ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 32 ช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้มีครอบครัวเช่นนี้ (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 32 ช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้มีครอบครัวเช่นนี้ (รีไรท์)
บทที่ 32 ช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้มีครอบครัวเช่นนี้ (รีไรท์)
หิมะตกติดต่อกันหลายวันแล้ว อากาศเย็นจัดทำให้ร้านรวงไม่น้อยพากันหยุดขายของไป แต่ท่ามกลางลมหนาวและหิมะที่โปรยลงมา ร้านอาหารเช้าของพี่น้องตระกูลซ่งยังคงเปิดขายอาหารอย่างตรงเวลาทุกเช้า
เกล็ดหิมะจำนวนมากโปรยปรายจากท้องฟ้าราวกับขนห่าน
ซ่งชิงหลันต้องการให้น้องชายได้พักผ่อนเสียหน่อยจึงวางแผนจะเตรียมของสำหรับไปเปิดร้านเพียงลำพัง
แต่ไม่คาดว่าเมื่อตนเองเปิดประตูออกไปกลับพบว่าซ่งชิงตงและน้องชายคนอื่น ๆ ได้พากันเตรียมข้าวของเรียบร้อยอยู่ที่รถเข็นแล้ว
ซ่งชิงตงหันหน้ามาเมื่อได้ยินเสียงของพี่สาว “ท่านพี่ ท่านตื่นแล้วหรือ”
ซ่งชิงหลันมองมือและใบหน้าที่แดงก่ำจากความหนาวเย็นของน้องชายแล้วก็อดรู้สึกเจ็บปวดในใจไม่ได้ “เหตุใดพวกเจ้าตื่นเช้าขนาดนี้”
ซ่งชิงซียิ้ม “ช่วงนี้อากาศหนาวมาก เราอยากให้ท่านได้นอนต่ออีกหน่อยเลยตื่นแต่เช้ามาเตรียมของรอกันเอง”
พี่สาวคนโตกลับรู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “พวกเจ้านี่มัน…”
ในชีวิตนี้ นางช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้มีครอบครัวเช่นนี้
และตอนนั้นเองที่แม่เฒ่าซ่งเปิดประตูเดินออกมาเบา ๆ
ซ่งชิงหลันกระวนกระวายใจ “ท่านย่า เหตุใดท่านเองก็ตื่นมาด้วย เฉินเฉินกับเยว่เยว่เป็นอันใดหรือเปล่า”
แม่เฒ่าซ่งโบกมือไปมา “หลันหลัน ไม่ต้องห่วง เจ้าหนูทั้งสองหลับสบายดีอยู่ข้างในทั้งคู่”
ระหว่างที่พูด หญิงชราก็มองหิมะที่ตกหนักอยู่ด้านนอกแล้วเอ่ยอย่างเป็นห่วง
“หิมะตกเช่นนี้ไม่น่าจะหยุดง่าย ๆ คงมีคนออกไปข้างนอกไม่มาก เหตุใดพวกเจ้าไม่หยุดพักสักวันเล่า”
แต่หลานสาวคนโตก็ยังยืนกรานว่า “ท่านย่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการค้าขายคือความสม่ำเสมอ เพื่อสร้างร้านของเราให้มีชื่อเสียง ไม่ควรหย่อนยานเรื่องนี้เป็นอันขาด แม้ว่าจะมีคนมาซื้อเจียนปิ่งเพียงแค่คนเดียว เราก็ยังต้องเปิดร้าน”
“ถูกต้องขอรับ” ซ่งชิงตงเอ่ยแทรกขึ้นมา “ท่านย่า ท่านอาจจะคาดไม่ถึง ช่วงนี้อากาศหนาวมาก มีร้านค้าหลายร้านที่ปิด มีเพียงร้านเราเปิดอยู่ ลูกค้าก็จะมาซื้ออาหารที่ร้านเราแทน ยอดขายคงจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย”
“ใช่แล้ว ถูกต้องเลยขอรับ” ซ่งชิงซีก็พยักหน้าเช่นกัน “แม้ว่าสองสามวันมานี้อากาศจะหนาวไปหน่อย แต่เป็นความจริงที่พวกเราขายได้มากขึ้น”
ซ่งชิงซีที่เป็นคนคิดเงินย่อมรู้ดีกว่าใครว่าแต่ละวันร้านของพวกเขามีรายได้เท่าไร
คนเป็นย่าได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถิด ย่าก็เป็นห่วงพวกเจ้าทุกคน”
ซ่งชิงหลันจึงก้าวเข้าไปเพื่อจับมือปลอบโยนหญิงชราอย่างนุ่มนวล “ท่านย่า ท่านไม่ต้องกังวล พวกเราพี่น้องไม่ได้เหนื่อยเลยเจ้าค่ะ ข้าให้สัญญากับท่าน ว่าถ้าสภาพอากาศเลวร้ายกว่านี้ พวกเราจะปิดร้าน ดีหรือไม่”
แม่เฒ่าซ่งรู้ดีว่าไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่อาจรั้งพวกหลาน ๆ ได้จึงเพียงพยักหน้าแล้วเอ่ยไปว่า “เอาเถิด เดินทางระวัง ๆ ด้วย”
ซ่งชิงหลันรีบโบกมือของนาง “เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ท่านย่า ข้างนอกหนาวมาก ท่านรีบเข้าไปข้างในดีกว่าจะได้อุ่น ๆ”
จากนั้นซ่งชิงตงเดินไปเข็นรถเข็นให้ไปข้างหน้า โดยมีซ่งชิงซีและซ่งชิงเป่ยช่วยผลักจากด้านหลัง จากนั้นสี่พี่น้องก็ออกเดินทางไปขายอาหารที่ร้าน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะเป็นร้านแรกในบริเวณประตูเมืองที่เริ่มเปิดทำการ
เมื่อเข้าไปถึงร้าน ซ่งชิงเป่ยก็เริ่มจุดไฟทันที ร้านเล็ก ๆ จึงได้อบอุ่นขึ้น
พี่น้องแบ่งหน้าที่กันทำงานเช่นเดิม ต่างคนต่างสาละวนอยู่กับหน้าที่ของตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
บรรดาเจ้าของร้านต่าง ๆ เลือกที่จะปิดร้านในวันที่อากาศไม่ดี แต่เจ้าหน้าที่ดูแลประตูเมืองยังต้องทำหน้าที่ของตนอยู่เสมอทุกวันไม่ขาด ไม่สามารถหยุดได้