปี้ยนเจียงที่ฆ่าตัวตายด้วยหวาดกลัวความผิดผู้นั้นหรือ?”
“หึหึ… ฆ่าตัวตายอันใดกัน!” มุมปากของซุนอิงหนิงผุดรอยยิ้มสมเพชตัวเองออกมา สายตาของนางมีแววความไม่พอใจ “นั่นเป็นข้อครหาที่มีคนจงใจใส่ร้ายป้ายสีเขา บิดาข้าไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกคนวางแผนทำร้ายจนต้องตายตก”
หัวใจของซ่งชิงหนานเต้นรัวแรง ‘ตึกตักๆ!’ รีบเอ่ยถามอย่างร้อนรน “เป็นผู้ใด?”
“มหาเสนาบดีคนปัจจุบันหลิวหงเหวินอย่างไรเล่า!” ดวงตาของซุนอิงหนิงแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย น้ำตาค่อย ๆ รื้นขอบตาขึ้นมา “ก่อนที่บิดาข้าจะสิ้นใจ เขาเขียนความบริสุทธิ์ของตนเองและความผิดของมหาเสนาบดีหลิวมอบให้ข้าไว้ พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะส่งข้าออกมาจากเมืองเปี้ยนเจียง ให้ข้านำคำสารภาพนี้ส่งให้ใต้เท้าซ่งชิงซี เพื่อกอบกู้ความบริสุทธิ์ของบิดากลับคืนมา พวกเราพึ่งเดินทางมาได้เพียงครึ่งทาง กลับได้ยินข่าวเขาฆ่าตัวตายเสียแล้ว”
ซ่งชิงหนานหลุบตา มองสตรีร่างบางตรงหน้าเขา อดไม่ได้ที่จะเวทนา “เช่นนั้น คนที่ตามสังหารเจ้าคือคนที่มหาเสนาบดีหลิวส่งมา”
ซุนอิงหนิงพยักหน้า “เพื่อที่จะหลบหนีการตามล่าของพวกเขา จึงมิกล้าใช้เส้นทางหลัก หลังจากลัดเลาะผ่านถนนเส้นเล็กมามากมาย สุดท้ายข้าก็มาถึงเมืองหลวง นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะยังตามมาจนพบ หากข้าไม่พบพี่ใหญ่ซ่งเสียก่อน เกรงว่าข้าคงตายไปแล้ว”
ซุนอิงหนิงอายุเพียงแค่สิบหกสิบเจ็ดปี นางเป็นเพียงสตรีที่ไม่ออกนอกประตูใหญ่ไม่ล่วงข้ามประตูสอง[1]*ผู้หนึ่ง บัดนี้นางต้องประสบกับเหตุการณ์ความเป็นความตาย เผชิญกับความโหดเหี้ยมของใจคน ในใจของนางย่อมต้องหวาดกลัว
ซ่งชิงหนานเห็นร่างกายบอบบางของนางนั่งอยู่ข้าง ๆ กอดตนเองไว้แน่น ตัวหดเล็กลง เห็นเช่นนี้แล้วก็อดรู้สึกเอ็นอกเห็นใจไม่ได้
เขาปลอบคนไม่เป็น ทว่าเมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้ ก็พลอยรู้สึกเศร้าใจตามไปด้วย
เขาเอ่ยปลอบเสียงห้วนด้วยท่าทีเงอะงะ “คุณหนูซุนรอดพ้นมหันตภัยมาแล้ว ต่อไปย่อมมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา ท่านจะต้องช่วยล้างแค้นแทนใต้เท้าซุนได้เป็นแน่”
“ล้างแค้นหรือเจ้าคะ? กล่าวนั้นง่ายแต่ทำนั้นยากมิใช่หรือ? มหาเสนาบดีหลิวมีอำนาจมากมายเพียงนั้น ยิ่งไปกว่านั้นบัดนี้…” สิ้นคำ ซุนอิงหนิงก็นำซองจดหมายที่มีจดหมายรางเลือนอยู่ข้างในออกมา สายตาของนางเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิด “ข้าได้ทำลายหลักฐานที่บิดามอบให้เพื่อใช้ต่อกรกับพวกเขาไปแล้ว ข้าทำลายความบริสุทธิ์ของบิดาข้าแล้ว ข้าละอายใจต่อเขายิ่งนัก…”
สิ้นคำ ซุนอิงหนิงก็ก้มหน้าลงปล่อยให้น้ำตาร่วงหล่นพรั่งพรู
“ซุนอิงหนิง เจ้าอย่าได้กังวล ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานชิ้นนี้ พวกเขาก็ต้องเชื่อฟังกฎหมาย!”
“จริงหรือเจ้าคะ?” ซุนอิงหนิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตา ขับให้ดูมีเสน่ห์ล่อลวงใจเป็นพิเศษ นางมองซ่งชิงหนานอย่างคาดหวัง “พี่ใหญ่ซ่ง ที่ท่านกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือ?”
ท่าทางคาดหวังอย่างใสซื่อเช่นนั้นของนาง ดูเหมือนขอแค่เพียงซ่งชิงหนานตอบว่าไม่ นางคงร้องไห้ออกมาทันที
ทำให้ซ่งชิงหนานไม่อาจทานทน เขาพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “ดังคำกล่าวที่ว่าตาข่ายสวรรค์ ห่างแต่ไม่รั่ว อันที่จริงแล้วน้องสี่ของข้ากำลังตรวจสอบคนฝ่ายมหาเสนาบดีหลิวอยู่ ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องสืบหาความจริงเรื่องนี้ออกมาคืนความบริสุทธิ์ให้ใต้เท้าซุนได้เป็นแน่!”
บนใบหน้าของซุนอิงหนิงปรากฎรอยยิ้มน้อย ๆ ขึ้นมา “ตอนที่ข้ายังอยู่ที่เมืองเปี้ยนเจียง ข้าได้ยินท่านพ่อของข้าเคยกล่าวไว้ว่าใต้เท้าซ่งชิงซียุติธรรมซื่อตรง ปราศจากซึ่งความเห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่อำนาจ พี่ใหญ่ซ่ง หากพวกเรารอดชีวิตไปได้ รบกวนท่านได้โปรดพาข้าไปหาใต้เท้าซ่งด้วยนะเจ้าคะ”
เมื่อเห็นว่าท้ายที่สุดใบหน้าของนางก็มีรอยยิ้ม ซ่งชิงหนานพลันรู้สึกโล่งใจ เขาเอ่ยยิ้ม ๆ “เจ้าวางใจเถิด เราจะต้องรอดชีวิตกลับไปอย่างแน่นอน เมื่อครู่นี้ที่ข้าไปหาฟืนมา ข้าสำรวจสภาพแวดล้อมมาแล้ว ข้าพบทางออกจากที่ราบภูเขาแห่งนี้แล้ว ทว่าเส้นทางลำบากอยู่บ้าง…”
“ข้าไม่กลัวเจ้าค่ะ” ซุนอิงหนิงตอบด้วยท่าทีขึงขัง
ซ่งชิงหนานระบายรอยยิ้ม พลันรู้สึกขึ้นมาภายในใจ สตรีตรงหน้านี้แตกต่างกับคุณหนูที่ได้รับการเอาอกเอาใจเหล่านั้นยิ่งนั้น
ขณะนั้นเอง ซ่งชิงหนานขมวดคิ้วเป็นปม จับมือของซุนอิงหนิงไว้พร้อมกับเอ่ยกระซิบ “เงียบ ๆ ก่อน! มีคนมา!”
ซุนอิงหนิงเครียดขึ้นมาทันใด นางเม้มริมฝีปากของตนด้วยความกลัว กลั้นหายใจจนไร้สุ้มเสียง
นางหันหน้าไปเล็กน้อย มองใบหน้าหล่อเหลาหนักแน่นตรงหน้า ก็รู้สึกเชื่อใจเขาอย่างไม่อาจอธิบายได้ แม้พวกเขาจะพึ่งพบกันเป็นครั้งแรกก็ตามที