ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 325 พวกเจ้ายังหัวเราะเยาะได้อยู่อีกหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 325 พวกเจ้ายังหัวเราะเยาะได้อยู่อีกหรือ
บทที่ 325 พวกเจ้ายังหัวเราะเยาะได้อยู่อีกหรือ
ไป๋เย่หานกระพริบตาพลางพ่นแป้งออกจากปาก ยิ่งเห็นคนทั้งสามเอาแต่หัวเราะตนทั้งโกรธและขบขัน
อย่างไรก็ดี ท่านอ๋องยังแสร้งทำเป็นมองด้วยท่าทีสงบนิ่ง “พวกเจ้ายังหัวเราะเยาะข้าอยู่อีกหรือ? เหตุใดจึงไม่รีบมาช่วยข้า…”
“ฮ่า ๆ… ท่านพ่อ… ท่านตอนนี้… ตลกมากเจ้าค่ะ… ตลกมากจริง ๆ…” ซ่งซิงเยว่หัวเราะจนลืมหายใจ
ซ่งชิงหลันเองยังหัวเราะอย่างไร้ความปรานี “ไป๋เย่หาน ท่านกลายเป็นเจ้าหน้าขาวไปเสียแล้ว ฮ่า ๆ…”
ชายหนุ่มหรี่ตามมองภรรยาอย่างมีเลศนัย
อยู่ ๆ นางพลันรู้สึกถึงกลิ่นอายอันตรายที่คืบคลานเข้ามา
ตอนนั้นเองที่เหลือบเห็นอีกฝ่ายหยิบแป้งมากำหนึ่ง ทำท่าหมายจะขว้าง
นางรู้ทันทีว่าเขาจะทำอันใดจึงถอยหลังโดยไม่รู้ตัว พยายามฝืนยิ้ม “ไป๋เย่หาน ท่านจะทำอันใด?”
เขาเลิกคิ้วโก่งนั่น พร้อมมุมปากที่ยกยิ้มเผยความชั่วร้าย “เจ้าคิดอย่างไรเล่า?”
สิ้นคำ เขาขว้างผงแป้งในกำมือใส่ใบหน้าหญิงสาวทันใด
นางไม่มีเวลาให้หลบสักนิดจึงรับแป้งเข้าเต็ม ๆ จนหน้าขาวโพลน
“ฮ่า ๆ…” สองแฝดปรบมือหัวเราะร่าอย่างมีความสุข “ฮ่า ๆ…ท่านแม่กลายเป็นเจ้าหน้าขาวไปเสียแล้ว!”
เมื่อความปรารถนาหมายอยากเอาชนะเพิ่มพูนขึ้น ความสนุกจึงบังเกิด
นางขบฟันแน่น สองมือกำแป้งยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนขว้างใส่ชายหนุ่ม “เหอะ! ไป๋เย่หาน! ดูนี่เสียก่อน!”
ไป๋เย่หานไม่ได้หลบสักครั้ง เขาดูเพลิดเพลินกับการโดนกลั่นแกล้งเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนสองแฝดข้าง ๆ ตื่นเต้นกันมาก จนแววตาเป็นประกาย
พวกเขามองหน้ากันและกันด้วยรอยยิ้ม พยักหน้ายามเข้าใจความคิดกันและกัน ก่อนสิ่งไปหยิบแป้งเต็มสองมือ
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกข้าอยากเล่นด้วยเจ้าค่ะ!”
จากนั้นจึงขว้างผงแป้งใส่บิดามารดาทั้งสอง จนเกิดภาพอันแสนวุ่นวาย
กลายเป็นว่าเป้าหมายในการทำเค้กในครานี้ได้เปลี่ยนเป็นสงครามแป้งเสียแล้ว
แม่เฒ่าซ่งที่เดินผ่านครัวพอดิบพอดี ได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานของสมาชิกทั้งสี่จึงอดหัวเราะร่วมด้วยไม่ได้ “เจ้าเด็กพวกนี้ ทำอาหารกันอยู่หรือ? รึกำลังรื้อบ้านกันแน่? ฮึ ๆ…”
ว่าจบจึงจากไปด้วยรอยยิ้ม
…
ในที่คนทั้งสี่ก็ยุ่งกันตลอดทั้งบ่าย ทว่าเราไม่ได้ทำเค้กแต่เป็นอาหารจานพิเศษแทน
ทุกสายตาจดจ้องไปยังอาหารบนโต๊ะ
น้ำแกงฟักไข่ ไข่นึ่ง ไข่ผัดมะเขือเทศ ไข่ผัดพริกหยวก ไข่ผัดกุยช่าย ไข่ข้นกุ้ง ผัดบวบใส่ไข่ แป้งทอดไข่มันฝรั่งหั่นฝอย ไข่ม้วน…
ซ่งชิงเป่ยกลืนน้ำลายเอื๊อกขณะมองพี่สาว “ท่านพี่ขอรับ อาหารที่พวกเราจะกินในวันนี้คือ…”
“งานเลี้ยงไข่ไก่” ไม่ทันได้ว่าจบสาวเจ้าเอ่ยตอบขึ้นมาเสียก่อน
ซ่งชิงซีขมวดคิ้วอย่างใจเย็นและถามว่า “ข้ออ้างของท่านหรือขอรับ?”
หญิงสาวแสร้งยิ้ม “ต้องขอบคุณท่านอ๋องที่เขาทำไข่เสียยกครัว และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปล่า ข้าจึงขอผิดคำพูดกับทุกคนด้วยการเอามันมาทำอาหารทั้งหมด”
สิ้นเสียงใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความขมขื่น
ซ่งชิงหยวนเอ่ยตามตรง “หลังจบมื้อนี้ ข้าคงไม่อยากกินไข่ไปอีกเดือน”
“กลัวว่าพอเห็นไข่แล้วจะอาเจียนหรือ?”
“ไม่ใช่! อาเจียนออกมาเลยต่างหาก!”
ซ่งซิงเยว่กระพริบตากลมใส อย่างดูงุนงง “ท่านน้า เหตุใดท่านถึงกลัวกินไข่เล่า? ข้าว่าอร่อยนะ!”
เด็กหญิงตักเข้าปากคำโต มองบิดามารดาข้าง ๆ “ท่านแม่ ท่านพ่อ ข้าจะกินให้หมดเองเจ้าค่ะ!”
“ข้าด้วย!” ซ่งซิงเฉินไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลังจึงทำตามด้วย
เจ้าตัวเล็กยังไม่พออันใดเลย ทุกคนจึงยอมกินด้วย
หลังจากกินเสร็จ แม้สีหน้าไป๋เย่หานดูเหมือนไม่เป็นอันใด แต่ยอมรับเลยว่าเขารู้สึกคลื่นไส้อยู่เล็กน้อย ตอนลมตีกลิ่นยังเหมือนมูลไก่
สุดท้ายก็ต้องเรียกหานเฟยมาแล้วไปยังลานฝึกเพื่อย่อยอาหาร
รองแม่ทัพถูกฟาดจนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขามองไป๋เย่หานด้วยแววตาขอความสงสาร “ท่านอ๋อง เหตุใดท่านจึงมักระบายอารมณ์ใส่ข้าเสมอเลยเล่าขอรับ?”
“ข้ากำลังสอนการต่อสู้ให้เจ้าอย่างไรเล่า อย่ามาทำเป็นไขสือหน่อยเลย”
หานเฟยขยับร่างกายอันปวดร้าวด้วยความน้อยอกน้อยใจ ในใจพร่ำตะโกนว่าเหตุใดตนจึงไม่เห็นอันใด ๆ คืบหน้าหลังจากฝึกฝนมาตั้งนานนมเลยเล่า? เหตุใดถึงเป็นฝ่ายที่ถูกท่านอ๋องกระทำอยู่ร่ำไป?
เหมือนว่าเขาแค่หาคนมาระบายอารมณ์ก็พอใจแล้ว
ไป๋เย่หานหมายจะจากไป ทว่าดันนึกบางสิ่งขึ้นได้เสียก่อน จึงหันกลับมามองคนสนิท “อ้อใช่…”
หานเฟยยืดตัวตรง “ท่านอ๋อง มีหมายสั่งอันใดหรือไม่?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่า สตรีชอบของขวัญวันเกิดแบบใดน่ะ?”
“ของขวัญที่เหล่าสตรีชอบไม่มีอันใดมากไปกว่าของชิ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เครื่องประดับ แป้งผัดหน้าสีชาด ถุงหอม เสื้อผ้า และอีกหลากหลายอย่างขอรับ”
ไป๋เย่หานฟังแลพยักหน้าครุ่นคิด
อยู่ ๆ หานเฟยก็สงสัย “ท่านอ๋อง ท่านกำลังจะซื้อของขวัญให้พระชายาหรือขอรับ?”
“ดูท่าเจ้ายังอยากสู้กับข้าอีกสองสามรอบสินะ” ผู้เป็นนายหรี่ตามองอย่างมีนัยยะ
หานเฟยส่ายหัวพรืด “ข้าไม่ต้องการแล้วขอรับ รองแม่ทัพผู้นี้จะรีบหุบปากให้เร็ว”
เขาร่ำไห้อยู่ในใจยามมองแผ่นหลังคู่นั้นเดินจากไป
ท่านอ๋องนะท่านอ๋อง ข้าแค่อยากเตือนว่าพระชายาของเราไม่ใช่สตรีธรรมดาก็เท่านั้น นางอาจไม่ชอบของขวัญที่ข้าเอ่ยถึงก็เป็นได้
ไป๋เย่หานเปิดประตูห้องซ่งชิงหลันพร้อมเสียงร้อง “หา!” ออกมา
หญิงสาวเงยหน้าจากกระดาษ “เย็นย่ำถึงเพียงนี้ ไฉนท่านถึงเหงื่อท่วมเช่นนั้นเล่า?”
“ข้าไปซ้อมกับหานเฟยมา”
“ตอนค่ำนี่หรือ?” นางวางพู่กันลง “ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่? กินไข่เยอะไปหรืออย่างไร?”
นางสังเกตเห็นสีหน้าอมทุกข์ของเขาหลังจากกินข้าวเสร็จจึงนึกเสียใจ ไม่น่าบังคับให้เขากินให้หมดเลย
ยามคิดถึงเรื่องนี้ ซ่งชิงหลันอดห่วงไม่ได้ “มาเถิด ยื่นมือมาให้ข้า เดี๋ยวจับชีพจรให้”
ไป๋เย่หานทำตามอย่างว่าง่าย
หลังจากตรวจอย่างระมัดระวังเสร็จ “หายห่วง ไม่มีอาการอาหารไม่ย่อย”
ขณะที่กำลังจะปล่อยมือออก อีกฝ่ายได้คว้าข้อมือนางเอาไว้
“ไป๋เย่หาน ท่านจะทำอันใด?”
“ขอโทษด้วยที่วันนี้ข้าทำเรื่องวุ่นให้เจ้าปวดหัว”
นางตกใจกับท่าทีจริงจังของชายหนุ่มมาก “ท่านเป็นอันใดไปหรือไม่? อยู่ ๆ ทำตัวเช่นนี้ มันทำให้ข้าไม่สบายใจนะ”