ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 315 เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ดียิ่งนัก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 315 เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ดียิ่งนัก
บทที่ 315 เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ดียิ่งนัก
ซ่งชิงหนานกลั้นลมหายใจ เพ่งสมาธิฟังเสียงความเคลื่อนไหวนอกถ้ำ เพื่อที่จะแยกแยะว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรหรือศัตรู
ถึงตอนนี้ บริเวณนอกถ้ำเกิดเสียงฝีเท้าและเสียงร้องตะโกนอลหม่านวุ่นวายของคนกว่าสิบ
“พี่สาม… พี่สาม… พี่สามท่านอยู่หรือไม่?”
“พี่สามของซ่งชิงเป่ย! พี่สามของซ่งชิงเป่ย!”
“มีคนอยู่หรือไม่? มีคนหรือไม่… หากมีคนให้ส่งเสียงเร็วเข้า… ”
“พวกเรามาช่วยเหลือพวกท่านแล้ว!”
……
อันอาหนิวและคนอื่น ๆ นำพวกพ้องจากลุ่มอินทรีย์ดำมาตามหาคนตั้งแต่บ่ายจนบัดนี้ฟ้ามืดเสียแล้ว ก็ยังไม่พบสิ่งใด
เขาขมวดคิ้วมุ่น และเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ไม่ใช่ว่าข้าจะแช่งหรอกนะ แต่กระโดดจากหน้าผาลงแม่น้ำชิงสุ่ยอย่างนี้ คนผู้นี้คงพิการไปเสียแปดส่วนแล้วล่ะ หากพวกเราตามหาเช่นนี้ต่อไป ก็เป็นการเสียเวลาเปล่า!”
อันชิงชิงปรายตามองคนพูดทันที “เจ้ารีบหุบปากเดี๋ยวนี้! เจ้าไม่พูดก็คงมิมีผู้ใดคิดว่าเจ้าโง่เขลาหรอก! หากเจ้าไม่อยากค้นหาแล้วก็รีบกลับไปเสีย! อย่าได้มาเกะกะขวางทางอยู่ที่นี่!”
ความกล้าของอันอาหนิวหดหายในทันที เขาเอ่ยพึมพำเบา ๆ “ข้าไม่ได้บอกว่าข้าจะไม่หาเสียหน่อย ข้าก็เพียงแค่บ่นไม่กี่คำเท่านั้น…”
“บ่นไม่กี่คำก็ไม่ได้! ข้าไม่ชอบ รู้หรือไม่!”
สิ้นคำ อันชิงชิงก็ก้าวเข้าไปหาซ่งชิงเป่ย เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวเป่ย เจ้าวางใจเถิด ข้าจะอยู่กับเจ้าจนกว่าเจ้าจะหาพี่สามพบ!”
แววตาของซ่งชิงเป่ยมืดหม่นลง เมื่อเห็นทองฟ้าใกล้ดับแสง คิ้วของเขาขมวดลึกขึ้นยิ่งกว่าเดิม เอ่ยเสียงต่ำ “ข้าเชื่อว่าพี่สามของข้าจะไม่เป็นไร! ข้าจะต้องหาเขาพบอย่างแน่นอน!”
กล่าวจบเขาก็เดินหน้าต่อไปโดยไม่ยอมแพ้ เดินก้าวหนึ่งก็ตะโกนเรียกครั้งหนึ่ง “พี่สาม! ข้าชิงเป่ยนะ! ท่านอยู่ที่นี่หรือไม่! พี่สาม…”
ซ่งชิงหนานจำเสียงของซ่งชิงเป่ยได้ในทันที
เขาหน้าเปลี่ยนสีทันที เอ่ยกับซุนอิงหนิง “เป็นชิงเป่ย! น้องห้าของข้ามาแล้ว!”
ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นเดินออกไปนอกถ้ำ
ซุนอิงหนิงมีความหวังขึ้นมาทันที นางรีบตามเขาออกไปอย่างรวดเร็ว
ซ่งชิงหนานเห็นแสงจากคบไฟลาง ๆ อยู่ไกลออกไป เสียงดังมาจากทางด้านนั้น เขาดีใจเสียจนร้องตะโกนออกไปแต่ไกล “ชิงเป่ย! ชิงเป่ย! ข้าอยู่ทางนี้…”
“นั่นพี่สาม! นั่นเป็นเสียงของพี่สาม!” ซ่งชิงเป่ยตื่นเต้นจนระงับไม่อยู่ ระยะห่างสามช่วงต้นไม้กลายเป็นแค่เพียงสองก้าว เขาก็ตะลีตะลานวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
เดิมทีที่ราบระหว่างภูเขานี้ล้วนเป็นดงหญ้า อีกทั้งยังมีหินตะปุ่มตะป่ำมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้เส้นทางมืดมิดเสียน่ากลัวเกินกว่าจะย่างกราย
อันชิงชิงเป็นห่วงเด็กหนุ่มจึงรีบวิ่งตามไป “นี่ ซ่งชิงเป่ย ท่านช้าลงหน่อย! ระวังจะหกล้ม! ถึงตอนนั้นข้ายังต้องแบกท่านกลับไปอีกนะ!”
อันอาหนิวที่ตามมาข้างหลังติด ๆ ได้ยินที่นางเอ่ยก็พูดขึ้นอย่างกังวลใจ “คุณหนู ท่านยังต้องแบกเจ้าหนุ่มน้อยหน้าขาวนั่นอีกหรือขอรับ?”
“กงการอันใดของเจ้า! ฮึ!” ว่าแล้วนางก็รีบไล่ตามซ่งชิงเป่ยต่อไป “ซ่งชิงเป่ย เจ้ารอข้าด้วย!”
ในท้ายที่สุดซ่งชิงเป่ยก็มาถึงปากถ้ำและได้พบกับซ่งชิงหนาน
ทั้งสองคนกอดกันด้วยความยินดี
ซ่งชิงหนานตบบ่าเขาพร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่?”
“แน่นอนว่ามาช่วยพวก… ท่าน!” เอ่ยจบซ่งชิงเป่ยก็กล่าวทักทายซุนอิงหนิงที่ยืนเขินอายอยู่หน้าปากถ้ำ “คุณหนูชื่อแซ่อันใดหรือขอรับ?”
“อ๊ะ… ข้า…” ซุนอิงหนิงถูกท่าทีกระตือรือร้นของเขาทำให้หวาดกลัวเสียแล้ว นางอดรู้สึกสงสัยอยู่ในใจไม่ได้ เหตุใดพี่น้องสองคน ถึงได้มีนิสัยใจคอที่แตกต่างกันถึงเพียงนี้
ซ่งชิงหนานรีบร้อนเข้ามาขวางนาง ส่งสายตาให้กับซ่งชิงเป่ย “เจ้าอย่าพึ่งล้อเล่น จริงสิ เจ้าหาที่นี่เจอได้อย่างไร?”
ซ่งชิงเป่ยเลิกคิ้วขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “คนของภูเขาย่อมมีวิธีของตนขอรับ”
สิ้นเสียง อันชิงชิงและอันอาหนิวรวมถึงคนของกลุ่มอินทรีย์ดำก็ปรากฎกายขึ้น
ซ่งชิงหนานพลันเข้าใจในทันที หรี่ตาลงเล็กน้อยโดยไม่รู้สึกตัว แววตาของเขาพราวระยับ และเอ่ยขึ้น “เจ้าเด็กคนนี้ ช่างเก่งกล้าสามารถเสียจริง แม้กระทั่งกลุ่มอินทรีย์ดำเจ้าก็ยังจัดการได้อยู่หมัด”
หลังจากช่วยเหลือซ่งชิงหนานและซุนอิงหนิงแล้ว หัวหน้ากลุ่มอินทรีย์ดำ อันต้าเต๋อ ก็ส่งพวกเขากลับไปที่ป่าอนธการด้วยตนเอง
ก่อนจะถึงทางเข้าของป่าอนธการ สีหน้าของอันชิงชิงเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมที่ต้องจากกันอย่างรวดเร็วเช่นนี้ นางเอาแต่จ้องมองซ่งชิงเป่ย เม้มริมฝีปากแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ซ่งชิงเป่ย ท่านจะจากไปเช่นนี้หรือ? เจ้าคนไร้หัวใจ!”
ซ่งชิงเป่ยส่งยิ้มให้นาง “ชิงชิง ขอบคุณที่เจ้าช่วยค้นหาพี่สามกับข้านะ ข้าซ่งชิงเป่ยติดค้างบุญคุณของเจ้าแล้ว!”
ดวงตาของอันชิงชิงเปล่งประกายขึ้นมาทันที “เจ้าเอ่ยออกมาเองนะ ติดค้างแล้วก็ต้องตอบแทนเล่า ถึงตอนนั้นเจ้าอย่าได้เล่นลูกไม้ปฏิเสธที่จะยอมรับเสียล่ะรู้หรือไม่?”
เมื่อเห็นรอยยิ้มแปลก ๆ ของนาง ซ่งชิงเป่ยก็คาดเดาได้แล้วว่านางกำลังคิดอันใด
เขาจึงเอ่ยตอบอย่างสุขุม “ได้ ตราบใดที่เจ้าไม่ให้ข้าไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นก็พอ”
สิ้นคำ เขาก็ประกบมือ ค้อมคำนับอันต้าเต๋อ “พี่ใหญ่อัน ขอบคุณที่ท่านยื่นมือมาช่วยครั้งนี้ น้องชายซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
“โธ่เอ๋ย พวกเรามิจำเป็นต้องมีพิธีรีตองต่อกันแล้ว! พี่น้องของเจ้าก็คือพี่น้องของข้าอันต้าเต๋อ แต่ว่านะ น้องชิงเป่ย พี่ใหญ่มีบางเรื่องที่ต้องเตือนเจ้า”
กล่าวจบอันต้าเต๋อก็มองพวกเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “ผู้ที่ไล่ตามสังหารแม่นางผู้นี้มิใช่คนธรรมดา ในเขตแดนกลุ่มอินทรีย์ดำของข้า ข้าปกป้องพวกเจ้าให้ปลอดภัยได้ ทว่าเมื่อเจ้าออกไปจากป่าอนธการนี้แล้ว พวกเจ้าย่อมถูกไล่ฆ่าเป็นแน่ ระวังตัวให้ดี”
สิ่งที่เขาเอ่ยล้วนมาจากก้นบึ้งจิตใจ
แน่นอนว่าซ่งชิงหนานรู้ เขาพยักหน้าให้อันต้าเต๋อ “ขอบคุณหัวหน้ากลุ่มที่เตือนขอรับ!”
“เอาเถิด ข้าไม่รั้งพวกเจ้าไว้แล้ว รีบกลับไปเสีย!” ขณะที่กล่าวอันต้าเต๋อก็โบกมือให้พวกเขา
ผ่านไปครู่หนึ่ง พวกซ่งชิงเป่ยทั้งสามคนก็กลับไปยังจวนแม่ทัพ
“ท่านพี่! พี่รอง! พี่สี่! ข้าพาพี่สามและคุณหนูซุนกลับมาแล้วขอรับ!” ซ่งชิงเป่ยตะโกนเรียกขณะที่เดินเข้าไปในจวน
ทุกคนที่กำลังรอฟังข่าวรีบออกมาทันที
ซ่งชิงหลันกวาดตามองซ่งชิงหนานในพริบตา สุดท้ายเมื่อเห็นเขาไร้ร่องรอยขีดข่วน ถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ไป๋เย่หานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ บีบมือนางเบา ๆ ทั้งสองคนสบตากันแล้วแย้มยิ้มออกมา สิ่งใดล้วนมิต้องปริปากเอ่ย
อู่เชียนเชียนวิ่งออกมาด้วยความเร่งรีบ วิ่งตรงเข้าไปหยุดอยู่ด้านหน้าซ่งชิงหนานทันที สอดส่ายสายตามองทั้งร่างกายของเขา “ศิษย์น้อง เจ้าไม่เป็นอันใดกระมัง ได้รับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่?”
เมื่อเห็นความลุกลี้ลุกลนของนาง ซ่งชิงหนานอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ศิษย์พี่ ท่านคิดอันใดกัน? ด้วยวรยุทธ์ของข้า นอกจากท่านอ๋องแล้ว น้อยคนนักที่จะทำร้ายข้าจนเกิดบาดแผลได้”
“ใช่สิ ยังมีอารมณ์ขันเช่นนี้ คงยืนยันได้แล้วว่าเจ้าไม่เป็นอันใดจริง ๆ?” อู่เชียนเชียนถอนหายใจอย่างโล่งอก และหัวเราะออกมา ต่อยไปที่อกเขาโดยไม่คิดอันใด
ซุนอิงหนิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นการกระทำใกล้ชิดสนิทสนมของพวกเขา ในใจของนางพลันรู้สึกขึ้นมาว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกทั้งสองย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่ ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
ในตอนนี้เอง เสียงใสแจ๋วราวกับเด็กน้อยพลันเกิดขึ้นข้างหลังกลุ่มคน “คุณหนู!”
ซุนอิงหนิงเงยหน้าขึ้นก็เห็นชุนหน่วนสาวใช้ของตน
นางยิ้มออกมาอย่างดีใจทันที “ชุนหน่วน! เจ้ายังมีชีวิตอยู่! ดียิ่งนัก!”