ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 330 ผู้ชายไม่มีเงินไว้ใจได้ที่สุด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 330 ผู้ชายไม่มีเงินไว้ใจได้ที่สุด
บทที่ 330 ผู้ชายไม่มีเงินไว้ใจได้ที่สุด
ในตอนนี้สตรีข้างแม่นางเสวี่ยเยว่ข้าง ๆ เอ่ยเสียงเบา “นายหญิงเจ้าคะ หากท่านอยากซื้อเครื่องประดับ ไฉนจึงไม่ให้นายท่านมาด้วยกันเล่าเจ้าคะ?”
“เหอะ! เขาน่ะหรือ!” แววตางดงามถลึงตึง ใบหน้ามีริ้วความไม่พอใจสาดทับ “ยามนี้คงกำลังอยู่กับภรรยาหลวงในจวนเสียกระมัง”
“ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหลักหรือสถานะใดก็ตาม นายหญิงก็ยังเป็นคนที่นายท่านชื่นชอบมากที่สุดนะเจ้าคะ! ครั้งก่อนท่านจะกว้านซื้อเครื่องประดับแห่งความรักเสียหมดร้านเพื่อดึงความสนใจจากนายหญิงด้วยนะ! นายหญิงคงไม่ทราบว่า สตรีในร้านอิจฉาตาร้อนเพียงใด!”
แม่นางเสวี่ยเยว่รู้สึกยินดีกับคำพูดอีกฝ่ายมาก จึงยิ้มแย้มอย่างมีเสน่ห์ “นายท่านให้ข้าใช้ชีวิตอู้ฟู้ไม่เป็นสองรองผู้ใด ข้าย่อมสำคัญที่สุด เป็นความจริงใจที่มอบให้ต่างหาก”
ยามนึกภาพอีกฝ่ายเอาเครื่องประดับพวกนั้นมาให้ และไม่มียายแก่ในตระกูลหน้าไหนได้มันไปนางก็โล่งใจยิ่งนัก
สตรีข้างกายเห็นแม่นางกำลังอารมณ์ดีจึงใช้ประโยชน์นี้พูดจาหวานหู “จริงด้วยเจ้าค่ะ! สตรีในหอพูดกันให้ทั่วว่านายท่านหลงใหลนายหญิงมาก ก่อนหน้านี้ข้าแอบได้ยินจากท่านหญิงหลิวมาด้วยเจ้าค่ะ ว่านายท่านอยากจะไถ่ตัวนายหญิง!”
นายหญิงเสวี่ยเยว่ยิ้มสดใสไปจนถึงดวงตา ก่อนเหลือบมองคนข้างกายที่ประจบประแจง “เสี่ยวหม่าน วันนี้เจ้าเป็นอันใดไปหรือ? ปากหวานเชียว คงไม่ได้อยากซื้อเครื่องประดับด้วยใช่หรือไม่? ดี! วันนี้เจ้าทำให้ข้ามีความสุข เช่นนั้นจะให้กับเจ้าสองชิ้นแล้วกัน”
เสี่ยวหม่านได้ยินเช่นนั้นก็มีความสุขทันที ก่อนพัดให้แรงขึ้น “ขอบคุณนายหญิงเจ้าค่ะ!”
หลังจากนั้นฟางเสี่ยวหงได้กลับมาพร้อบกับเครื่องประดับรูปแบบล่าสุดบนถาด ก่อนนางจะเอ่ยทักเงียบ ๆ
ฟางเสี่ยวหงชี้ยังไปเครื่องประดับอันประณีตแล้วแนะนำ “แม่นางเสวี่ยเยว่ ท่านดูเถิด สินค้าพวกนี้เป็นแบบใหม่ที่เพิ่งเข้าร้านเราเลยเจ้าค่ะ”
นางเปิดสมุดรวมภาพให้ได้ยลก่อนจะวางไว้ “ตรงส่วนนี้ยังมีรูปแบบที่ทำขึ้นเองด้วยเจ้าค่ะ เพียงแค่ยังไม่ได้ทำออกมา หากแม่นางเสวี่ยเยว่ชื่นชอบพวกเรา สามารถสั่งจองได้เจ้าค่ะ”
เสวี่ยเยว่กรีดนิ้วขณะลองใส่เครื่องประดับเหล่านั้น ก่อนจะเอ่ยอย่างทะนงตน “พวกมันดูไม่ค่อยงามเสียเท่าไร ข้าคิดว่าเครื่องประดับความรักงามนัก พวกนี้จึงดูธรรมดาไปเสีย”
นางผลักถาดไปให้เสี่ยวหม่าน “เสี่ยวหม่าน เจ้าเลือกที่ชอบเถิด”
เสี่ยวหม่านดีใจเป็นอย่างมาก นางเป็นเพียงสาวใช้ตัวน้อยในหอ จะมีเครื่องประดับสวย ๆ งาม ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร นางจึงรีบเอ่ยขอบคุณ “ได้เจ้าค่ะ ขอบคุณแม่นางมาก”
นางเลือกอย่างระมัดระวัง แต่ละชิ้นดูดีทั้งนั้น หลังจากสับสนอยู่นานก็เอ่ยถามออกไป “ขอโทษที ชิ้นไหนแพงสุดหรือ?”
ฟางเสี่ยวหงยิ้มโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ก่อนชี้ไปยังที่ติดผมทั้งสองชิ้น
เสี่ยวหม่านพยักหน้า “ข้าต้องการสองชิ้นนี้”
“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะนำไปห่อให้” นางส่งสัญญาณให้ชายเบื้องหลังจัดการให้
เสี่ยวหม่านมีความสุขมาก ก่อนมองแม่นางเสวี่ยเยว่ด้วยท่าทางประจบประแจง “ขอบคุณนายหญิงมาก! ขอบคุณเจ้าค่ะ!”
ในคราแรกท่านหญิงหลิวบอกให้นางรอนายหญิงคนใหม่ นางไม่พอใจเท่าไรแต่ก็ไม่คิดเลยว่าตนจะติดตามเจ้านายที่ต้องชะตาโดยบังเอิญ
แม่นางเสวี่ยเยว่สิ้นคำพูดกับท่าทางเหล่านั้น จึงโบกมือ “เข้าใจแล้ว ๆ หยุดพูดเสียที”
เสี่ยวหม่านหุบปากฉับ
เสวี่ยเยว่พลิกดูอีกสองสามหน้า ก่อนจะเลือกเครื่องประดับมาเพิ่มอีกหลายชิ้นแล้วมองฟางเสี่ยวหง “ข้าจองพวกนี้แล้วกัน เสร็จเมื่อใดส่งให้ข้าด้วย”
ว่าจบก็ลุกออกไปทันที
พนักงานสาวพยักหน้า “รับทราบเจ้าค่ะ เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ แม่นางเสวี่ยเยว่” จากนั้นก็เดินไปส่งเป็นการส่วนตัว
ซ่งชิงหลันดูรายชื่อที่อีกฝ่ายจดเอาไว้ ก่อนแย้มยิ้ม “สตรีคนนั้นดูดีเชียวนะ คนใหม่ในเมืองหรือ?”
“แม่นางซ่งเจ้าคะ ไม่แปลกใจที่ท่านจะไม่รู้จักแม่นางเสวี่ยเยว่” ฟางเสี่ยวหงยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนเดินไปกระซิบ “แม่นางผู้นี้เป็นหญิงสาวอันดับต้นของหอหงซิ่วเจ้าค่ะ ร่างกายนางเป็นที่ต้องตาเหล่าชายสูงศักดิ์ ชื่อเสียงลือลั่น หากอยากพบนางต้องเสียเงินกองโตเลย!”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ไม่แปลกใจที่นางจะมีเงินใช้จ่ายถึงเพียงนี้ สินค้าร้านเราทั้งดีและราคาแพง เอ๊ะ? เช่นนั้นแล้วจะทำบัญชีอย่างไรหรือเจ้าคะ?”
นางสงสัย
หากแต่ฟางเสี่ยวหงยิ้มอย่างมีลับลมคมใน “แม่นางซ่ง ท่านคงไม่รู้ว่าแม่นางเสวี่ยเยว่เป็นคนโปรดของของนายท่านรองหัวหน้ากรมคลังน่ะ เช่นนั้นแล้วค่าใช้จ่ายของนาย ทางฝ่ายนั้นจะส่งคนมาจ่ายทุกเดือนเจ้าค่ะ”
“เจ้าหมายถึงหลี่ถานไฉ่รองหัวหน้ากรมคลังผู้นั้นน่ะหรือ?”
“เจ้าค่ะ นายท่านหลี่นั่นแหละ!”
ซ่งชิงหลันกระพริบตาปริบไม่อยากเชื่อ “แต่ข้าจำได้ว่าเขาอายุเกือบห้าสิบแล้วนี่ ส่วนอายุแม่นางผู้นั้นแทบเป็นลูกสาวเขาด้วยซ้ำ”
“ใช่เจ้าค่ะ ผู้ใดต่อผู้ใดก็บอกกันว่านายท่านหลี่ใช้เงินมหาศาลเพื่อปรนเปรอแม่นางเสวี่ยเยว่ จะมีสตรีสักกี่คนบนโลกที่รับไว้กัน? อีกทั้งนางยังเกิดมางดงาม จิตใจดี ได้ยินมาว่านายท่านหลี่จะไปดื่มและสนทนากับนางทุก ๆ สองสามวัน ทุกคนต่างบอกว่าเสวี่ยเยว่คือดอกไม้งามของเขาด้วยซ้ำ”
ซ่งชิงหลันยิ้มเย็น “ดอกไม้งาม? ว่ากันตามตรงก็เป็นเพียงเมียน้อยไม่ใช่หรือ?”
“เมียน้อย? เมียน้อยคืออันใดหรือเจ้าคะ?” ฟางเสี่ยวหงสงสัย
นางยิ้มอธิบาย “ข้าหมายถึงแม่นางเสวี่ยเยว่ก็เป็นเพียงภรรยาเก็บนอกบ้านของเขาไม่ใช่หรือ?”
ยามนึกเครื่องประดับความรักที่ตั้งใจออกแบบขึ้นมา โดยหมายทำขึ้นแด่ความรักอันสวยงาม กลับไม่คิดไม่ฝันว่าพวกที่หลงใหลในความงามจะกว้านซื้อให้เมียน้อยเสียแล้ว คิดแล้วก็น่าขัน ทั้งยังอึดอัดไม่หยอก
ฟางเสี่ยวหงส่ายหัว “แม่นางเสวี่ยเยว่เทียบว่าเป็นภรรรยาเก็บนอกบ้านเสียด้วยซ้ำ นางแย่เสียยิ่งกว่าภรรยารอง ยิ่งกว่าหัวขโมยที่ไม่สามารถลักขโมยได้ และนายท่านหลี่ก็หลงนางมาก เชื่อฟังนางทุกอย่าง แม้กระทั่ง… ”
นางกระเถิบเข้าไปใกล้ “นายท่านหลี่บ่นกับแม่นางเสวี่ยเยว่ว่าหลี่ฟูเหรินทั้งแก่ น่าเกลียด และขี้โมโหเจ้าค่ะ!”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วไม่ยินดี ก่อนส่ายหัว “แน่นอนอยู่แล้ว ผู้ชายไม่มีเงินน่ะไว้ใจได้ที่สุด”