ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 320 ข้าชอบมาก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 320 ข้าชอบมาก
บทที่ 320 ข้าชอบมาก
บนโต๊ะอาหาร
ทันทีที่อู่เชียนเชียนนั่งลง แววตาของนางก็พลันเป็นประกายกับอาหารมื้อนี้
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปรีดามองท่านย่าซ่งข้างกาย “ท่านย่าเจ้าคะ วันนี้ท่านนำอาหารมาจากภัตตาคารอวิ๋นหลายอย่างนั้นหรือ?”
ท่านย่าซ่งส่ายหัว พลางชี้นิ้วไปยังหลานชาย “ชิงหนานบอกให้อาเล็กของเขาเตรียมไว้น่ะ บอกว่าอิงหนิงเพิ่งมาอยู่เมืองหลวง เลยอยากให้ชิมอาหารของภัตตาคารเรา”
“เอ๋…” หญิงสาวแย้มยิ้มทันใด มองน้องชายด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ “เจ้ายังเป็นศิษย์น้องของข้าอยู่ใช่หรือไม่ กลายเป็นคนที่คิดแทนผู้อื่นตั้งแต่เมื่อใด? ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ!”
ซ่งชิงหนานไม่เปลี่ยนสีหน้าสักนิด และยังคงใช้วาจาพูดต่อ “แม่ทัพหลิงสั่งให้ข้าดูแลคุณหนูซุนให้ดี ข้าไม่สามารถละเลยนางได้อยู่แล้ว”
ขณะนั้นสายตาพลันเหลือบไปมองคุณหนู “คุณหนูซุน ลองชิมดูเถิด นี่เป็นอาหารขึ้นชื่อของภัตตาคารอวิ๋นหลาย”
ซุนอิงหนิงมองพิราบย่าง หมูย่างซอสน้ำผึ้ง เป็ดย่างเลิศรส ปลาสามกรอบ ปลาต้มผักกาดดอง ผัดสามเซียน และหมูผัดพริกกระเทียม ขนาดยังไม่ทันได้เริ่มกินยังโดนกลิ่นอันหอมอร่อยเชิญชวนให้อยากอาหารขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพียงเท่านี้นางก็น้ำลายสอเสียแล้ว
นางพยักหน้า “เจ้าค่ะ”
นางยื่นตะเกียบออกมาคีบปลาต้มผักกาดดองเข้าปาก
ซ่งชิงหนานมองด้วยสายตามีความหวัง เอ่ยถามอย่างร้อนรน “เป็นอย่างไรบ้าง?”
ซ่งชิงหลันก็ตั้งตารอการประเมินเช่นกัน
“อืม เนื้อปลานุ่มมากเจ้าค่ะ ละลายในปาก ส่วนรสชาติน้ำแกงนั้นเข้มข้น มีความพิเศษ อร่อยมากจริง ๆ ข้าชอบมาก”
“เช่นนั้นลองชิมเป็ดย่างรสเด็ดนี่ดูสิ ข้ามั่นใจเลยว่าเจ้าจะหลังรักรสชาติของมัน” อู่เชียนเชียนแนะนำอย่างกระตือรือร้น “อิงหนิง ดูข้านะ วิธีกินเป็ดย่างค่อนข้างพิถีพิถัน ต้องเอามาห่อเช่นนี้แล้วค่อยกิน”
นางแสดงให้หญิงสาวดู
ซุนอิงหนิงเองก็มองอย่างตั้งใจ
ส่วนชุนหน่วนข้างกายก็มองอยู่เช่นกัน แววตาไม่กะพริบสักนิดทั้งยังพูดอันใดไม่ออก “สวรรค์ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นวิธีการกินเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ เหมือนว่าเมืองหลวงจะมีอาหารแปลกใหม่อยู่ด้วย”
อู่เชียนเชียนยืดหน้าขึ้นอย่างโอ้อวด “พี่ชิงหลันเป็นผู้คิดค้นน่ะ ขนาดบ้านเมืองยังต้องอยู่ใต้อำนาจนางเลย”
“เอาเถิด ๆ ปากเจ้านี่เก่งยกยอให้ข้าลอยขึ้นฟ้าเสียจริงนะ” ซ่งชิงหลันหยุดน้องสาวเอาไว้
ไม่รู้ว่าช่วงนี้เกิดอันใดขึ้น ถึงได้ชอบยกยอนางจนอายแทบตายนัก
ซ่งชิงหลันมองหญิงสาว “อิงหนิง รีบชิมเร็วเข้า”
ซุนอิงหนิงรอไม่ไหวเช่นกัน จึงทำตามที่ซ่งชิงหลันสอนเอาไว้แล้วกินเข้าไปเต็มคำ ไม่เพียงเท่านั้นยังเอ่ยชมไม่ขาดปาก “อืม อร่อยมากเจ้าค่ะ”
เห็นนางกินอย่างมีความสุข จนซ่งชิงหนานเผลอยิ้มออกมา
หลังกินข้าวเสร็จ ซ่งชิงหลันออกไปภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ทว่าทันทีที่มาถึงก็โดนหลิวกุ้ยเสียดึงขึ้นไปยังชั้นสอง พร้อมปิดประตูหน้าต่างอย่างแน่นหนา
เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนเช่นนั้น หยิงสาวอดหัวเราะไม่ได้ “ท่านอาสะใภ้ เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ? หรือเราหาเงินได้อีกแล้ว เลยไม่สามารถให้ผู้อื่นรู้ได้?”
“ไม่ใช่! หลันหลัน เหมือนจะมีเรื่องเกิดขึ้นน่ะสิ!” หลิวกุ้ยเสียลุกลี้ลุกลน
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วสงสัย “มีอันใดหรือเจ้าคะ?”
“วันนี้ข้าไปตลาดมา เห็นคนรู้จักเก่า เจ้าเดาซิว่าเป็นผู้ใด?”
“ญาติห่าง ๆ สักคน?”
“ไม่ใช่! อีกฝ่ายคือยายแก่ไป๋!”
“เจี่ยงชุ่ยเหลียน?”
“ใช่ นางนั่นล่ะ!” หลิวกุ้ยเสียพยักหน้าอย่างแรง
เรียวคิ้วขมวดเข้าหากัน “ไม่มีทางหรอกกระมัง? ท่านอาสะใภ้ ท่านมองผิดไปหรือไม่?”
ครอบครัวของไป่เย่หานถูกเขาขับไล่ออกจากเมืองหลวงไปหมดแล้ว แถมยังบอกอีกด้วยว่าต่อจากนี้ไปยังไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้ามาอีก
จากที่รู้มา ครอบครัวสามีนางเป็นพวกร่ำรวยกลัวลำบาก แล้วจะลงทุนกลับมาเสี่ยงได้อย่างไร?
แม้แต่หลิวกุ้ยเสียสับสนไม่ต่างกัน “ใช่ ข้าไม่เข้าใจเลยสักนิด ยังคิดอยู่ว่าแม่สามีกับสะใภ้นั่นจะกล้ากลับมาได้อย่างไร ข้าจึงรีบไปแอบดู ไม่เห็นก็ไม่เป็นอันใดหรอก แต่พอได้เห็นขึ้นมาจริง ๆ ก็คือยายแก่นั่นไม่ผิดแน่!”
ยิ่งพูดเท่าไรก็ยิ่งเป็นความจริงเท่านั้น จนจิตใจซ่งชิงหลันกำลังสั่นไหว
เหตุใดพวกเจี่ยงชุ่ยเหลียนถึงกลับมาเมืองหลวงได้เล่า?
เรื่องนี้ดูจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว
หลิวกุ้ยเสียก็คิดเช่นนั้น นางคว้ามือซ่งชิงหลันอย่างกระวนกระวาย “หลันหลัน ตั้งแต่ข้าเห็นยายแก่นั่น ในใจก็รู้สึกไม่ดีเท่าไร คิดมาตลอดเลยว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีอันใดขึ้น การที่พวกเขากลับมาในเมืองหลวงครั้งนี้จะต้องมาหาเจ้าเป็นแน่ ระวังตัวไว้ด้วยเล่า”
ซ่งชิงหลันยิ้มปลอบ “ท่านอาสะใภ้ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ต่อให้พวกเขากลับมาข้าก็ไม่หวั่น นางจะทำอันใดข้าได้?”
“ถึงจะพูดเช่นนี้แต่ระวังไว้ก่อนเถิด” ท่านอาสะใภ้ยังตกใจกลัวอยู่
ตอนนั้นเองที่เสียงของหวงเสี่ยวโต้วดังมากจากข้างนอก “ผู้จัดการร้าน อยู่ข้างในหรือไม่ขอรับ?”
หลิวกุ้ยเสียตอบทันควัน “โอ๊ะ! ข้าอยู่นี่! มีเรื่องอันใดอย่างนั้นหรือ?”
“ข้างล่างยุ่งมากขอรับ ท่านรีบออกมาเถิด!”
“เข้าใจแล้ว ๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” ว่าจบก็หันไปมองหลานสาว
แต่ก่อนจะได้เอ่ยอันใด อีกฝ่ายขัดขึ้นมาเสียก่อน “ท่านอาสะใภ้ลงไปทำงานก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าแค่มาตรวจสอบสมุดบัญชีน่ะ”
“อ้อ เข้าใจแล้ว” แม้จะเดินไปถึงประตูแล้วแต่ก็ยังกันกลับมามองด้วยความกังวล “ชิงหลัน เจ้าระวังไว้ด้วยนะ”
นางยิ้มตอบ “ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ”
พ้นหลังอีกฝ่ายไป รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายโดยพลัน และเปลี่ยนเป็นท่วงท่าเคร่งขรึม
นางรวมสมุดบัญชีเข้าด้วยกันก่อนผุดลุกขึ้นออกไป
หลิวกุ้ยเสียเห็นเช่นนั้นจึงรีบไล่หลังมา “หลันหลัน เจ้าจะไปไหนหรือ?”
เพราะนางอาจไปหาสองแม่ลูกนั่นก็เป็นได้
ซ่งชิงหลันทิ้งไว้เพียงประโยคเดียว “ข้าจะไปดูที่ร้านเสื้อชิงเยว่เจ้าค่ะ”
ทว่าปลายทางไม่ใช่อย่างที่พูด แต่กลับเป็นถนนอีกสายที่ตรงไปยังประตูเมือง
ตั้งแต่ที่อู่ต้าหย่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้บัญชาการองครักษ์ส่วนพระองค์หน้าพระที่นั่ง หวังจู้ได้เข้ามารับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประตูเมืองอย่างเป็นทางการ
ทันทีที่อีกฝ่ายเห็นซ่งชิงหลันก็ยกยิ้มทันที “แม่นางซ่ง ท่านจะออกไปนอกเมืองหรือ?”
นางส่ายหัว “ไม่ใช่หรอกท่านพี่หวัง ข้ามาเพื่อถามอันใดท่านหน่อยน่ะ”
“เรื่องอันใดหรือ? ถ้ารู้ข้าจะบอกนะ”
“พี่หวังเคยเห็นเจี่ยงชุ่ยเหลียนเข้ามาในเมืองบ้างหรือไม่?”
“แม่นางหมายถึงยายแก่ไป๋หรือ?” ดวงตาของหวังจู้เบิกกว้าง “เป็นไปไม่ได้หรอก หานอ๋องสั่งให้ประหารนางเป็นการลับ ๆ ไปแล้ว อีกทั้งคนตระกูลไป๋ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองมาด้วย เราจะกล้าปล่อยพวกนั้นเข้ามาได้อย่างไร?”
“แล้วมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่พวกนางจะลักลอบเข้ามา?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก รถม้าที่เข้าเมืองหลวงมาเราจะทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวด
ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง รถม้าคันงดงามได้แล่นผ่านไปต่อหน้าเสียงอย่างนั้น และมันเป็นรถที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจตราเลยด้วยซ้ำ
ซ่งชิงหลันชี้ “เช่นนั้นท่านจะอธิบายอย่างไรเล่า?”