ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 327 พวกเราก็เป็นครอบครัวของเจ้าเช่นกัน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 327 พวกเราก็เป็นครอบครัวของเจ้าเช่นกัน
บทที่ 327 พวกเราก็เป็นครอบครัวของเจ้าเช่นกัน
วันนี้เป็นวันเกิดของซ่งชิงหลัน
แต่เพราะหลายวันมานี้นางเอาแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องการค้าขาย แม้กระทั่งวันเกิดของตนก็ลืมสิ้น
เมื่อนางกลับจากร้านเสื้อชิงเยว่มาถึงจวนแม่ทัพ ก็เห็นทั้งครอบครัวนั่งอยู่ที่โถงหน้า อาหารอันโอชะมากมายวางอยู่เต็มโต๊ะ ทุกคนล้วนรอคอยการกลับมาของนาง
“นี่คือ…” ซ่งชิงหลันนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ภายหลังเมื่อตระหนักได้แล้ว นางพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นภายในใจ
อู่เชียนเชียนวิ่งเข้ามา ดึงมือของซ่งชิงหลันให้เดินตามไปด้วยกัน แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พวกท่านดูสิ ข้าพูดไม่ผิดเลย พี่ชิงหลันลืมวันเกิดของตนแล้วจริง ๆ”
“ขอบคุณ… ขอบคุณพวกเจ้ามากจริง ๆ”
“พี่ชิงหลัน รีบนั่งลงเถิดเจ้าค่ะ” สิ้นคำ อู่เชียนเชียนก็ดึงนางไปนั่งลงข้าง ๆ ไป๋เย่หาน
หลิวกุ้ยเสียรีบเอ่ยขึ้น “หลันหลัน อาหารพวกนี้น่ะ ทั้งหมดเป็นอาหารที่ท่านอ๋องเตรียมไว้ให้เจ้า อีกทั้งล้วนเป็นอาหารที่เจ้าโปรดปรานทั้งนั้น!”
ซ่งชิงหลันหันหน้าไปมองไป๋เย่หาน ทั้งสองคนสบสายตากัน ทุกอย่างรอบตัวล้วนสงบนิ่งโดยพลัน
อู่เชียนเชียนที่รีบร้อนอยากเฉลิมฉลองจึงเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ “พี่ชิงหลันจะต้องมีความสุขมากเป็นแน่ที่ได้ฉลองงานวันเกิดปีนี้ ท่านอ๋องก็กลับมาแล้ว ครอบครัวทั้งสี่ของพวกท่านได้หวนกลับมาอยู่ด้วยกันเสียที!”
“นั่นน่ะซี! นั่นน่ะซี!” แม่เฒ่าซ่งมีความสุขแทบไม่อาจหุบยิ้มกว้างบนใบหน้าได้ “ครอบครัวต้องพร้อมหน้าพร้อมตา จึงจะน่ายินดียิ่งกว่าสิ่งใด!”
เมื่อเห็นภาพที่เต็มไปด้วยความสุขของครอบครัวซ่ง ได้ยินถ้อยคำแห่งการหวนกลับมาพบกันของครอบครัวนี้ ซุนอิงหนิงอดรู้สึกอิจฉาอยู่ลึก ๆ ในใจไม่ได้
อยู่ ๆ นางก็รู้สึกว่าตนอยู่ผิดที่ผิดทางขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ซ่งชิงหนานที่อยู่ข้าง ๆ มองเห็นความโศกเศร้าของนาง เขาพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นจึงคีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานชิ้นหนึ่งใส่ถ้วยนาง
ซุนอิงหนิงชะงักงันไปชั่วขณะ แล้วหันกลับไปมองเขา
ซ่งชิงหนานตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “พวกเราก็เป็นครอบครัวของเจ้าเช่นกัน”
ด้วยประโยคเรียบง่ายเพียงหนึ่งประโยค และถ้อยคำเรียบง่ายไร้ความเสแสร้ง เพียงเท่านั้นกลับทำให้ซุนอิงหนิงรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ
นางเสมือนคนที่ลอยละล่องอยู่กลางท้องทะเล แล้วอยู่ ๆ ก็คว้าฟางช่วยชีวิตเส้นหนึ่งไว้ได้
และซ่งชิงหนานคือฟางช่วยชีวิตเส้นนั้นของนาง
สุดท้ายซุนอิงหนิงจึงหัวเราะออกมา มองซ่งชิงหนานอย่างซาบซึ้งแล้วเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “ขอบคุณ…”
หลังจากทานเสร็จแล้ว ซ่งชิงหลันพลันหันไปมองซ่งซิงเยว่และซ่งซิงเฉินแล้วเอ่ยขึ้น “วันนี้แม่ลืมทำเค้กให้พวกเจ้า แต่แม่สัญญาว่าพรุ่งนี้แม่จะทำให้หนึ่งชิ้น แล้วพวกเรามาทานด้วยกันดีหรือไม่?”
“ท่านแม่ พวกเราทำเค้กมาแล้วเจ้าค่ะ!” ซ่งซิงเยว่ขยิบตาให้นางด้วยท่าทีแปลก ๆ ดูน่ารักเป็นอย่างมาก
ซ่งชิงหลันจ้องมองอย่างสงสัย “หืม?”
จากนั้น ซ่งซิงเฉินจึงชี้ไปทางประตูแล้วเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ ท่านรีบดูเร็วเข้า!”
ซ่งชิงหลันหันศีรษะกลับไปมอง เห็นพ่อบ้านหวังกำลังเดินถือเค้กเข้ามา “คุณหนูใหญ่ สุขสันต์วันเกิดขอรับ!”
ซ่งชิงหลันรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก นางมองทุกคนอย่างไม่เชื่อสายตา “ทำตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
นางเชื่อว่า ทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งนี้ ไม่ว่าภัตตาคารแห่งใดหรือร้านขนมร้านใดก็ไม่สามารถทำของสิ่งนี้ออกมาได้
หลิวกุ้ยเสียก้าวออกมาข้างหน้า มองซุนอิงหนิงแล้วเอ่ย “เรื่องนี้น่ะ ยังต้องขอบคุณคุณหนูซุนจริง ๆ นางทั้งคล่องแคล่วทั้งชาญฉลาด หากผู้ใดได้แต่งงานกับสตรีอย่างคุณหนูซุน คงโชคดีไม่น้อย!”
“ท่านอา ท่านชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ!” ซุนอิงหนิงรู้สึกเขินอายขึ้นมา จึงจับมือน้อย ๆ ของซ่งซิงเยว่ แล้วเอ่ยยิ้ม ๆ “ล้วนต้องขอบคุณเยว่เยว่ นางเขียนตำรับอาหารให้ทุกขั้นตอน ข้าเพียงแค่ทำตามที่นางบอกเท่านั้น เช่นนี้จึงดูพอใช้ได้ แต่เกรงว่ารสชาติจะไม่อร่อยเท่าที่ท่านพี่ชิงหลันทำเจ้าค่ะ”
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! ข้ายอดเยี่ยมมากเลยนะเจ้าคะ!” ซ่งซิงเยว่คล้อยตาม เอ่ยเรียกร้องคำชมและความสนใจ
ซ่งชิงหลันลูบศีรษะเล็ก ๆ ของนางเบา ๆ “ดี ๆ ๆ เยว่เยว่ของพวกเราเก่งที่สุดแล้ว”
“ท่านแม่ ยังมีข้าด้วยนะ!” ซ่งซิงเฉินอดที่จะผสมโรงด้วยไม่ได้ “ส่วนผสมเหล่านี้ข้าซื้อมาด้วยกันกับท่านพ่อ”
“ดี ๆ ๆ เฉินเฉินก็เก่งกาจเช่นกัน!”
จากนั้นไปเย่หานคว้ามือของซ่งชิงหลันมากุม แล้วกล่าวเบา ๆ “รีบอธิษฐานแล้วเป่าเทียนเสียสิ”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้วโดยไม่รู้สึกตัว “ท่านอ๋องถึงกับรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ?”
แน่นอนว่าเขาไม่รู้ แต่นี่เป็นสิ่งที่ซ่งซิงเยว่น้อยบอกกับเขา
ซ่งชิงหลันอธิษฐานขอพร ภายใต้สายตาของทุกคน แล้วเป่าเทียนเบา ๆ จากนั้นจึงตัดแบ่งเค้ก
นางลองชิมหนึ่งคำ พลันยกนิ้วโป้งให้ซุนอิงหนิง “อืม อิงหนิง เค้กของเจ้าทำได้อร่อยมากจริง ๆ!”
ซุนอิงหนิงยิ้มเขิน “ปกติข้าก็ชอบทำอาหารว่างเจ้าค่ะ สำหรับเค้ก นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ทำ”
“ท่านทำครั้งแรกก็ทำได้ดีถึงเพียงนี้ ดูเหมือนท่านจะมีพรสวรรค์ยิ่งนัก!” อู่เชียนเชียนอดชมเปาะไม่ได้
นางเป็นคนที่ชื่นชอบทานของจุกจิก อีกทั้งยังช่างเลือกกับของกิน โดยเฉพาะเมื่อได้ทานอาหารอันโอชะของซ่งชิงหลัน ปากของนางก็ยิ่งเลือกมากขึ้นไปอีก หากผู้ใดได้รับคำชมจากนาง ย่อมแสดงว่าสิ่งนั้นอร่อยจริง ๆ ทำให้ทุกคนพอจะนึกออกว่าฝีมือการทำอาหารของซุนอิงหนิงค่อนข้างดีทีเดียว
เห็นทุกคนล้วนชมนางไม่หยุดปาก และทานอย่างเอร็ดอร่อย ซุนอิงหนิงพลอยรู้สึกอิ่มเอมใจ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าในที่สุดตนก็มีบทบาทในครอบครัวนี้
หลังจากทานเค้กหมดก็ดึกมาแล้ว ซ่งชิงหลันคิดว่าถึงเวลาที่ตนจะได้ชำระล้างร่างกายแล้วนอนกับเด็กสองคนเสียที
หากแต่ตอนนี้ ไป๋เย่หานพลันดึงมือนางเข้าไปหา “ตามข้ามา”
ซ่งชิงหลันยังไม่ทันตอบสนอง ทว่ากลับมีความคิดที่จะวิ่งหนีเขาโดยสัญชาตญาณแล้ว ขณะเดียวกันก็ถามอย่างหวาดระแวง “ไป๋เย่หาน ท่านคิดจะทำอันใด? ท่านจะพาข้าไปที่ใด?”
ไป๋เย่หานพานางลอดผ่านประตูโค้งมาจนถึงข้างหน้าสวนจวนหานอ๋อง
ที่คราวนี้สวนมืดสนิท ล้วนมองไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น มีเพียงเสียงไป๋เย่หานที่ผิวปากแหวกผ่านความมืดไปที่ใดสักแห่ง
หานเฟยผู้ที่คอยอยู่ก่อนแล้ว เมื่อได้รับคำสั่งก็รีบสั่งทหารคุ้มกันข้างหลังเขาทันที “ปล่อย!”
จากนั้น เสียง ‘ปัง ๆ ๆ ๆ!’ ก็ดังกึกก้องขึ้นมา
ประกายแสงพุ่งขึ้นสู่ฟ้า ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ดอกไม้ไฟที่สวยที่สุดส่องแสงเป็นประกายพร่างพราว
ซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว เมื่อเห็นดอกไม้ไฟกลางท้องฟ้ายามราตรี นางก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ตะโกนอยู่ภายในใจ ว้าว! สวยมากเลย!
ไป๋เย่หานก้มหน้าลงเหลือบตามองนางที่อยู่ข้างกายเขา เห็นแค่เพียงสีสันของแสงไฟกระทบกับใบหน้างดงามสดใสของนาง นางดูเปล่งประกายเป็นพิเศษ ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง
เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวล “ชอบหรือไม่?”
“ชอบเจ้าค่ะ!” ซ่งชิงหลันพยักหน้าอย่างหนักแน่น จากนั้นจึงมองไป๋เย่หานแล้วยิ้มออกมา “ท่านรู้จักสิ่งนี้ได้อย่างไร?”
“ยังมีมากกว่านี้อีก!” ไป๋เย่หานยิ้มอย่างตื่นเต้น
ถึงตอนนี้ ดอกไม้ไฟหมดลงแล้ว
หานเฟยจึงพาทหารคุ้มกันจวนอ๋องที่วรยุทธ์เก่งกล้าออกมาหลายคน หยิบคบไฟออกมา จากนั้นใช้เคล็ดวิชาดันเปลวไฟไปข้างหน้า แต่ละคนล้วนพุ่งเป้าไปที่เทียนที่ตั้งไว้ล่วงหน้าบนทางเดินหินในสวนด้านหน้า
เพียงครู่เดียว ทางเดินหินที่ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานยืนอยู่ก็สว่างไสว
เท่านั้นเองซ่งชิงหลันถึงตระหนักได้ว่าที่นี่มีเทียนวางอยู่มากมาย
เมื่อมองไปบนเส้นทางที่รายล้อมด้วยเทียน ปลายทางเป็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ดูเหมือนจะมีของบางอย่างแขวนอยู่ที่นั่น
ซ่งชิงหลันรู้สึกสงสัยขึ้นมา “สิ่งนั้นคืออันใดหรือเจ้าคะ?”
ไป๋เย่หานมองนางอย่างมีเลศนัย “พวกเราไปดูกันเถิด”